และแล้ว..การแสวงหาความรู้ในรูปแบบการศึกษาวิจัยเล็กๆ ก็มา.. หลังจากที่กองทัพบกได้อนุมัติให้มีการตั้งสาขาหรือภาษาทหารนิยมใช้คำว่าส่วนแยกของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ที่กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( กอ.สสส.จชต. ) ภายในค่ายสิรินธร ททบ. ๕ /๑ จึงกำเนิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อต้องการเพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บางส่วน ที่อาจไม่รู้ ไม่เข้าใจภาษาไทย ช่วงแรกจะนำข่าวที่ออกอากาศทาง ททบ.๕ ซึ่งเป็นโทรทัศน์ระดับประเทศ มาแปลเป็นภาษามลายูท้องถิ่นออกอากาศในช่วงเช้า ต่อมาก็เริ่มผลิตรายการเองมีทั้งภาษามลายูท้องถิ่นและภาษาอังกฤษโดยมีคณะอาจารย์และนักศึกษาของสถาบันการศึกษาในพื้นที่ร่วมกันผลิตกับคนของกองทัพ ผู้เขียนจึงสนใจและมีคำถามที่ต้องการคำตอบในเรื่องเกี่ยวกับการแพร่ภาพวิทยุโทรทัศน์ในภาษามลายูท้องถิ่นของประเทศไทย ทำไมต้องวิจัย? ต้องบอกว่าความรู้และความเป็นจริงในโลกนี้มีอยู่มากมาย การวิจัยคือกระบวนการออกแบบวิธีการในการที่จะค้นคว้าหาข้อเท็จจริง การรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่อย่างเป็นระบบ มีแบบแผน มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน อิงอยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการซึ่งเป็นที่ยอมรับ ผู้เขียนเลือกวิธีการวิจัยเอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อดีตผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นำข้อมูลมาวิเคราะห์ เรียบเรียง เพื่อพรรณนารายละเอียดถึงประวัติความเป็นมาเหตุผลในการเผยแพร่ออกอากาศโทรทัศน์เป็นภาษามลายูในอดีต ปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้ต้องยุติการออกอากาศ การเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ที่มีการออกอากาศโทรทัศน์ในระดับท้องถิ่น ผลิตโดยท้องถิ่นและใช้ภาษาของท้องถิ่น เป็นการศึกษาเล็กๆ ที่ใช้งานวิจัยเป็นเครื่องมือ แต่ก็มีผู้คนที่ถามผู้เขียนว่าเรื่องเช่นนี้ต้องถึงกับต้องค้นคว้าทำวิจัยเลยหรือ เมื่อถูกมองว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนก็พอจะรู้อยู่แล้ว ผู้เขียนก็ได้แต่อธิบายว่าการศึกษาในรูปแบบของการ ทำวิจัยนำมาใช้ได้กับทุกประเด็นไม่ได้มีข้อจำกัดอะไร บางทีอาจไม่ได้หมายถึงการมีสิ่งประดิษฐ์หรือการคิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการนำความรู้ที่มีอยู่แล้วมากมาย มาจัดกลุ่มจัดประเภท มาทำความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้นหรือการสกัดนำบางแง่มุมมาใช้ประโยชน์ การทำความเข้าใจถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง การกำหนดคำนิยามใหม่ๆ การวิเคราะห์หาแบบแผน การเชื่อมโยงเหตุผล การชี้ให้เห็นถึงความเหมือนหรือความแตกต่าง การวิเคราะห์ทัศนะของผู้ที่เกี่ยวข้องถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ทำให้สามารถตอบคำถามที่เราสงสัยและยังมีแนวทางที่จะนำมาพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขภารกิจที่ต้องปฏิบัติในปัจจุบันได้ วันนี้การศึกษาหาความรู้ในประเด็นที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยในรูปแบบของงานวิจัย วิทยานิพนธ์ ในศาสตร์สาขาต่างๆ ทั้งทางด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ประวัติศาสตร์ กฎหมาย ศิลปะ วัฒนธรรม การสื่อสาร ทั้งที่ที่ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศที่พอจะสืบค้นได้นั้นมีเป็นหลักพันเลยทีเดียว และเป็นการวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคน สังคมและวัฒนธรรมจำนวนมาก เสน่ห์ของงานวิจัยประเภทนี้คือการอธิบายทำความเข้าใจปรากฏการณ์ความเป็นจริงตามธรรมชาติ การตีความหรือการค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ผ่านกรอบแว่นในศาสตร์สาขาต่างๆ เรื่องของจิตวิทยาหรือพฤติกรรมมนุษย์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่แทบจะแยกจากสิ่งแวดล้อมในการดำรงอยู่ไม่ได้ บริบทที่แตกต่างกันความหมายหรือการตีความก็แตกต่างกัน เพราะการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เองที่ทำให้ผู้เขียนสนใจและเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านงานวิจัยประเภทนี้ และรู้สึกดื่มด่ำถึงความงดงามรวมทั้งมุมมองที่ผู้ทำวิจัยสามารถสะท้อนภาพของสังคมออกมาได้ ทั้งนี้ก็ต้องใจกว้างมากพอที่จะเข้าใจความแตกต่างอันเกิดจากกรอบแว่นที่ผู้ทำวิจัยแต่ละคนใช้ รวมถึงมุมมองและประสบการณ์ของผู้ทำวิจัยแต่ละคนที่แตกต่างกันด้วยค่ะ ( ปล.ขอบคุณภาพจาก Facebook ททบ.5/1 นะคะ )
14 ปีความทรงจำและการเรียนรู้ จากงานชายแดนใต้ (ตอน 3)
งานชายแดนใต้-ดวงกมล เทวพิทักษ์
1 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
PANYA · 19 เม.ย. 2561
sutti · 19 เม.ย. 2561
วรโพธินามะ · 19 เม.ย. 2561
นางสาว กรวรรณ กว้างขวาง · 19 เม.ย. 2561
