” โอ๊ยย จะอะไรกับกูนักหนา เดี๋ยวก็ลาออกแม่งเลย … “<p></p>
คุ้นๆกันมั้ยครับ 555+ ประโยคในชีวิตจริงกันเลยทีเดียว
คงจะนึกตามกันได้ไม่ยากเลย ทั้งน้ำเสียง และท่าทางของคนพูด
-----------------------------------------------------
จะว่าไป พอพวกเราเริ่มทำงานกันมาได้สักระยะนึง
ความคิดที่ว่า " เราไม่ fit กับบริษัท - บริษัทไม่ fit กับเรา " ก็มักเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่เริ่มไม่สบายใจในที่ทำงาน
บ้างก็รำคาญหัวหน้า บ้างก็ไม่พอใจเพื่อนร่วมงาน ลูกน้องหัวช้าอะไรขนาดนี้ องค์กรก็ขี้เหนียวซะเหลือเกิน หรือไม่ ก็ตัวเราเองนี่แหละที่อยากทำอะไรใหม่ๆ
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เมื่อเอามากองๆกันแล้ว สุดท้ายผลลัพธ์ที่ทุกคนคาดถึงก็คงไม่พ้น "การลาออก"
-----------------------------------------------------
บทความนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะมาหว่านล้อม คนที่ตั้งใจจะลาออกให้ยกเลิกความคิด แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาบอกเทคนิคทั้งหลายให้กับ HR
ก็ในเมื่อพนักงานเค้าตั้งใจจะลาออกแล้ว เราก็ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องรั้งเอาไว้ เพราะทุกคนต่างก็มีความคิดและเป้าหมายเป็นของตัวเอง ถูกมั้ยครับ
แค่อยากจะมาชวน HR คิดว่าเราจะรู้กันได้ยังไงว่า เฮ้ยย พนักงานจะออกกันหมดแล้วนะเว้ย มาช่วยกันแก้ปัญหาและป้องกันกันเถอะ
แล้วก็จะมาบอก พนักงานที่จะลาออกทั้งหลายอีกว่า ดูก่อนท่านทั้งหลาย คิดกันดีแล้วใช่มั้ยครับ ? ถ้าคิดดีแล้วก็ขอให้โชคดีไปเจอที่ที่ดีกว่านี้เน้อ ^ ^
แต่ช้าก่อน ถ้ายังไม่แน่ใจก็ขอให้วางปากกากรอกใบลาออก ดื่มน้ำเย็นให้ชื่นใจ แล้วมาอ่านตรงนี้กันสักนิดนะครับ
-----------------------------------------------------
จากการทำงาน HR มาได้สักระยะนึง ก็พบว่า
หลายครั้งพนักงานที่บอกว่าจะลาออกๆ กันเนี่ย มักจะไม่ออก แต่พวกที่ทำงานอยู่ดีๆ แล้วอ้าววันต่อมาหายไป อันนี้น่ะมีเยอะ
มีข้อสังเกตง่ายๆ มีดังนี้ครับ
สัญญาณการลาออกของพนักงาน 1 คน ที่ HR เราๆสามารถหาดูได้ ได้แก่
(1) พนักงาน : เดินมาบอก HR หรือ หัวหน้างานเองเลย
(2) คนรอบตัวพนักงาน : กระซิบบอก HR ให้ทราบ เพราะไม่อยากให้เพื่อนคนนั้นหายไปไหน
(3) เว็บต่างๆ : HR เปิดเจอ Resume ที่พนักงานเข้าไปหย่อนเอาไว้
(4) ผล Performance จากการทำงานที่ลดลง
(5) ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่สั่นคลอน
(6) บริษัทใหม่ที่พนักงานไปสัมภาษณ์ โทรมาขอทราบข้อมูลอ้างอิงการทำงานเพิ่มเติม
(7) อื่นๆ
-----------------------------------------------------
สาเหตุหลักๆเลย (ไม่เรียงลำดับ) ที่ทำให้พนักงานลาออก คือ
(1) เกี่ยวกับคน
- หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง แผนกข้างเคียง ลูกค้า หรือเรียกว่า อะไรที่เกี่ยวกับคนเนี่ย เป็นปัญหาได้หมดเลย
ทั้งจาก style การทำงาน / อุปนิสัยส่วนตัวของแต่ละคน / ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล / การดูแลและการปกครอง
(2) เกี่ยวกับงาน
- ลักษณะงาน อุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน บรรยากาศสถานที่ทำงาน
งานไม่ตรงกับความสามารถ / โหลดงานเยอะกว่าปกติ / สั่งงานแต่ไม่ติดตามงาน / งานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมายเยอะกว่างานที่ต้องทำประจำ / อุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวกับงานไม่เพียงพอ
(3) เกี่ยวกับสุขภาพ
- โรคประจำตัว โรคที่เกิดจากงาน โรคที่เกิดจากเพื่อนร่วมงาน
ปัญหาสุขภาพที่ขัดขวาง หรือ ลดความสามารถในการทำงาน / อาการติดต่อของโรค / ความเครียดและความอ่อนล้าจากสุขภาพส่วนบุคคล
