จับประเด็น: ถ่ายทอดประสบการณ์การดูงาน SDGs ที่การประชุม ISCN สต็อกโฮม สวีเดน โดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และทีมผู้ใหญ่ที่ร่วมไปดูงาน

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑  ร่วมประชุม SDGs  ที่จัดโดยสถาบันคลังสมอง

ผู้ร่วมเสวนาวันที่ ๒๕ มี รศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จากจุฬาฯ  ผศ.ดร.ปริญญ เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร จาก ม.ธรรมศาสตร์ ดร.พรชัย มงคลวานิช อธิการบดี จาก ม.สยาม และ ดร.เอกชัย มหาเอก รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการฝ่ายรักษาการสิ่งแวดล้อม การออกแปบบ และการดำเนินงานตามภูมิสถาปัตย์ (ตำแหน่งยาวมาก) จาก ม.เชียงใหม่  ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจ พร้อมๆ กับ จับประเด็น  และเดินไปขอสไลด์ มาประกอบ เพื่อนำมาเผยแพร่ให้ท่านที่สุดใจ (ไม่ต้องสีค่ารถค่าที่พักมาฟัง)

อ.ปริญญา  เล่าเรื่องประกอบภาพ

  • ISCN 2018  หัวข้อหลักของเขาคือ Acting to purpose
  • หลังจากเขาประชุม 2016 ท่ได้ไปร่วมแล้ว (ท่านไปร่วมทุกครั้ง)
  • ปัญหาของเราคือ ไปดูงานกันมาก ส่งคนไปเรียนก็มาก แต่เรานำมาทำในเมืองไทยได้น้อย 
  • อุปสรรคคือคน คน ๓ กลุ่ม  
    • กลุ่ม ๑ ไม่มีทั้ง purpose แต่ ไม่มี Acting
    • กลุ่ม ๒  มี purpose แต่ไม่มี Acting
    • กลุ่ม ๓ มี Acting แต่ไม่มี Purpose
  • ในประเทศไทย ม.ธรรมศาสตร์ทำแล้วตั้งแต่ 2014 เป็นแห่งแรก
  • เป้าหมายของการจัดงานคือ ต้องการไอเดียใหม่ๆ จากท่าน และสิ่งที่ได้จะสร้างบันดาลใจผู้เข้าร่วมได้
  • งานนี้ไม่แจกถุงผ้า เป็นแก้วล้างทั้งหมด  ทำไมบ้านเราจึงแจกถง้า และแจกแก้วกระดาษ
  • กระดาษดีกว่าพลาสติกตรงที่มันย่อยสลาย แต่มันก็เป็นขยะเหมือนกัน 
  • ความเคลื่อนไหวใหม่ที่น่าสนใจคือ เขาลดการบริโภคเนื้อสัตว์  อาหารที่เสริฟในเงาน เป้นผัก 
  • เคีกอร่อย ไม่ได้หวานเกินไป 
  • งานวันสุดท้ายมี การจัดงานเลี้ยงให้รางวัล เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  
  • เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือ เครือข่าย การติดต่อกัน (Connection)
  • กิจกรรมที่น่าสนใจคือ Cover Station แบ่งกลุ่มเป็นโต๊ะๆ ละ ๘ คน  เวียนกัน ๕ รอบ 
  • โดยใช้การ์ดเป้นสัญลักษณ์ในการสลับเรื่อง
  • Amtropocene คือมนุษย์  ยุคที่มนุษย์เปลี่ยนโลก  เปลี่ยนในทางแย่
  • มีการเปิดโอกาสให้ทุกมหาวิทยาลัยมาแสดง BP
  • Panel ที่ชอบที่สุด คือ การร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ไม่ให้อุณหภูทิเกิน ๒ องศา เขาเสนอให้ประชุมกันออนไลน์ ลดการนั่งเครื่องบิน
  • สัตว์ปล่อยมีเทนมากกว่าพืช
  • โลกเราเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบสุดกู่แล้ว ๕ ครั้ง ครั้งที่ ๕ ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์
