คงจะไม่มีวารสารใดที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดเทียบเท่า "วารสารวิทยาจารย์" ซึ่งปีนี้ก็จะอยู่ครบ 118 ปีแล้ว นับเป็นวารสาร 5 แผ่นดินที่ยังมีชีวิตอยู่ ผ่านทั้งสงครามโลกทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 และเป็นวารสารที่มีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมากที่สุด
ขณะที่คลื่นยุค Digital ได้โหมกระหน่ำ กวาดเอาบรรดานิตยสาร สิ่งพิมพ์ แม็กกาซีน เข้าพิพิธภัณฑ์ กันเป็นทิวแถว ที่คนรุ่นผมคุ้นชินก็มี บางกอก สกุลไทย สตรีสาร ขวัญเรือน บ้านเมือง เป็นต้น
ยังไม่รวมวารสารทางการศึกษา ที่ทยอยปิดตัวลงไปก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น สารพัฒนาหลักสูตร ชัยพฤกษ์ มิตรครู ประชาศึกษา จันทรเกษม ก้าวไกลฯลฯ
วารสารวิทยาจารย์มีพลังภายในที่ดีกระไรหรือ จึงสามารถอยู่ยั้งยืนยงมาได้ ก็คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แม้วิทยาจารย์จะยังคงผลิตอยู่อย่างสม่ำเสมอในบรรณพิภพ แต่บางครั้งก็มีอาการซวนเซไปบ้างเหมือนกัน
แม้จะเป็นวารสารที่ไม่หวือหวา ไฮโซ เหมือนวารสารหลายเล่มที่เข้าพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว แต่วิทยาจารย์ มีจุดเด่นที่เกิดมาคู่กับสามัคยาจารย์ ที่สืบทอดมาจนเป็นคุรุสภา ซึ่งดูแลปกป้องวิชาชีพครูให้เข้มแข็ง สนองตอบทางการศึกษาของสยามประเทศตั้งแต่เริ่มมีครูไม่ถึงร้อยคน จนปัจจุบันมีครูร่วมล้านคน
ผมภูมิใจนะที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาวิชาชีพครู โดยได้เป็นผู้เขียนคอลัมน์ประจำให้แก่วารสารวิทยาจารย์ ในทุกเล่ม ทุกเดือน มาร่วม 20 ปีแล้ว จนเกษียณอายุราชการมาแล้วหลายปี ก็ยังได้มีโอกาสถ่ายทอดความคิดประสบการณ์ของตน ออกเป็นข้อเขียนตีพิมพ์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ขอเป็นกำลังใจแก่คุรุสภา ให้สามารถยืนหยัด ฟันฝ่า ผลิตวารสารวิทยาจารย์เพื่ออยู่ควบคู่กับวงวิชาชีพครูอย่างมั่นคง ยั่งยืนตลอดไป


