เด็กเขียนสิ่งที่เห็นโดยหาคำมาห่มความคิด เขียนบอกใครๆ ว่า เขาเห็นอะไร เขาคิดอะไร

เมื่อเด็กๆ เริ่มเขียนความเรียง 3 บรรทัด ผมสอนให้เขาเขียนจากสิ่งที่เห็น เขียนความจริงจากสิ่งที่เห็น  เขาก็เขียนง่าย ๆ ว่า

เห็นปลา

เห็นนก

เห็นแมว

แต่พอเขาฝึกเขียนบ่อยๆ ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนไป เขามองเห็นสิ่งต่างๆ ด้วยสายตาและความคิดที่ต่างไปจากเดิม จากเคยเห็นปลา เห็นนก เห็นแมว เขามองเห็นได้ลึกซึ้งกว่านั้นคือ

น่าสงสาร

ปลาทองในตู้ปลา

ติดคุกชีวิต

ด.ช.เสกสรร ดาเย๊ะ ป.5

ร.ร.บ้านบาโด เมืองยะลาส.ค. 33

การที่เด็กๆ จะเขียนผลงานให้น่าอ่านได้นั้นต้องใช้เวลา เด็กต้องพยายามคิดเขียน แรกๆ เขาจะคิดเขียนไม่ได้ เพราะมองทุกสิ่งเป็นเรื่องธรรมดา เขาเคยเห็นลมพัดมานานแล้ว เขาเคยเห็นต้นไม้หักโค่นภายหลังลมพัดแรง แต่การเห็นนั้น เขารู้สึกเฉยๆ จนกระทั่งเขาฝึกการคิดเขียนความเรียง 3 บรรทัดบ่อยๆ จนคิดเป็น เขียนเป็น เขาจะเกิดอารมณ์ใหม่ขึ้นมา แล้วก็เขียนระบายความคิดออกมา

ลมพัดแรง

ต้นไม้แสนสวย

หักโค่น

ด.ญ.ซุลฟา หะยีสาเม๊าะ ป.4/1

ร.ร.ศรีทักษิณ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ธ.ค. 58

ซุลฟา เริ่มฝึกเขียนความเรียง 3 บรรทัด เมื่อเดือนตุลาคม 2558 เธอฝึกเขียนมาได้ไม่กี่บท ผมเชื่อว่า ถ้าซุลฟาเขียนบ่อย คิดคำ คิดความให้แปลกไปจากมุมมองเก่าๆ ซุลฟาจะเขียนความเรียงได้ดี

ซากิรณีย์ อีกคนหนึ่งเขียนความเรียง 3 บรรทัด บทนี้ได้ถูกใจผมมาก เธอเขียนว่า

อุลญาร์*ใจดี

ซื้อผ้าละหมาดให้ฉัน

ราคาแพงมาก

ด.ญ.ซากิรณีย์ มานิ๊ ป.4/1

ร.ร.ศรีทักษิณ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส  ธ.ค. 58

*อุลญา = แม่ภาษาถิ่น

อ่านความเรียงของ ซุลฟา และซากิรณีย์ แล้วทำให้ผมคิดถึงบทกวีไฮกุ ของบาโช กวีเซนชื่อดังของญี่ปุ่นที่ สมภาร พรมทา เขียนไว้ใน “น้ำชาก้นถ้วย” บาโชเขียนว่า

สายลมพัดหอบ

ใบไม้แห้ง

กองที่โคนต้น

บาโชเขียนไฮกุบทนี้จากสายตาที่เห็น และใจที่ว่าง ง่าย งาม น่าอ่าน มองเห็นภาพของใบไม้ที่ถูกลมพัดชัดเจน และอีกบทหนึ่ง บาโช เขียนถึงผีเสื้อว่า

ผีเสื้อสีขาวสองตัว

โฉบบินไปมา

แล้วก็พบกัน

ใช่เลยเราก็เคยเห็นผีเสื้อสองตัวโฉบบินไปมา แต่เราไม่เคยคิดอย่างนี้ อยากจะบอกว่า เราคิดมากกว่านี้มากแบบเพ้อฝันไป แต่บาโชกวีเซนมีจิตใจที่ว่างเปล่าไม่ปรุงแต่ง บาโชเห็นสักแต่ว่าเห็น จึงเขียนสิ่งที่เห็นได้ตามที่เห็น บทกวีของบาโซอ่านแล้วสบายใจ สบายใจกับภาษาง่าย งามที่นำมาเขียน นี่แหละที่ แซมมวล จอห์นสัน กล่าวว่า “ภาษาเป็นเครื่องนุ่งห่มของความคิด”

ความเรียง 3 บรรทัดของเด็กๆ ที่ผมอ่านผ่านมานั้นมีจุดเด่นตรงที่

เด็กเขียนสิ่งที่เห็นโดยหาคำมาห่มความคิด

เขียนบอกใครๆ ว่า เขาเห็นอะไร เขาคิดอะไร

เขานำคำง่ายๆ มาเขียนบอกเล่าความคิดของเขาด้วยข้อความสั้นๆ กะทัดรัด

ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ใช้คำซ้ำ คำไม่ฟุ่มเฟือย

ทำให้ความเรียงของเขา กระชับ ตรงไปตรงมา

แต่มีเสน่ห์ในภาษาของความเรียง 3 บรรทัด

อ่านเป็นเล่มได้ที่นี่ ครับ https://docs.google.com/docume...