  • Act with  purpose -> Act with us prupose
  • เป็นปีแรกที่จัดแยกห้อง แล้วถ่ายทอดเทเลมารวมกัน
  • มี Charter Lab เพื่อทำร่วมกันทำข้อบังคับอย่างมีส่วนร่วม   ตอนช่วงเบรค พัก มีการเปิดโอกาสให้เสนอ แล้วมีฝ่ายรวบรวม  จบด้วยการปริ๊นมาลงนามร่วมกัน
  • แนวทางที่เราสามารถนำมาต่อยอดได้ 
  • SDGs ของเรา คือข้อที่ 4 Quility Education 
    • มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ในยุคหดตัวอย่างรวดเร็ว
    • Inputbased Education ผ่านไปแล้ว
    • ความยั่งยืนไม่ใช่สิ่งแวดล้อม แต่เเป็น สิ่่งแวดล้อม+ คน
    • มหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืนนั้น  เป็นเรื่องของทุกสิ่ง ทุกเป้าของ SDGs
อ.เอกชัย จาก  ม.เชียงใหม่
  • ไป ISCN มาแล้ว ๔ ครั้ง 
    • ปีที่ ๒ ไปที่ฮ่องกง   ส่วนใหญ่มีสปอนเซอร์ เข้ากีเบต ส่วนใหญ่ยัง Plan แต่ยังไม่ได้ดู 
    • ปีที่ ๓ ไปที่แคนนาดา ตอนนั้นก็ยังไม่ชัด  โดยเฉพาะประเทศไทย   ต่างประเทศเขาทำมาแล้ว ๒๐ ปี 
    • ปีที่ ๔ ไปที่สวีเดน  เขาไปไกลมาแล้ว  มีมหาวิทยาลัยในเอเชีย ๒ แห่งที่ทำดีมาก  คือ NUS และ มหาวิทยาลัยนันยาง สิงคโปร์
  • สิ่งที่เห็นและประทับใจคือ 
    • ทำอย่างครอบคลุมที่ง ๑๗ ตัวแล้ว  
    • เขาทำเป็นเรื่องปกติแล้ว 
    • สิ่งที่เขานำมาเสนอ ได้ผ่านการทดลองทำมาแล้ว 
    • มีการลงทุนและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการนี้ด้วย 
    • มีการบริหารจัดการเข้าไปถึงเมือง ถึงคน (การศึกษา) 
    • เขาทำแบบ หุ้นส่วนสังคม  โดยมีชุมชนเป็น Steckholder ใหญ่ด้วย 
  • เขามีโกลที่ชัดเจน และประกาศของ UN-SDGs เข้าไปในแผนชัด มีปฏิทิน
  • มีการทำวิจัย ร่วมกับรัฐบาลของท้องถิ่นในการขับเคลื่อน
  • มีการตั้งแลปทดลอง นำเทคโนโลยีเข้ามา หาทุนมาให้ดำเนินการ  คิดเป็นเงิน 2.0 ของ GDP  (แต่ของเรา 0.2)
  • มีการตั้งสำนักงานแห่งความยั่งยืน  ของไทยก็มีบ้างแล้ว คือธรรมศาสตร์ จุฬาฯ มหิดล 
  • Social Engagement ของเขาแข็งแรงมาก 
  • การนำมาใช้กับเรา  คือ เราต้องไม่ทำเฉพาะนโยบายเท่านั้น ต้องทำจากล่างขึ้นบนด้วย  วิธีการ Copy & Development อาจจะใช้ได้  และต้องเริ่มต้นในสิ่งที่เราทำได้ก่อน และต้องไม่ลืมองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ขอนแก่นโมเดล อบจ.ขอนแก่น  มีการตั้งส่วนงานขนส่งขึ้นเป็นผู้นำ 
อ.ปริญญา
  • การวิจัยของเขาทั้งหมด มีการตั้งเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหา และทำวิจัยเพื่อไปแก้ปัญหา  แต่เราทำวิจัยเพื่อตีพิมพ์
  • เขาใช้ Living Lab  คือใช้ชุมชนเป็นสถานปฏิบัติการ ดำเนินการอย่างมีส่วนร่วม 
อ.จักรพันธ์ จากจุฬาฯ 
