ตอนที่ 1-3 อ่านที่นี่ครับ https://www.gotoknow.org/blog/...
.
ตอนนี้ไม่มีข่าวอะไรร้อนแรงเท่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญ...
ทั้งไลน์ เฟซ เว็บ ข่าว ประโคมเรื่องความหายนะตลอดวัน.
เรื่องการเมือง ข่าวดังอื่นๆ ถูกกลบ ลบจากความสนใจหมดเลย
.
นักวิทยาศาสตร์เมืองไทย ซึ่งก็มีไม่มาก วันๆ นี่ ไม่ต้องทำอะไรละ.
วนเวียนออกช่องโน้นนี้ ถูกสัมภาษณ์ออกสื่อตลอด เปิดกี่ช่องๆ ก็เจอหน้าเดิมๆ ไม่กี่ท่าน.
ผมนึกถึงสมัยที่วิชาจีบ ที่ผมสอนดังเป็นข่าว วันๆ วิ่งออกช่องโน้นช่องนี้ ออกจนเหนื่อย
แต่คราวนี้มันเป็นข่าวสะเทือนทั้งโลก !!
.
ผมติดตามตลอด ด้วยอยากรู้ว่าสาเหตุความสะเทือนขวัญคราวนี้ มันเกิดจากอะไร
งานการไม่ค่อยได้ทำกันละ ไล่ติดตามข่าวทั้งวัน ... แน่นอน เพื่อนร่วมงานก็เป็น
หรือแม้กระทั่งหัวหน้า หรือ CEO ก็เหอะ ดูไม่มีกระจิดกระใจจะทำงานกันเท่าไหร่
ผลกระทบจากเหตุการณ์เพียง 7 นาที มันแพร่กระจายในจิตใจคนเป็นวงกว้าง
ราวกับรอยวงน้ำที่เกิดจากการขว้างหินลงในหนองน้ำนิ่ง แล้วมันขยายวงออกไป
.
ผมก้มไปดูในลิ้นชัก ที่มีนาฬิกาข้อมือวางอยู่ มันตายตั้งแต่วันนั้น เข็มของมันหยุดสนิท
การตายของมัน ทำให้ผมรู้ว่าเหตุการณ์นี้ 7 นาที ตรงกับข่าว
ความรุนแรงของมันทำให้นาฬิกาควอทซ์อายุ 7 ปีของผม เจ๊งไปเลย
มันแปลกตรงที่เป็นเลข 7 ทั้งคู่ ผมนั่งนึก...
.
เอ๊ะ ถ้านาฬิกาเจ๊ง แสดงว่าต้องมีอุปกรณ์อื่นๆ ที่เจ๊งด้วยซิ !!
อเมริการายงานว่า ยอดความเสียหายที่เกิดขึ้น ตีเป็นมูลค่า 30 ล้านยูเอส
นี่แค่ 7 นาที ทำความเสียหายขนาดพันล้านเลยเหรอ ... แล้วเมืองไทยล่ะ
ข่าวรายงานถึงผลกระทบจากเน็ตล่ม การเงินออนไลน์หยุดชะงัก
เศรษฐกิจที่กำลังแข่งขันกันเกิดสะดุด หุ้นที่กำลังเทรดกัน ก็ล่ม
การเงินที่มีความแข่งขันสูง ยอดความเสียหายจึงเกิดมากมาย...
.
นอกจากนี้มี อเมริกาแจ้งว่า มียอดผู้เสียชีวิต กว่า 20 คนแล้ว
ส่วนมากที่โรงพยาบาล เพราะเครื่องช่วยหายใจหยุดทำงาน ไฟฟ้าสำรองก็ไม่ติด
นั่นไง ผมไม่รู้ว่าเครื่องจะเจ๊งไปเลย แบบนาฬิกาผมหรือเปล่า
ก็สลดใจครับ ที่มีคนตายหลายคน ด้วยเวลาหายนะเพียงแค่ 7 นาที
ยังมีรายงานเรื่องคนฆ่าตัวตาย ...เป็นประธานบริษัทใหญ่ด้วย
.
ผมย้อนคิดว่า สมัยนี้ คนเอาชีวิตไปผูกกับเครื่องไม้เครื่องมือจนรวมเข้ากับชีวิต ขาดไม่ได้
ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดสมัยก่อน สมัยที่คนยังไม่ได้มีอินเตอร์เน็ต ความเสียหายก็อาจจะไม่มากมายขนาดนี้
และเศรษฐกิจที่แข่งกันจนหน้ามืด เงินที่กำลังหมุนอยู่มันสะดุดไม่ได้เลย มันอาจเสียหายได้มหาศาล
นี่คนบ้านนอก ไม่มีทรัพย์สินอะไรมาก กลับไม่เดือดร้อนเท่าไหร่...!
.
ขณะที่ผมยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แค่เชื่อตาม แทน ว่าเกิดจากโลกร้อน
แต่มันทำให้ผมตระหนักกับสัจธรรมบางอย่าง
ว่าทุกวันนี้ เราอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยง โดยไม่รู้ตัว
จากความไม่แน่นอนของธรรมชาติ อันเสื่อมลงจากน้ำมือมนุษย์เอง
และก็มนุษย์นี่แหละ ที่เอาชีวิตไปผูกไว้กับอินเตอร์เน็ต การเงิน การแข่งขันอย่างรุนแรง
จนไม่คิดถึงผลกระทบ เวลามันเกิดสะดุดปัญหา
เหมือนคนวิ่งสุดแรงเกิด แบบไม่ลืมหูลืมตา สะดุดอะไรขึ้นมาหน่อยเดียว ก็บาดเจ็บหนัก
.
นี่เราจะเอาอะไรกันนักหนา ไม่ช้าไม่นาน เราก็ตาย ...ผมเริ่มปลงมรณานุสติอีกครั้ง
เราจะยิ่งใหญ่ รวยล้นฟ้า ก็ไม่พ้นความตาย
เราจะสนุกมีความสุขแค่ไหน ก็หนีความตายไม่พ้น
คนโบราณ ไม่ว่าจะเป็นฟาโรห์ กษัตริย์ จอมจักรพรรดิ นักบวชนิกายต่างๆ พยายามเอาชนะความตาย
เขาแสวงความยิ่งใหญ่ที่สุด คือความเป็นอมตะ สร้างวิหารยิ่งใหญ่ บูชาเทพเจ้า
แต่ก็ไม่พ้นกฎธรรมชาติอยู่ดี
.
และจริงๆ ชีวิตเราก็อยู่บนความเสี่ยง ที่อาจตายได้ทุกขณะ ไม่ว่ายุคสมัยใด
ธรรมชาติไม่มี sms แจ้งบอกบอกล่วงหน้า....
จึงไม่มีใครรู้หรอกว่า พรุ่งนี้กับชาติหน้า .... อะไรจะมาถึงก่อนกัน !!
.
เอ๊ะ แทน ไลน์มาครับ.....ผมยกมือถือขึ้นมาดู.....
ข้อความแรก.... "ระวังมันอาจเกิดขึ้นอีก เร็วๆ นี้ !!!! "
..........