(4) เกี่ยวกับครอบครัว
- ระยะทางที่ทำงาน ครอบครัวมีคนให้กำเนิดบุตร ครอบครัวมีผู้สูงอายุ ครอบครัวไม่ยอมรับงานที่ทำ
(5) เกี่ยวกับสวัสดิการ
- เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ น้อยกว่าที่เคยได้ หรือ ที่ควรจะเป็น
เกิดภาระหนี้สินขณะทำงาน / บริษัทใหม่ให้เงินเดือนสูงกว่า
(6) เกี่ยวกับอนาคต
- ต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น / ต้องการเปลี่ยนสายงานที่ทำอยู่ / Career Path เส้นทางอาชีพภายในบริษัทไม่ชัดเจน ไม่ก้าวหน้า
เหล่านี้เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเหตุผลของคนจะไปนะครับ
จะว่าไป เท่าที่อ่านมาพอจะเห็นกันใช่มั้ยครับว่าไม่ใช่ทุกสาเหตุที่ HR จะสามารถช่วยแก้ไขได้
แต่อย่างน้อยที่สุด หาก HR ได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละคนก่อน HR ก็อาจช่วยพนักงานได้ตามที่บริษัทมีความสามารถอย่างที่สุด
ในขณะเดียวกัน หากพนักงานมาบอกกล่าวให้ HR อย่างเราทราบแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วครับว่าจะช่วยเหลือได้เต็มที่รึเปล่า อย่าลืมนะครับว่า พนักงานทุกคน มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
ถ้าเราช่วยกันแบบนี้ ทั้ง พนักงาน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน และ HR รับรองได้ว่า ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกันแน่นอน หากเราทุกคนช่วยกัน
-----------------------------------------------------
สิ่งที่ พนักงาน ควรทำ ก่อนลาออก คือ
(1) สำรวจปัญหาของตัวเองก่อน ว่าสาเหตุที่เราจะลาออกจริงๆแล้วนั้นคืออะไร
(2) สำรวจตัวเองดูว่าจากปัญหาที่เราค้นเจอ เราได้พยายามแก้ไขด้วยตัวเอง หรือ ขอความช่วยเหลือจากผู้เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ และขอความช่วยเหลือถูกคนแล้วรึเปล่า
(3) สำรวจความต้องการและเป้าหมายในการทำงานของเราก่อนว่า งานที่ทำอยู่นี้ ตรงกับเป้าหมายในอนาคตที่วางไว้มั้ย
(4) มีตำแหน่งงานที่รองรับ หรือ ที่เราสนใจมากกว่านี้แล้วหรือยัง
(5) สำรวจเงินเก็บก่อน ว่าเรามีพอต่อการครองชีพในระหว่างที่ยังไม่ได้งาน หรือ ในระหว่างที่ทดลองงานแล้วอาจเสี่ยงต่อการไม่จ้างเราเมื่อครบ 4 เดือนเรียนรู้งาน
(6) สำรวจความเสี่ยงอื่นๆ ที่คุณนึกออก
-----------------------------------------------------
สิ่งที่ HR ควรทำ ก่อน/หลังทราบว่าพนักงานจะลาออก คือ
(1) สังเกตและรับฟังพนักงานอย่างไม่มีอคติ ทั้งที่เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับพนักงาน และบริบทรอบด้าน แล้วพยายามประสานงาน หรือ หาทางแก้ไขตามบทบาทและนโยบายที่เรามี
(2) ชี้แจง อธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะงาน ข้อกำหนด สิทธิ ของพนักงาน และนโยบายเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
(3) ประสานงาน ดำเนินการแก้ไขตามปัญหาที่แท้จริงที่พนักงานได้รับผลกระทบ
(4) ติดตามผลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง
(5) วางแผนป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก
(6) สำรวจสาเหตุอื่นๆ เพื่อทำการป้องกันต่อไป
-----------------------------------------------------
ท้ายที่สุดนี้ แม้ว่าการที่พนักงานลาออกไปคนนึง เมื่อเวลาผ่านไปบริษัทจะสามารถแทนคุณได้ก็จริง
แต่เชื่อเถอะครับว่า ไม่มีใครในบริษัทที่จะอยากเสียคุณไป หากเรารู้ว่าจริงๆแล้วเรายังทำอะไรได้อีกที่จะทำให้คุณสามารถ
ทำงานและอยู่กับพวกเราได้อย่างมีความสุข แต่ถ้าท้ายที่สุดนี้แล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้นจริงๆ
ก็ขอให้โชคดีกับที่ใหม่ครับ อย่าเสียเวลาเลย :)
-รัก-
HUMAN หน่อย