  • ทางยุโรป เขาเน้นทางเทคโนโลยีค่อนข้างเยอะ มีการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้ 
อ.ปริญญา
  • ส่วนทาง่แคนนาดา จะเน้นไปที่ ไอเดียใหม่ และการบูรณาการกับธรรมชาติ  เช่น  เขามี Wood Wild Web  ที่เน้นเรื่องต้นไม้  เขาให้ความสำคัญกับต้นไม้  หันมาใช้ไม้ ใช้ต้นไม้มากขึ้น แต่ใช้แบบมีแผน 
อ.จักรพันธ์
  • สิงค์โปร์จะมีข้อจำกัดเรื่องของเมือง ทำให้การวางผังของมหาวิทยาลัยจะเป็น City University 
  • ส่วนแคนนาดา เขาจะพยายามผูกหลายๆ เรื่องเข้าด้วยกัน เช่น เรืองประวัติศาสตร์  เรื่องภูมิศาสตร์ ฯลฯ  เทคโนโลยีจะกลายเป็นเรื่องรองลองมา 
  • ส่วนปีนี้ที่สตอกโฮม   ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มเปลี่ยนกลับมาหลังจากเจอกับปัญหาแล้ว
  • เราต้อง
    • หันมาดูว่า เราอยู่จุดไหน  เราต้องเริ่มอย่างไร 
    • เช่น เรื่องขยะ คนไทยจะมีความฝังใจว่า จะแยกขยะทำไม ในเมื่อเราเอาไปรวมกัน  แต่ความจริง คนเก็บขยะเองเขาก็แยกอยู่แล้ว   
  • มหาวิทยาลัยในเคนยา เขามีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมเนื่องจาก ไม่มีกลไกในการจัดการของเสียในอุตสาหกรรม   ซึ่งบ้านเรามีแล้ว 
อธิการพรชัย ม.สยาม
  • ม.สยาม เป็นเครือข่ายใน SUN Thailand 
  • เราต้องทำเปเปอร์เพื่อแก้ปัญหาของเราและของโลก ไม่ใช่เพื่อตีพิมพ์ 
  • มหาวิทยาลัย KTH  Campus Plan
    • เขามี Academic House คือ Land Lord ของมหาวิทยาลัย  โดยรัฐจะตั้งบริษัทขึ้นมาเป็นเจ้าของทรัพยากร แล้วให้มหาวิทยาลัยเช่าที่ และมีหน้าที่ในการเช่าตึก สร้างตึก สร้างสิ่งต่างๆ ในสวีเดน โดยมีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยกับเมืองเป็นหุ้นส่วนของกันและกัน 
    • ซึ่งแต่ละวิทยาเขตก็จะดำเนินการแตกต่างกันตามทุนเดิมในพื้นที่ 
    • กระบวนการในการทำแผนของเขา จะนำโนโลยีเข้ามา มี VR เข้ามาช่วย หลังจากที่ได้ร่วมกันคิด ระดมสมอง และออกแบบกัน  
    • ในการสร้างอาคารหรือทรัพยากรแต่ละอัน มีการใช้งานกี่เปอร์เซ็นต์  
  • MIT Living Lab มีการนำเอาชุมชน ทั้งหมดมาเป็นสถานปฏิบัติการ 
    • เขาทำเรื่องนี้ต่อเนื่อง  
    • ในมหาวิทยาลัยมีคนสองประเภท คือ Facilitator และ อาจารย์หรือนักวิจัย 
    • เขามุ่งใช้สถานที่ในมหาวิทยาลัย  
    • กำหนดเลยว่าต้องมีส่วนร่วมกับชุมชน 
    • ให้ความสำคัญกับ Recycle 
    • มีการประเมินผลสำเร็จหรืออิมแพ็ค 
    • เขาไปซื้อไฟฟ้าจากโรงงานในชุมชนใกล้ๆ  ช่วยลดคอสหลายอย่าง
    • กงล้อของ Living Lab  จะต้องมี ไอเดีย มีการทำ มีการวัดผล และมีการทำวิจัยสนับสนุน 
    • ขับเคลื่อนโดย Facilitator  วิจัยโดยอาจารย์และนักวิจัย  หน่วยงานภายนอกและชุมชน เป็นฝ่ายสนับสนุนทุน 
สรุปรอบแรก
  • เห็น BP ที่ชัดเจน 
  • ในประเทศไทยมีวงใหญ่ๆ อยู่ ๓ วง คือ Social Engagement, SUN Thailand, ISCN
รองอธิการ มศว. 
  • บริบทของ มศว. จะค่อนข้างแตกต่าง   มศว. มีวิทยาเขตที่ใกล้ชิดชุมชน
  • สิ่งนี้เป็นเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยต้องทำ 
อ.จักรพันธ์ จุฬาฯ 
  • ทำชุมชนในเมือง 
  • เริ่มต้นทำจากการสำรวจด้วยแบบสอบถามห  ชุมชนที่ให้ความร่วมมือน้อยที่สุด คือชุมชนสยาม 
หากมองไปที่โกเตนเบิร์ก  ที่เปลี่ยนแปลงจาก "ขุมนรก" มาเป็น "เมืองสวรรค์"   มีความเป็นมาอย่างไร  เชิญค่ะ

อ.เอกชัย
  • เห็นตัวอย่างที่เป็นของจริง  รู้สึกว่า เขาทำได้อย่างไร  เราก็มีปัญหาแบบเดียวกัน ทำไมเราทำไม่ได้ 
  • ของเขาทำครอบคลุมทั้งหมดแล้ว ๑๗ ตัว แต่เราทำแบบเตาะแตะอยู่เพียง ๓-๔ ตัว 
  • เขาทำ Social Engagement เข้มแข็งมาก 
  • เขาทำชัดเจนและต่อเนื่อง  
    • ชัดเจนคือมีแผนชัดเจน มีปฏิทิน  เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าจะเดินอย่างไร  อะไรคือแกนหลัก อะไรคืองาน อะไรคือสิ่งที่ต้องปฏิบัติ อะไรคือนโยบาย  จะทำเมื่อไหร่ ใครจะเป็นคนดูคนประเมิน
    • เขารวมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยในโกเตนเบิร์ก  และส่งเรื่องให้กระทรวงศึกษาให้เปลี่ยนนโยบาย เกิดเป็นหลักสูตรระดับสูง จึงทำให้เกิดความต่อเนื่อง 
    • ตอนนี้ อ.กฤษกร กำลังทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากเสร็จแล้ว สกอ.ยอมรับ อาจจะเกิดขึ้นในประเทศเรา 
  • หอการค้า เป็นแหล่งรวมพ่อค้า เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย  นโยบายจึงมาจากภาคเอกชน   มหาวิทยาลัยจึงต้องตอบโจทย์เอกชน 
  • บัณฑิตของ Chalmers U. นั้นจะมีค่านิยมเป็น กะลาสีเรือที่จะต้องทำเรื่องความยังยืนต่อ ศิษย์เก่าต่างๆ 
  • เขามีการวางแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาศึกษาทั่วไป เพื่อรองรับเรื่องนี้  
  • ทั้ง Godenberge และ Chalmers มีอธิการเป็นผู้หญิง  และเข้มแข็งมาก  มีการมอบตำแหน่งเหมือนผู้ช่วยอธิการให้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ 
  • U of Godenberge และ U of Chalmers  เขาร่วมมือกันในเมืองเดียวกัน  มีการตั้งบอร์ดร่วมกัน (๖-๗ คน) มีหน้าที่เช็คว่าทำเรื่องนี้ไปถึงไหน มหาวิทยาลัยทั้งสองจะต้องทำอย่างไรบ้าง คือตั้งของดีมารวมกัน แล้วช่วยกันทำ 
  • มองมาที่เรา 
    • ความจริงในระดับมัธยมเขาทำมาพอสมควรแล้ว  
    • มหาวิทยาลัยต้อง Action ทำต่อ 
  • เขาอาตัวแทนของทุกๆ มหาวิทยาลัย มารวมกัน มาตั้งกติการ่วมกัน มีเป้าหมายร่วมกัน 
  • Goldenberge คือเมืองที่ผลิตรถวอลโว่  เขาบอกว่า ๒๐๒๑  จะเป็นเมืองที่ใช้รถไฟฟ้าทั้งหมด
อ.พรชัย พูดถึงโกเตนเบิร์ก
  • ในต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวกับ SDGs เขาจะมีระบุเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจน 
  • การทำ Sustanability Report ให้ผู้คนรู้อย่างชัดเจนในการปฏิบัติต่างๆ ว่าเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง 
  • เขาจะทำงานในลักษณะของโครงงาน 
  • มีการทำสื่อการเรียนรู้ เอื้อให้นักศึกษาหรือผู้มายืนสามารถอ่านได้ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 
อ.จักรพันธ์ 
  • เรื่องหลักสูตรที่เขาทำ เขามีระบบกลไกที่ง่ายมาก สะดวกมาก  ผ่านรองอธิการเพียงท่านเดียว 
  • รองอธิการที่ทำนี้ จะดูละเอียด อยู่ต่อเนื่องเป็นวาระที่ ๒ 
  • มีการสนับสนุนเรื่องความเท่าเทียมอย่างมาก 
  • เรื่องความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย  ไม่เหมือนเราที่ มีปัญหาแม้แต่ระดับภาควิชา 
