คิด นอกกรอบ หมายถึงว่า ความคิดนั้น มีแนวคิดใหม่อย่างสร้างสรรค์ที่แปลกและแตกต่างไปจากแนวคิดเดิม เพื่อให้เกิดเป็นการพัฒนาเป็นแนวทางใหม่ ความคิดใหม่นี้มีมุมมองต่างไปจากเดิม

ด้วยเหตุนี้แหละผมจึงกล่าวว่า เวลาผมอ่านบทกวีของเซนไม่ว่าจะมาเป็นแบบไฮกุหรือกลอนเปล่า ผมก็นึกถึงความเรียงของเด็ก และเวลาผมอ่านความเรียงของเด็กผมก็นึกถึงไฮกุของเซน เพราะผมอ่านแล้วผมมีความรู้สึกลึกๆ ในหัวใจ อ่านแล้วผมคิด และบ่อยครั้งอ่านแล้ว ผมสบายใจ ใจมันหยุดเพียงบทกวีบทนั้นๆ เช่น บทกวีไฮกุของกวีเซนในหนังสือกระแสธารแห่งความเงียบ สมภาร พรมทา ได้นำบทกวีของ มูซัน มาให้อ่าน มูซัน เขียนว่า

จากอารามบนยอดเขา

เสียงพระย่ำระฆังค่ำ

วังเวงโหยหวน

ในหนังสือเล่มเดียวกัน สมภาร พรมทา นำเสนอบทกวีของ อิสซา ไว้ 2 บท บทแรกคือ

กบน้อยตัวนั้น

เม่อมองขุนเขา

เงียบงันล้ำลึก

และอีกบทหนึ่ง อิสซา เขียนว่า

อา! แมลงปอ

ขุนเขาเลือนรางนั้น

สะท้อนเป็นเงาในตาของเจ้า

บทแรกอ่านแล้วเห็นภาพของกบตัวหนึ่ง นั่งเม่อมองขุนเขาอย่างเดียวดาย

ส่วนบทที่ 2 จะมองเห็นความนิ่งของแมลงปอขณะเกาะกิ่งไม้ ทำให้มองเห็นเงาสะท้อนของขุนเขาข้างหน้านั้นในดวงตาของแมลงปอ

บทกวีไทยที่ผมชอบอ่านก็มีหลายคน แต่ในเรื่องนี้จะยกตัวอย่างบทกวีของบรรทัดไม้ ที่เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง ความว่างเปล่าที่สุดสายตา บรรทัดไม้เขียนบทกวีไว้ว่า

พรุ่งนี้เช้าตื่นกี่โมงจ๊ะ

จะเอาเมื่อวาน

มาคืนให้

อีกบทหนึ่ง บรรทัดไม้เขียนไว้ ผมอ่านแล้วนึกถึงเมื่อครั้งยังเยาว์วัย บรรทัดไม้เขียนว่า

ในถังน้ำ

พระจันทร์ถูกวิดออกไป

ด้วยมือหญิงสาว

และอีกบทหนึ่ง บรรทัดไม้ เขียนว่า

ไม่มีใครเคยเห็น

อีกครึ่ง

ของสายรุ้ง

บรรทัดไม้นำเรื่องง่ายๆ ธรรมดาที่เราเองก็เคยพบผ่านมาแต่ไม่คิด หรือไม่เคยมีมุมมองแบบนั้น แต่เมื่ออ่านบทกวีนี้แล้ว กระตุ้นให้เราย้อนคิดถึงสิ่งนั้นอีก นี่คือความงามที่ปรากฏในบทกวี

ที่กวีคิดได้อย่างนั้นเพราะกวี คิด นอกกรอบ  หมายถึงว่า ความคิดนั้น มีแนวคิดใหม่อย่างสร้างสรรค์ที่แปลกและแตกต่างไปจากแนวคิดเดิม เพื่อให้เกิดเป็นการพัฒนาเป็นแนวทางใหม่ ความคิดใหม่นี้มีมุมมองต่างไปจากเดิม

ความคิดนอกกรอบนี้ ถ้าครูเปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกบ่อยๆ ก็จะเห็นทางหรือรู้ว่า เด็กคนไหนมีแววคิดนอกกรอบ ความเรียง 3 บรรทัด เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่สามารถคัดกรองได้ว่าเด็กคนไหนพอจะมีแววบ้าง

ผมอ่านความเรียง 3 บรรทัดที่ครูโรงเรียนศรีทักษิณส่งมาให้อ่าน พบว่า ความเรียงของ ด.ช.ฟุรกร สาแม น่าสนใจมาก เขาเขียนว่า

ถังขยะ

ตัวเหม็นมาก

ไม่เคยอาบน้ำ

ด.ช.ฟุรกร สาแม ป.4/1

รร.ศรีทักษิณ ธ.ค. 58

ผมมองเห็นแววความคิดของ ฟุรกร เด็กน้อยเริ่มคิดนอกกรอบแล้ว เขาเห็นถังขยะเหมือนเดิม แต่คิดต่างไปจากเดิมจึงสามารถเขียนว่า ไม่เคยอาบน้ำ นี่คือความคิดที่แปลกไปจากเดิม ฟุรกรมองเห็นถังขยะเป็นสิ่งมีชีวิตๆหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์  แต่ไม่เคยได้รับการเอาใจใส่ จึงทำให้ถังขยะเหม็น และถังขยะแบบนี้มีอยู่ทั่วไปทุกมุมเมืองที่มีถังขยะ

อีกบทหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นความเรียง 3 บรรทัดของ ด.ญ.วัยมี แดแซสะแนะ เธอเขียนว่า

ต้นไม้เต้นระบำ

บนพื้นดิน

ลมพัดแรง

ด.ญ.วัยมี แดแซสะแนะ ป.4/2

ร.ร.ศรีทักษิณ ธ.ค. 58

การเห็นภาพลมพัดแรง และภาพต้นไม้ถูกลมพัด ของวัยมีนั้นต่างจากคนอื่น เธอสามารถสรรหาคำมาเขียนลักษณะของต้นไม้ถูกลมพัดอย่างแรงได้เห็นภาพชัดเจน เธอใช้คำว่าเต้นระบำแทนคำว่าโอนเอนไปมา หรือไหวลู่ลม แสดงว่าเธอเข้าถึงภาษาและเธอคิดนอกกรอบ จึงไม่ติดอยู่ในหลุมพรางคำ พฤติกรรมการเขียนแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากถ้าเด็กคนนั้นรักการเขียนความเรียง 3 บรรทัด

ผมเขียนมาถึงตรงนี้ก็เพื่อจะบอกว่า ถ้าเราจัดบทเรียนให้สนองความต้องการของผู้เรียน ผู้เรียนก็จะเรียนรู้แบบสนองความต้องการของเรา รู้ได้โดยเด็กจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียน

ครับ เขียนมาถึงตรงนี้ ผมพอที่จะพูดกับตัวเองได้ว่า  ...ใช่ว่าจะสิ้นหวัง

อ่านเป็นเล่มได้ที่นี่ ครับ https://docs.google.com/docume...