บทความ Talking with --- Not Just to --- Kids Powers How They Learn Language (1)ในนิตยสาร Scientific American Mind ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๑ บอกว่า การคุยโต้ตอบกันไปมา ช่วยให้เกิดพัฒนาการของศูนย์ภาษาในสมองของเด็ก ช่วยพัฒนาความสามารถด้านภาษา
มีผลงานวิจัยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 บอกว่า เด็กจากครอบครัวยากจน ไม่ใช่แค่ขาดแคลนด้านวัตถุ ยังขาดแคลนด้านการได้ยินได้ฟังคำพูดด้วย ผลงานวิจัยนี้ประมาณว่า เมื่ออายุ ๔ ขวบ เด็กยากจนได้ยินคำพูดน้อยกว่าเด็กในครอบครัวฐานะดีถึง ๓๐ ล้านคำ มีผลให้เมื่อเข้าโรงเรียน เด็กจากครองครัวยากจนมีทักษะด้านภาษาต่ำกว่า ส่งผลให้ผลลัพธ์การเรียนในภาพรวมต่ำกว่าด้วย
ผลงานวิจัยต่อๆ มา บอกว่า “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” คือจำนวนครั้งของการพูดคุย สำคัญน้อยกว่าลักษณะของการพูดคุยแบบ พูด - ฟัง - โต้ตอบ กัน และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ มีรายงานผลการวิจัยจาก เอ็มไอที (2) บอกหลักฐานว่า การพูดคุยโต้ตอบไปมาช่วยกระตุ้นพัฒนาการของสมองของเด็กในส่วนBroca’s Area ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพูด
การวิจัยสมัยใหม่สามารถเก็บข้อมูลการทำงานของสมองได้ บอกว่าจำนวนคำที่พูดไม่ใช่ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการพัฒนาBroca’s area สิ่งที่สัมพันธ์คือจำนวนครั้งของการพูดโต้ตอบ ซึ่งหมายถึงการที่เด็กได้รับการฝึกให้เพ่งความสนใจ ฝึกการฟัง และกล่าวคำพูดโต้ตอบ
เขาเอ่ยถึงผลการวิจัยอื่นๆ ที่บ่งชี้วิธีการที่พี่เลี้ยงในศูนย์รับเลี้ยงเด็กพึงปฏิบัติ คือการมีเวลาคุยโต้ตอบกับเด็กแต่ละคน รวมทั้งการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ ที่ต้องไม่ให้ทีวี หรือ iPad เลี้ยงลูก เพราะจะทำให้ลูกขาดโอกาสฝึกฝนการสนทนาโต้ตอบกับมนุษย์ด้วยกัน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมอง เป็นการวางรากฐานความสามารถในการเรียน
วิจารณ์ พานิช
๑๐ มิ.ย. ๖๑
May I add to this a news headline ...พบ เด็กม.ต้นกว่า 91.8% เกี่ยวข้องกับการพนันเพราะคนใกล้ตัว [thaipost]? Of course we have all learned that 'คบคนพาล พาลพาไปหาผิด...' but we never heed the wisdom. Oh, how that wisdom can be good for Thai society!
ตอนนี้เด็กทีวี หรือ iPad จนถือเป็นพี่เลี้ยงในการเลี้ยงลูกไปแล้วค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ขอshareนะคะ