นี่คือโครงการระยะที่ ๑(ระยะเวลา ๖ เดือน)  ที่ สคส. ทำงานให้แก่สสส.   เพื่อทำความเข้าใจสถานภาพปัจจุบันขององค์กรภาคีและการจัดการความรู้ในองค์กรภาคี

วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๑  ผมไปเป็น backup ให้แก่คุณอ้อ (วรรณา เอื้อวิจิตรจรัส) ไปนำเสนอผลงานที่ สสส.แก่ฝ่ายภาคีสัมพันธ์

ผลงานศึกษาสถานภาพปัจจุบันและสังเคราะห์ข้อเสนอแนะแก่ สสส. ครั้งนี้   ได้ผลลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้เดิมมาก   เห็นความแตกต่างหลากหลายของสภาพความเข้มแข็งขององค์กรภาคี   และเห็นโอกาสใช้ KM 4.0 สร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรภาคีของสสส.  ชัดเจน    ที่จะช่วยให้เกิดการทำงานแบบ “ลงทุนน้อย ได้ผลมาก”    โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในหมู่ภาคีเครือข่าย    ภายใต้ความสัมพันธ์แนวระนาบเป็นพลังหลัก    และภายใต้การจัดการอย่างเป็นระบบ    เน้นจัดการแบบ empowerment  

ฟังข้อเสนอแนะของคุณอ้อ   ทำให้ผมนึกถึงยุทธศาสตร์การทำงานสมัยที่ผมเป็นผู้อำนวยการ สกว.    ที่ในช่วงวาระที่สองของการทำหน้าที่    สกว. มีผลงานมากแต่ทำงานสื่อสารผลงานไม่เก่ง     เราได้จัด“พื้นที่สื่อสารผลงาน” ซ้อนกับพื้นที่เดิม คือ “พื้นที่จัดการงานวิจัย”    โดยว่าจ้างทีมสื่อสารผลงานวิจัยเข้าไปทำหน้าที่ตีความและสังเคราะห์ผลงานวิจัยออกสื่อสาร   ก่อความเข้มแข็งและชื่อเสียงให้แก่ สกว. ในสมัยนั้นเป็นอันมาก   

ผมจึงเสนอต่อที่ประชุมว่าน่าจะพิจารณาจัด “พื้นที่ซ้อนพื้นที่” ในบริบทของ สสส.    โดยที่พื้นที่ซ้อนคือ “พื้นที่เชื่อมโยงความรู้” (knowledgenetworking)    ใช้ KM 4.0เป็นพลังเรียนรู้ร่วมกันของภาคี   ก่อผล synergy ระหว่างภาคี    สร้างผลงานที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น    ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ knowledgeleveraging    ช่วยให้ภาคีและ สสส. มีผลงานที่ดียิ่งขึ้นภายใต้ทรัพยากรเท่าเดิม   

วิจารณ์ พานิช

๓ เม.ย. ๖๑