มาตรการ QE ของธนาคารกลางยุโรป ส่งผลกระทบสวีเดนและไทย
ธนาคารกลางสวีเดน เป็นธนาคารกลางที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งแรก อยู่ที่ร้อยละ -0.1 หลังจากความผันผวนในตลาดโลก
การปรับดอกเบี้ยครั้งนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมพาพันธ์ 2558 การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นภายหลังประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการหยุดยิงระหว่างรัฐเชีย – ยูเครน เป็นการตัดสินใจเข้าร่วมการต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจในกรีซ โดยสวีเดนเป็นประเทศสุดท้ายที่เข้าร่วมต่อสู้กับสงครามการเงินในขนานนั้น หลังจากธนาคารกลางเดนมาร์กประกาศอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้ง ใน ภ สัปดาห์ ธนาคารกลางสวีเดนพยายามไม่ให้ประเทศตกอยู่ในภาวะเงินฝืด โดยธนาคารกลางยืนยันว่า มาตรการนี้ประกาศขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และการส่งออก นอกจากการลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ธนาคารกลางสวีเดนยังเข้าร่วมมาตรการ QE ของสหภาพยุโรป โดยซื้อพันธบัตรรัฐบาล ใช้เงินกว่า 1.19 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือ 10 พันล้านโครนสวีเดน เพื่อป้องกันภาวะเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจ ค่าเงินโครนสวีเดนได้ลดต่ำสุดในรอบ 6ปี เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ
การอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสวีเดนนี้คาดว่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในช่วงปี 2558 ผู้ส่งออกควรระมัดระวังการค้า และคำนึงถึงผลกระทบของตนเองด้วย เนื่องจากค่าเงิน ‘‘บาท’’ได้ปรับตัวแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินโครนสวีเดน ในช่วงปี 2557 มูลค่าการร่วมค้าระหว่างไทย-สวีเดน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 25 แต่มูลค่าการส่งออกไทยมาสวีเดน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สินค้าการส่งออกได้แก่ รถยนต์ เครื่องวิทยุ โทรทัศน์ เครื่องไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบต่างๆที่ได้กล่าวมา เป็นต้น การนำเข้าสินค้าจากสวีเดน มีมูลค่าลดลงร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สินค้านำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์กระดาษและเหล็ก ยานยนต์ และส่วนประกอบต่างๆที่ได้กล่าวมาเป็นต้น
หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินที่เกิดกับประเทศต่างๆ ทำให้ธนาคารกลางของประเทศ เหล่านั้นได้ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ รวมทั้งมาตรการเชิงปริมาณหรือ QE เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจอย่างไรก็ดี จากความเชื่อมโยง ทางเศรษฐกิจการเงินระหว่างประเทศที่มีมากขึ้น ทำให้ QE ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อประเทศที่ดำเนินนโยบายเท่านั้น แต่ส่งผลถึงประเทศอื่นๆ อีกด้วย ผลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ความรุนแรงของผลกระทบ จากมาตรการ QE ในประเทศหลักต่อประเทศตลาด เกิดใหม่ (EMEs) ขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศ EMEs เป็นสำคัญ สำหรับประเทศไทย พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งจะช่วยลดผลกระทบจาก shock ภายนอก ที่มาจากการลดมาตรการ QE ในประเทศหลักได้ ในทางตรงกันข้าม หากเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ มีปัจจัย เสี่ยงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ทำให้นักลงทุน ขาดความเชื่อมั่นในอนาคตเศรษฐกิจไทย ผลกระทบจากการยุติมาตรการ QE หรือ shock ใดๆ ก็ตามที่ มากระทบประเทศ ก็เป็นเพียง trigger หนึ่งที่อาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงของเศรษฐกิจได้เช่นกัน
แหล่งที่มา : http://thaicom.dk/assets/files...
แหล่งที่มา : https://www.bot.or.th/Thai/Mon...
