อคติ..ไม่ต้องการข้อเท็จจริง รู้สึกไม่ชอบหน้าก็จะไม่ชอบขึ้นมาทันที เพียงแค่ได้ยินถ้อยคำที่ไม่สบายใจ..ได้ฟังได้อ่านข้อความในเชิงลบๆ ก็ตัดสินใจได้เลยทันทีว่า..คนแบบนี้ใช้ไม่ได้..

             ผมไม่เคยหาความหมายของคำว่า “อคติ” เพราะเป็นคำที่อยู่ในใจผมอยู่แล้ว ไม่ต้องรอเวลากำจัด..เพราะผมจะค่อยๆลดและลบมันออกไปจาก “หัวใจ”

            เวลาใด..ที่มากด้วยอคติ ก็มักจะไม่ค่อยมีเหตุผล มีแต่แต่งเติมอารมณ์และความรู้สึก จนรู้สึกอ่อนไหว อารมณ์ที่ขุ่นมัวที่เข้าใจยาก ก็คงเป็นเรื่องยากที่คนอื่นจะเข้าใจ..

            อคติ..ไม่ต้องการข้อเท็จจริง รู้สึกไม่ชอบหน้าก็จะไม่ชอบขึ้นมาทันที เพียงแค่ได้ยินถ้อยคำที่ไม่สบายใจ..ได้ฟังได้อ่านข้อความในเชิงลบๆ ก็ตัดสินใจได้เลยทันทีว่า..คนแบบนี้ใช้ไม่ได้..

            ผมไม่เคยคิดประคับประคองให้อคติอยู่คู่ใจไปจนตาย ไม่เคยเห็นดีเห็นงามว่ามันดี และไม่ได้เลียนแบบใคร ที่ง่ายเหลือเกินในการด่วนสรุปคนบนโลกใบนี้ ทั้งที่ไม่ได้ศึกษารายละเอียด ก็เชื่อสนิทแล้ว

            แม้แต่คนที่มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในสังคม ก็ยังโดนผลกระทบจากการอคติของผู้คน นับประสาอะไรกับคนธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ที่ย่อมจะมีใครต่อใครรู้สึกอคติและหมั่นไส้บ้างในบางเวลา

            ผมเคยรู้สึกหมั่นไส้ผู้ปกครองท่านหนึ่ง แบบว่าหาสาเหตุไม่ได้ ไปได้ยินได้ฟังอะไรมาก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่าไม่ชอบหน้า..อายุน้อยกว่าผม แต่ทุกวันนี้เจอหน้าผมแทบจะยกมือไหว้ เพราะเขาช่วยงานโรงเรียนดีเหลือเกิน...

            ประสบการณ์ด้าน อคติในระดับรากหญ้าของผมมีเยอะ ในระดับชาติก็มี บางครั้งบางครา ผมก็ยังอคติต่อท่านนายกฯ หรือ “บิ๊กตู่” หัวหน้าคสช. ที่กำลังคืนความสุขให้คนชั่ว (หรือเปล่า..)

            ก็เห็นว่ายาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ลุงแกเริ่มจะหย่อนความเอาจริงเอาจัง การจราจรในกรุงเทพฯก็แก้ไม่ได้ตามที่คุยไว้และอีกมากมาย..ที่หลายคนรวมทั้งผมด้วย..เริ่มหมั่นไส้และคิดไปต่างๆนานาแบบที่ “อคติ”อย่างสิ้นเชิง..

            นับเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง..เพราะแผนสร้างอนาคตชาติของท่านเพิ่งเดินมาได้ไม่กี่ก้าวและ “ลุงตู่”ท่านก็ยังทำอยู่และทำดีมาแล้วหลายเรื่อง แล้วใยจึงต้องรีบสรุปในเรื่องที่ยังไม่สำเร็จ ประเทศไทย 4.0 ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องเข้าใจแล้วหันหน้ามาช่วยกัน เลือกตั้งก็ต้องรอไปก่อน...(ฮา)

            ส่วนอีกท่านหนึ่ง ผมอคติสุดโต่งเลย..ไม่ใช่แต่เรื่อง “คูปองครู” ที่บางคนก็หมั่นไส้ผม คิดว่าผมไปว่าท่านในแง่ของการผลาญเงิน ทำเรื่องไม่เป็นประโยชน์

            แต่แท้ที่จริง..การบริหารจัดการงบประมาณแบบนี้ ทำให้เขตพื้นที่การศึกษามีภาระงานเพิ่มและไม่ได้บริหารการจัดการที่แก้ปัญหาการศึกษาที่แท้จริง..

            ความอคติของผม..เริ่มเบาบางลง เมื่อท่านประกาศดีเดย์ว่า ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ นี้ จะมีครูธุรการและภารโรงทุกโรงเรียน ซึ่งก็เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียว..เท่านั้น

            แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ในการทำงานของท่าน ที่ครูเราอย่าไปถือสา อย่าไปตั้งแง่ตั้งงอน อคติกับท่าน..ถึงแม้งบประมาณ ๒๕๖๒ จะผ่านสภาฯไปแล้ว แต่นี่เป็นเงินที่เหลือ ท่านก็ย่อมฝันหวานเป็นธรรมดา

            อย่าลืมที่ท่านเคยประกาศความสำเร็จ เงินคูปองครู ที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อครู ท่านยังบริหารให้เหลือได้ นับประสาอะไร?กับการใช้..มันง่ายนิดเดียว..

            ผมจึงไม่ขอสรุปเรื่องนี้ มันจะเป็นความรู้สึกด้านลบแก่ตัวผม ซึ่งผมเคยเสียใจในบางเหตุการณ์มาแล้ว..ครั้งหนึ่ง..มีเด็กผู้ชายย้ายมาเรียน และไม่ตั้งใจเรียนเท่าที่ควร นั่งหาวและเหม่อลอย การบ้านไม่ค่อยจะทำ..ผมแทบจะอดรนทนไม่ไหว..

            จึงต้องไปเยี่ยมบ้านเพื่อพบผู้ปกครอง..ภาพที่เห็น..เด็กคนนั้นหุงข้าวทำกับข้าวล้างจานและดูแลพ่อที่ป่วย บางคืนแทบไม่ได้นอนเพราะต้องดูแลพ่อที่ตัวร้อนและไอทั้งคืน..หัวใจของผมตอนนั้นเหมือนโดนทุบ ทั้งเจ็บทั้งอาย ที่ไปมีอคติกับเด็กที่ยอดกตัญญูแบบนั้น

            วันนี้..บอกตัวเองว่า..”อย่ารีบร้อนด่วนสรุปใคร ด้วยเหตุผลที่เบาบางเกินไป วันหนึ่งถ้าพบความจริงว่าเขาหรือเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด..เราจะเสียใจ.."

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒  กันยายน  ๒๕๖๑