  • เห็นด้วยกับการผลักดัน SDGs โดยใช้คนรุ่นใหม่   ไม่ใช่การ Top-down ลงไป 
คำถาม: เราจะกลับมาทำอะไรที่มหาวิทยาลัยของเรา 

อ.เอกชัย ม.เชียงใหม่
  • เมื่อพิจารณา SDGs ทั้ง ๑๗ ข้อนี้  องค์กรของเราทำกี่ตัว 
    • เรามักเริ่มจากผู้บริหารที่ดูแลพื้นที่ทางกายภาพ 
    • แต่เขาเริ่มจากการมองภาพองค์รวมทั้งระบบ
    • สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ต้องกลับมาคิดกันใหม่ให้เชื่อมโยงบูรณาการ 
  • ที่ ม.เชียงใหม่
    • เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว  ม.เชียงใหม่ ยังไม่มีมาสเตอร์แพลน  การบริหารจัดการขึ้นอยู่ "รสนิยม" ของผู้บริการ 
    • เมื่อมาเป็นผู้บริหาร ท่านทำงานอย่างหนักในการวางผังแม่บทใหม่ อะไรที่ไม่ครบก็เตรียมผน อะไรที่ควรมีแต่ไม่มีก็ต้องทำ อะไรที่มีแล้วก็เอามาเป็นฐาน  เรียกว่า  SMART Growth  
    • ความคิดรอบยอดคือ ทำอย่างไรให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด 
    • กระทรวงพลังงานและสำนักงานที่ดูพิมพ์เขียวมาเริ่มจับ   จึงได้นำเอาแพลนเขียวที่ทำไว้มานำเสนอ 
    • ในแผนนั้นดูทั้งหมด ๘ เรื่อง  (เอาสไลด์มาเติม) ซึ่งร่วมถึง Governance ด้วย 
    • ม.เชียงใหม่ ได้บูรณาการดับครีเอทีฟล้านนา  เรื่องอาหาร  
    • ม.เชียงใหม่ ตอบข้อ  ๔ ๑๑  ๑๓ ....  ทั้งหมด ๗ ตัว
อ.พรชัย ม.สยาม
  • SDGs ไม่ใช่ CSR  
  • เราจะมุ่งไปที่การเรียนการสอน 
  • เราจะนำ Campus และ Community เป็น Test Based 
  • เราจะมีกลุ่มที่เรียกว่า SUSDGs ตั้งเป็นคลัสเตอร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ มีการประชุมออไลน์เดือนละครั้ง 
อ.จักรพันธ์
  • เราจะทำ SDGs report ให้ชัดเจนก่อน  แล้วค่อยดูว่า อะไรทำมากทำน้อย แล้วค่อยเริ่มทำ 
  • หลังจาก Mapping แล้ว ต้องมองหาว่าใครคือ Player ในมหาวิทยาลัย แล้วค่อยเซ็ตทีมกัน 
  • เราจะทำแบบ ล่างขึ้นบนให้มากขึ้น เน้นไปที่คนที่สนใจจริง ๆ   ทำจากเล็กไปใหญ่ 
  • ในขณะเดียวกันเราจะทำกับนิสิตเลย  ตอนนี้เราเริ่มมีคลับเกี่ยวกับ SDGs มากขึ้น   
  • เราพยายามถ่ายทอดแนวคิดไปสู่นิสิต เช่น  ประชาสัมพันธ์ผ่านรถบัสในมหาวิทยาลัย 
  • เราเป็นหนึ่งใน SUN Thailand 
อ.ปริญญา
  • ม.ธรรมศาสตร์ เป็นประธาน SUN Thailand
  • SUN
    • เริ่มต้นเอา SDGs มาเป็น Purpose ของมหาวิทยาลัย ทุกตัว 
    • SUN หนุนให้ เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย เน้นไปที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และเริ่ม Acting ในปีที่ ๓ เช่น มีการเซ็น MOU ร่วมกันล้วของมหาวิทยาลัยชั้นนำกับ CP 
    • SUN จัดประชุมเสวนาเวทีระดับชาติ แต่จะเน้นไปที่การนำเสนอ BP เป็นวง Acting แลกเปลี่ยนเรียนรู้   ใกล้ที่สุดคือ ๒๕-๒๖ สิงหาคม ที่ ม.ธรรมศาสตร์ 
    • และเวทีนี้จะเน้นนักศึกษาให้มีบทบาทมากขึ้น ให้แต่ละมหาวิทยาลัยประกวดกันเอง แล้วคัดมา แล้วนำมาแข่งขั้นกันระดับชาติ 
  • ทั้งหมดที่ท่านได้ฟังไปทั้งวันนี้ คือการเรียนรู้จากผู้ที่เขาทำมาแล้ว  
อ.ปริญญา 
  • " เราไม่ทางตามทันหรอกครับ เราตามเขาไม่ทัน ... อย่าไปวิ่งตามครับ เราต้องวิ่งไปดักหน้าครับ...."  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีแห่งความพอเพียง

คำสำคัญ (Tags)#การพัฒนาที่ยั่งยืน#SDGs#SUN Thailand

หมายเลขบันทึก: 649154, เขียน: 25 Jul 2018 @ 11:54 (), แก้ไข: 25 Jul 2018 @ 17:16 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)