3 ตุลา 12.34 น.


ภาพถ่ายของแม่ ฉันค้นได้ในตู้เก็บของหลังบ้านโดยบังเอิญ ฉันเก็บเงียบ เป็นภาพเดียวที่ฉันนำมาจากบ้าน ภาพถ่ายรับปริญญา ภาพต่างๆของฉันในวัยเด็ก ทำไมฉันไม่สนใจมันเลย ตอบตัวเองไม่ค่อยได้เหมือนกัน แต่รู้ในใจว่า ภาพแม่เล็กๆใบนี้ก็เพียงพอ อย่างอื่นไม่เป็นไรทั้งนั้น

วันนี้ 3 ตุลาคม 12.34 น. เมื่อปี 2540 เป็นวันที่แม่จากไปอย่างนิรันดร์ ฉันจำแม่นปีสองปีก่อนหน้า สายโทรศัพท์จากแม่ส่งข่าวคราวเรื่องนี้ครั้งแรกด้วยน้ำเสียงกังวล แต่ฉันเองแทบไม่รู้สึกอะไร ก็แค่เจ็บป่วยธรรมดา เพราะไม่มีความรู้มาก่อนเลยว่าโรคนี้ร้ายกาจมาก

แรกสุดแม่รักษาด้วยการตัดเต้านม โดยมิได้ใช้การรักษาอื่นร่วม ไม่ว่าจะเป็นคีโมหรือฉายรังสี หมอผู้เชี่ยวชาญบอกพบเร็วเพียงเริ่มเป็นจุดเล็กๆเท่าเมล็ดถั่วเขียวเอง หลังผ่าตัดความรู้สึกฉันและแม่คือหายแล้ว แต่สามสี่เดือนให้หลัง บริเวณแผลผ่าตัดที่เริ่มหายดีมีตุ่มเล็กๆคล้ายยุงกัดหรือผื่นขึ้นเหมือนผิวแพ้อะไรสักอย่าง หมอท่านเดิมบอกโรคเก่ากลับมาอีกครั้ง การรักษาต่อมาจึงเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อย เริ่มให้คีโม จนช่วงท้ายใช้การฉายรังสีร่วมด้วย แต่ก็รั้งชีวิตแม่ไม่ไหว

แม่ฉันเป็นครูคนแรกเหมือนกับทุกคน และแม่เป็นครูฉันในโรงเรียนจริงๆด้วย แม่สอนวิชาภาษาไทยในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พูดแบบไม่เข้าข้าง ฉันเข้าใจดีกับวิธีที่แม่สอนหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน ฉันจึงเรียนภาษาไทยได้ดีมาตลอด และอาจเป็นที่มาจนถึงวันนี้ ที่ทำให้ฉันชอบจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ของตัวเอง

ฉันเกลียดการโกหก เกลียดการลักขโมย ลองนึกทบทวนเมื่อเด็กๆ ฉันเคยขโมยอะไรสักอย่างจำไม่แม่นแล้ว ของเพื่อนจากโรงเรียน กลับถึงบ้านพอแม่เห็นเท่านั้น แม่ไล่ต้อนจนฉันเข้ามุมอับ อึดอัดที่สุดกับการที่ต้องตอบคำถามมากมาย ด้วยเวลาที่เนิ่นนาน อย่างโน้นอย่างนี้ สุดท้ายความลับก็คายออก ฉันถูกลงโทษ แต่ก็โล่งใจที่แม่หยุดซักหยุดถามเสียที ไม้ขัดหม้อคืออาวุธประจำกายของแม่ที่ลูกๆทุกคนพึงระวัง

โตขึ้นแม่เลิกตี มีแต่บ่นบ้าง ที่สำคัญไม่ว่าฉันจะมีเรื่องมีราว มีปัญหาต่างๆนาๆ แม่จะอยู่ข้างฉันตลอด แทบทุกครั้งพอได้รู้รายละเอียดจากปากฉัน อารมณ์แม่จะยิ่งกว่าฉันเสียอีก จนรู้สึกว่านี่คือพวกของฉันอย่างแท้จริงยามเกิดความคับข้องใจใดๆ

แม่พูดเก่ง คุยสนุก ลูกล่อลูกชนไม่เป็นรองใคร กล้าหาญ กล้าตัดสินใจ ไม่กลัวคน ยิ่งถูกเอารัดเอาเปรียบไร้ความยุติธรรมด้วยแล้วแม่สู้ขาดใจ ชีวิตแม่อาจเพราะตายายเป็นชาวนา โตมากับความยากจน แม่จึงประหยัดมัธยัสถ์มาก หรืออาจเพราะรายได้จากอาชีพครูด้วย ยิ่งไปกว่านั้นอาจเพราะต้องส่งเสียให้ลูกได้เล่าเรียนทั้ง 3 คนพร้อมๆกันเลยก็ได้

หลังแม่เสียชีวิต บ้านเหมือนไม่ใช่บ้านเราอีกแล้ว กลับบ้านไปก็ไม่เจอแม่..ไม่มีแม่ “ขาดแม่เหมือนแพแตก” หลวงพ่อท่านเทศนาในงานทำบุญ 100 วันแม่ที่วัด ยังก้องในความรู้สึกมาจนวันนี้ แม้เวลาจะล่วงเลยมาแสนนาน

ภาพถ่ายของแม่ ฉันค้นได้ในตู้เก็บของหลังบ้านโดยบังเอิญ ฉันเก็บเงียบ เป็นภาพเดียวที่ฉันนำมาจากบ้าน ภาพถ่ายรับปริญญา ภาพต่างๆของฉันในวัยเด็ก ทำไมฉันไม่สนใจมันเลย ตอบตัวเองไม่ค่อยได้เหมือนกัน แต่รู้ในใจว่า ภาพแม่เล็กๆใบนี้ก็เพียงพอ อย่างอื่นไม่เป็นไรทั้งนั้น

ฉันมาถามน้องสาวในภายหลัง จากที่ผ่านมาแล้วหลายปี ว่าแม่เขียนด้วยลายมือหลังภาพนี้ แถมเคลือบพลาสติกอย่างดี ไว้ให้ใคร? น้องสาวอาจตอบเข้าข้างความรู้สึกฉัน “ก็พี่นั่นแหละ” แต่ฉันรีบเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าจริง

แม่เขียนหลังภาพถ่ายเล็กๆใบนั้น ซึ่งมันอยู่ในกระเป๋าเงินฉันตลอดเวลา 21 ปีแล้วนับจากที่เจอ แม่เขียนไว้ว่า“ให้ไว้ดูเวลาคิดถึงแม่มากๆ รักเป็นห่วง”

อีกชั่วโมงกว่าจะ 12.34 น. ขณะนี้เมื่อ 21 ปีก่อน เป็นเวลาที่แม่กำลังจะจากพวกเราไป

“แม่! ผมคิดถึงแม่มากๆอีกแล้ว” น้ำตารื้นขึ้น

หมายเลขบันทึก: 654470เขียนเมื่อ 3 ตุลาคม 2018 17:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 มกราคม 2020 10:59 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

ขอบคุณบันทึกที่ทำให้ระลึกถึงแม่ครับ

฿2,990.00 -46.49%
฿1,194.00 -49.34%
฿79.00 -25.32%
฿140.65 -44.44%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี