เขื่อนริมตลิ่งจะแยกคนกับแม่น้ำออกจากกัน พื้นที่ริมตลิ่งที่เคยเป็นพื้นที่นันทนาการของเด็กในชุมชนกลับกลายเป็นพื้นที่อันตรายเนื่องจากเขื่อนสูงชันและกองหินคมที่ฐานราก เยาวชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำจะไม่สามารถว่ายน้ำได้ดังเช่นอดีต อุทกภัยจึงอันตรายทั้งผู้ประสบภัย และผู้ที่จะช่วยเหลือ

เขื่อนป้องกันน้ำท่วม/เขื่อนพร้อมถนนเลียบแม่น้ำ  โครงสร้างทำนองนี้แพร่หลายไปทั่วทุกแม่น้ำลำคลอง  และความตื่นตระหนกจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ยิ่งกระตุ้นให้โครงสร้างเหล่านี้ระบาดหนักขึ้น  จากการที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่  จึงเป็นสิ่งแปลกปลอม ขัดแย้งกับระบบทางกายภาพและนิเวศน์ตามธรรมชาติของแม่น้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนในหลายประการ ดังจะกล่าวถึงต่อไป

การคุ้มครองทางกฎหมาย จะเป็นกลไกที่สามารถสงวนรักษาทรัพยากรที่ทรงคุณค่าไว้ได้อย่างไร ได้นำเสนอไว้ในลำดับสุดท้าย   

ผลกระทบของเขื่อนป้องกันตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำ

แม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางน้ำไหลจากต้นน้ำ ออกสู่ทะเลที่ปากแม่น้ำ บางฤดูน้ำมาก บางฤดูน้ำน้อยเป็นวัฏจักร ทำให้เกิดผลผลิตทั้งประมงและการเพาะปลูกตามฤดูกาล  สองฝั่งแม่น้ำเป็นถิ่นที่เกิดและอาศัยของสิ่งมีชีวิตที่มาชุมนุมเกาะเกี่ยวเกิดเป็นสังคมพืชและสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์  และผู้คนมาตั้งถิ่นฐานสองฝั่งลำน้ำเกิดเป็นชุมชน เติบโตเป็นเมืองต่างๆในปัจจุบัน ถึงแม้บางปีแล้ง บางปีน้ำมากท่วมสองฝั่ง พัฒนาการของชุมชนได้เรียนรู้ปรับตัวอยู่ร่วมกับสายน้ำอย่างสงบสุขด้วยภูมิปัญญา เป็นวิถีชุมชนคนริมน้ำใช้ประโยชน์ระบบแม่น้ำ และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างผาสุขงดงามมาช้านานภายใต้การไหลอย่างอิสระของสายน้ำ  การก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมสองริมฝั่งแม่น้ำจึงกีดขวางระบบตามธรรมชาติของแม่น้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบแม่น้ำประเด็นต่างๆดังนี้

          การกัดเซาะที่จุดสิ้นสุดโครงสร้างเขื่อน

น้ำไหลลัดเลาะของจากต้นน้ำสู่ทะเลมาตามลำน้ำ เกิดความโค้งเว้าปรับตัวตามกายภาพของแต่ละพื้นที่ เกิดการกัดเซาะและสะสมตัวสลับกันตลอดแนวสองฝั่งตามธรรมชาติ บ่อยครั้งที่มีผู้พยายามแก้ไขการกัดเซาะตลิ่งที่เป็นปรากฏการตามธรรมชาติด้วยโครงสร้างต่างๆ การดำเนินการเช่นนี้นอกจากจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่จะต้องสูญเสียงบประมาณในการบำรุงรักษาจำนวนมากไม่สิ้นสุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับระบบของแม่น้ำในธรรมชาติ  เป็นการพยายามแก้ไขในสิ่งที่มิใช่ปัญหา  การกระทำดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้เกิดปัญหากัดเซาะในจุดที่ไม่เคยกัดเซาะมาก่อน โดยเฉพาะการกัดเซาะที่รุนแรงที่จุดสิ้นสุดโครงสร้าง

 

          ผลกระทบต่อผลผลิตสัตว์น้ำ

เนื่องจากเขื่อนป้องกันตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำ จะกีดขวางการเติบโตของพืชพันธุ์ริมตลิ่ง ซึ่งเป็นที่เกิด และอยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ส่งผลให้สัตว์น้ำลดลง และกระทบโดยตรงต่อผู้ที่มีอาชีพจับสัตว์น้ำ และส่งผลโดยอ้อมต่อผู้บริโภคในชุมชนที่ต้องเผชิญกับสัตว์น้ำที่มีราคาแพงเนื่องจากการหาสัตว์น้ำได้ยากขึ้น 

          

          ผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรสองฝั่งแม่น้ำ

เขื่อนป้องกันตลิ่ง จะกีดขวางทางระบายน้ำใต้ดินตามธรรมชาติ ทำให้ระดับน้ำใต้ดินบริเวณเขื่อนยกตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รากพืชแช่น้ำเน่าและตายในที่สุด ถึงแม้จะมีการเจาะท่อเพื่อระบายน้ำใต้ดิน ก็ไม่สามารถทดแทนระบบของธรรมชาติได้

          ภัยทางน้ำจะมีความรุนแรงขึ้น

เนื่องจากเขื่อนป้องกันตลิ่งจะตั้งฉากกับท้องน้ำ จึงทำให้ตลิ่งไม่สามารถทำหน้าที่รองรับน้ำระดับต่างๆตามฤดูกาลตามธรรมชาติได้ (การทำหน้าที่เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติ) และเขื่อนริมตลิ่งจะล้ำลงไปในลำน้ำ ทำให้ลำน้ำแคบลง ทำให้กระแสน้ำไหลแรงขึ้นในฤดูน้ำหลาก ระดับน้ำจะยกตัวสูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากลำน้ำถูกบีบแคบลง ภัยทางน้ำต่อชุมชนสองฝั่งจึงรุนแรงขึ้นกว่าอดีต ประกอบกับเขื่อนริมตลิ่งจะแยกคนกับแม่น้ำออกจากกัน พื้นที่ริมตลิ่งที่เคยเป็นพื้นที่นันทนาการของเด็กในชุมชนกลับกลายเป็นพื้นที่อันตรายเนื่องจากเขื่อนสูงชันและกองหินคมที่ฐานราก เยาวชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำจะไม่สามารถว่ายน้ำได้ดังเช่นอดีต อุทกภัยจึงอันตรายทั้งผู้ประสบภัย และผู้ที่จะช่วยเหลือ    

          เกิดภาวะน้ำท่วมขังในชุมชน

จากน้ำฝน น้ำท่า ที่เคยไหลบ่าลงแม่น้ำอย่างอิสระ แต่เขื่อนตลิ่งที่สร้างขึ้นจะกีดขวางการระบายน้ำตามธรรมชาติ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเน่าเสียในชุมชนโดยปัญหาจะรุนแรงขึ้นในฤดูฝน ถึงแม้จะมีการเจาะท่อระบายน้ำออกจากเขื่อน และต้องสูญเสียงบประมาณไม่สิ้นสุดเพื่อบำรุงรักษาให้ระบบทำงานได้  แต่ก็จะไม่สามารถทดแทนระบบระบายน้ำตามธรรมชาติได้  การใช้บริการจากธรรมชาติเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์สูงสุดและต้นทุนต่ำสุด

 

          การสูญเสียภูมิทัศน์ตามธรรมชาติที่ทรงคุณค่าของแม่น้ำ 

เมืองที่มีสายน้ำไหลผ่าน  สายน้ำจะให้คุณค่าภูมิทัศน์ที่งดงามตามธรรมชาติที่ร่มรื่นต่อชุมชน จึงเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงต่อการสร้างสุขภาวะที่ดีต่อพลเมืองที่อยู่อาศัย ทั้งยังเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และวิถีชีวิตชุมชนริมฝั่งน้ำ  ตัวอย่างเช่นแม่น้ำบางประกงที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านนิเวศน์ตามธรรมชาติแก่ชุมชนมาช้านาน  เป็นแม่น้ำที่มีประวัติศาสตร์ทั้งในด้านการค้า การผลิต และการตั้งถิ่นฐาน ของชุมชน จึงมีหลักฐานสำคัญปรากฏอยู่ตลอดแนวสองฝั่งลำน้ำ เช่นศาลาท่าน้ำ การจับสัตว์น้ำด้วยอุปกรณ์ประมงพื้นบ้าน นิเวศน์สัตว์และพืชพันธุ์ริมตลิ่ง อุตสาหกรรมชุมชนที่เชื่อมโยงกับสายน้ำ ฯลฯ ที่ควรค่าอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์สภาพความเป็นธรรมชาติไว้ เพื่อมิให้เสียโอกาสในอนาคต

          ผลกระทบต่อจิตใจ

ด้วยวิถีชีวิตที่มีความผูกพันกับสายน้ำ ทำให้การเปลี่ยนแปลงใดๆที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและภูมินิเวศน์ของแม่น้ำ จึงส่งผลกระทบต่อจิตใจของชุมชนในลุ่มน้ำบางประกง ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้ที่อาศัยสองฝั่งแม่น้ำ ยังรวมถึงชุมชนทั้งลุ่มน้ำบางประกง ซึ่งผลกระทบต่อจิตใจนี้ ถึงแม้จะนามธรรม แต่จากการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์หลายฉบับรายงานตรงกันว่า มูลค่านามธรรมส่วนนี้มีมูลค่าสูงมาก จึงเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาตัดสินใจในโครงการที่ส่งผลกระทบด้านจิตใจ

 

กระบวนการคุ้มครองทางกฎหมาย

ด้วยแม่น้ำเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม อีกทั้งเป็นมรดกธรรมชาติของชุมชน  แม่น้ำจะให้คุณค่าสูงหากจัดการให้แม่น้ำไหลอย่างอิสระตามธรรมชาติ ปัจจุบันแม่น้ำเผชิญกับภัยคุกคามจากการแทรกแซงระบบของแม่น้ำในธรรมชาติ จากหลากหลายสาเหตุ และเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียมรดกธรรมชาตินี้ 

เพื่อป้องกันผลกระทบด้านลบต่อระบบแม่น้ำ กฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (พ.ศ.2537) ตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456  ข้อ 2. (6) จึงได้ระบุให้ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหลักฐานและเอกสารตามกำหนด โดยจะต้องมี  “รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ” เพื่อประกอบการพิจารณา  ดังนั้นกรณีโครงการสร้างเขื่อนตลิ่งริมแม่น้ำบางประกงบริเวณที่ว่าการอำเภอบ้านสร้าง(ศาลเจ้า) จังหวัดปราจีนบุรี ระยะที่ 2 และที่อื่นๆที่จะมีการก่อสร้าง จึงต้องมีผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจนเชิงประจักษ์ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพประกอบการพิจารณา

และกฎกระทรวง ฉบับเดียวกัน ในข้อ 7. (4)  ระบุหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็น และสมควรเฉพาะตามวัตถุประสงค์ในการใช้อาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ล่วงล้ำลำแม่น้ำนั้น ซึ่งกรณีโครงการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเซาะตลิ่งริมแม่น้ำบางประกงฯ ระยะที่ 2 ความยาว 608 เมตร ที่จะสร้างในปี 2561 นี้ เป็นการสร้างบริเวณริมฝั่งแม่น้ำที่มีเสถียรภาพตามธรรมชาติ เป็นบริเวณที่ระบบนิเวศน์ให้คุณค่าทางเศรษฐศาสตร์สูงทั้งทางตรงทางอ้อม จึงเป็นบริเวณที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติที่ยั่งยืนสืบไป โครงการดังกล่าวจึงสมควรได้รับการพิจารณาทบทวน