ผมติดตามคดีหวย ๓๐ ล้าน โดยบังเอิญ เพราะในชีวิตจริงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องหวยหรือลอตเตอรี่ สักเท่าไหร่..ที่สนใจเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครูคนหนึ่ง..ซึ่งซื้อหวยในแต่ละงวด..หลายหมื่นบาท
ผมเอง..จำได้ว่า ปี ๒๕๖๐ ซื้อลอตเตอรี่หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ราวๆ ๓ – ๕ ครั้ง ครั้งละใบ ปี ๒๕๖๑..ยังไม่ได้ซื้อเลย ส่วนหวยใต้ดินจำไม่ได้ ครั้งสุดท้ายก็น่าจะนานกว่า ๒๐ ปีแล้ว..
ความรู้สึก..ไม่อยากเสี่ยงโชคกับเรื่องแบบนี้ และก็มั่นใจเรื่อยมาว่า..ชีวิตจะไม่มีทางที่จะหวังร่ำรวยกับการซื้อหวยอย่างแน่นอน..สู้อดทนทำมาหากินและใช้จ่ายอย่างประหยัด ในวิถีทางแห่งความพอเพียงจะดีกว่า..
คดีหวย ๓๐ ล้าน..เนิ่นนานมาหลายเดือน..จนถึงวันนี้..ใกล้จะปิดคดีได้แล้ว..ผลที่สุด..ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครผิด..สังคมและสื่อมวลชนพยายามพุ่งเป้าไปที่..ครู..จนทำให้ครูตกเป็นจำเลยของสังคม..ผมเอง..ไม่ด่วนสรุป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ
อย่างไรก็ตาม..ที่สุดแล้ว..ตำรวจก็คงหาคนผิดมาลงโทษจนได้ โทษฐานหลายกระทงเป็นแน่แท้..และไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนเป็นผู้ผิด..ย่อมผิดมหันต์จากบาปกรรมที่กระทำจากความละโมบโลภมาก..
ความโลภ..ที่อยากรวยทางลัด อยากสุขสบายบนความทุกข์ของผู้อื่น อยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตน..เป็นความทุกข์ตั้งแต่แรกคิดแล้ว ยิ่งจะทุกข์หนักถ้าถูกจับได้ว่าฉ้อโกง..ผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม..
จริงๆแล้ว..ผมไม่อยากให้วงการครูมีเรื่องแบบนี้..แต่ครูสมัยนี้ก็อยากทันยุคทันสมัย..อยากก้าวไวและก้าวไกล จนลืมไประหว่างรายรับกับรายจ่าย..
องค์กรครู..จึงมีหนี้สินมาก ช่องทางที่จะสร้างหนี้ก็ง่ายดายเหลือเกิน งานนี้ไม่มีใครผิด..เพราะครูส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากความไม่มีและไม่รู้ ..ไม่มี คือ ไม่มีในสิ่งที่อำนวยความสะดวก ทั้งรถเก๋ง โทรศัพท์มือถือแพงๆ บ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้าน..
ไม่รู้ ก็คือ..ไม่รู้ว่า..หนี้ที่สั่งสมจะลดได้อย่างไร? ไม่รู้ว่า..ถ้าพอเพียงแล้ว..จะส่งผลดีต่อชีวิตอย่างไร?..และไม่รู้ว่า..ซื้อหวยพาซวยหรือพาให้รวยกันแน่..
ทุกวันนี้..ทุกวิชาชีพซื้อหวยกันทั้งนั้น..รายได้ภาครัฐที่ได้จากหวยจึงเป็นกอบเป็นกำ..คงปฏิเสธไม่ได้ว่า..อาชีพครู ที่สร้างคนให้มีคุณภาพนั้น..ก็เล่นหวยกันมิใช่น้อย..โดยไม่ต้องมองกันที่ครู..กับหวย ๓๐ ล้านเท่านั้น..ก็พอจะยืนยันได้..
ผมเคยเป็นครูบรรจุใหม่ที่อีสาน ในปี ๒๕๒๙..ภาพวันนั้นยังชัดเจนติดตา คือวันที่หวยออก..ครูบางส่วนจะไปรวมตัวกันใต้ถุนอาคารเรียน เพื่อลุ้นการออกรางวัลทางวิทยุ..เป็นวันที่เป็นความหวังเดียวของครู..
ผมเห็นจนชินตา..ครูใหญ่ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร...นานๆผมถึงจะได้ยินเสียงเฮเพราะถูกหวย..มีแต่ครูหน้าตาเศร้าสร้อยเพราะไม่ถูก..แล้วงวดต่อไปก็ซื้อใหม่..
ผมไม่ได้สนใจว่าครูจะซื้อหวยกันทำไม? แต่เป็นห่วงเด็กที่ครูทิ้งห้องเรียน และเด็กจะทำเป็นเยี่ยงอย่าง..คือ เติบโตไป..พร้อมกับการเสี่ยงโชค..
ผมอยู่บ้านพักครูตอนนั้นไม่มีไฟฟ้า ช่วงเวลาค่ำคืนถึงกับต้องระบายความอัดอั้นตันใจในเรื่องนี้ ออกมาเป็นบทร้อยกรอง..
“บอกพ่อแม่ลุงป้าขอลาก่อน จะไปสอนกลางไพรไกลสุดกู่ ท่องตำราเชี่ยวชาญนานพอดู ได้เป็นครูสมคุณค่าสถาบัน...” เขียนไปเรื่อยๆ จนถึงตอนกลางๆ..
ยามค่ำคืนกลืนกล้ำจำต้องคิด ครูกับศิษย์ส่วนใหญ่ใยเหินห่าง เขียนไม่ผ่านอ่านไม่ออกต้องบอกทาง ครูทิ้งขว้างเด็กไปไม่เหลียวแล...” สุดท้ายตอนจบ..ก็ปรับใจได้..
“บอกพ่อแม่ลุงป้าว่าขอสู้ จะเป็นครูสอนดีมีความหมาย แม้มากล้นคนไม่ปรับกลับทำลาย ก็ไม่สายที่จะสร้าง..ตัวอย่างครู”
ทุกวันนี้..ก็ไม่แน่ใจว่าตัวผมเองเป็นตัวอย่างอะไรได้บ้างหรือเปล่า แต่อย่างน้อยผมก็ยับยั้งชั่งใจในการซื้อหวย และมีความโลภน้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙..ท่านทรงสอนว่า...ไม่โลภมาก ก็อยู่เป็นสุข..
“..คนเราถ้าพอในความต้องการก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด คิดอันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข....”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑
