การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถูกต้อง อ้างอิง มาตรฐานตามพจนานกรม
ภาษาอังกฤษ ไม่กำหนดมาตฐาน ถือตามส่วนใหญ่ที่ใช้แต่ละท้องถิ่น
ความหมาย อาจยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับ ตำแหน่ง/หน้าที่ ในประโยค
Dictionary.com:
ออกเสียง “equal” และ “equally”
เน้น พยางค์ แรก “ee-kwuhl” - “ee-kwuh-lee”
สำหรับ “equality”
เน้น พยางค์ สอง “ih-kwol-i-tee”
Dictionary of Problem Words and Expressions:
อธิบายว่า “equal” “unique” “perpendicular” และคำอื่นๆ
ที่เป็นคำมี ความหมาย “absolute” (แน่นอนอย่างสมบูรณ์)
จึงไม่ควรใช้ “equal” ให้ตามหลังคำขยาย “more” หรือ “most”
เพราะ คำเหล่านั้น ไม่อาจใช้ “เชิงเปรียบเทียบ” ได้
วลี ที่ยินยอมให้ใช้ได้ และแสดงความหมายถูกต้อง
มากกว่า “more equal” คือ
“more nearly equal” และ
“more equitable” เช่น
“The Governor sought a more nearly equal distribution of state funds.”
การใช้ กริยาวิเศษณ์ “equally”
ให้ตามด้วย “as” ถือเป็น การใช้คำฟุ่มเฟือย
ในประโยคเช่น “Hard work is (equally) as valuable as ability.”
ควรละเว้น ไม่ใช้คำ “equally” ในประโยคเช่นนี้
ส่วนประโยค เช่น “Equally (as) significant is one’s desire to improve his lot.”
ควรละเว้น ไม่ใช้คำ “as” ในประโยคเช่นนี้
American Heritage Dictionary:
ให้ข้อสังเกตการใช้ “equal”
ว่า เป็นเรื่องที่ยังโต้แย้ง ว่า “equal” เป็น “an absolute term’
ที่ว่า สองจำนวน นั้น “เท่ากัน หรือ ไม่เท่ากัน”
ดังนั้น จึงไม่อาจ “กำหนดจำนวน เป็น ระดับ (degree) ได้”
ด้วยเหตุนั้น ตามตรรกะ จึงไม่อาจกล่าวถึง “a more equal allocation of resources among the departments.”
แต่การใช้เช่นนี้ มีอยู่ทั่วไป และ ได้รับการยอมรับจาก
Usage Panel ถึง ร้อยละ 71 ตั้งแต่เมื่อปี 1967
ในประโยค “The two boards are of equal length.” ใช้เมื่อคาดเดา
ว่า เรานึกถึง “equality” ในแบบโดยประมาณ ที่ใช้เนื้อหากำหนด
หากไม่คิดเช่นนั้น ก็จำเป็นต้องใช้ ‘nearly equal” เสมอ
เมื่อกล่าวถึง ขนาด ของสิ่งที่สัมผัสได้
นอกจากนั้น บ่อยครั้ง เรากล่าวถึง “equality”
ของสิ่งต่างๆ ที่ไม่อาจวัดเป็นจำนวนได้
เช่นประโยค “The college draft was introduced in an effort to make the teams
In the National Football League as equal as possible.”
หรือ “The candidates for the job should be given equal consideration.”
ในกรณีเช่นนี้ แน่นอนว่า “equality” ให้แนวคิดเชิง ระดับชั้น
และสามารถ ดัดแปลง เป็น ระดับ (degree) ได้
หลักการนี้ เป็นเช่นเดียว กับ คำ “unequal”
เพราะคำนำหน้า “un-” ใช้ได้แต่เฉพาะกับ คุณศัพท์ ที่ปรับระดับได้เท่านั้น