47. เฝ้ามองใจของเธอ

47. เฝ้ามองใจของเธอ

ถาม  ในการแสวงหาทางจิตวิญญาณของผู้คน พวกเขาใช้เวลาไม่นานในการตระหนักถึงความอ่อนด้อยของตน และความต้องการที่ต้องมีผู้นำทาง หรือครู

สิ่งนี้หมายรวมว่าต้องมีกฏระเบียบบางอย่างอยู่ด้วย เพราะเราคาดหวังว่าเราต้องวางใจในผู้นำทางของเราและต้องทำตามคำแนะนำและคำสอนของท่านผู้นั้นอย่างเคร่งครัด

แต่ความเร่งรีบและความกดดันของสังคมช่างมากมาย ความต้องการส่วนตัวและความกลัวก็มีกำลังมาก จนความเรียบง่ายของใจและความตั้งใจ ต้องยอมตามและไม่สามารถแซงหน้าได้

เราจะเข้าถึงความสมดุลระหว่างความจำเป็นที่ต้องมีคุรุ และความยากลำบากในการเชื่อฟังท่านอย่างเคร่งครัดได้อย่างไร?

ตอบ  สิ่งที่ต้องทำภายใต้ความกดดันของสังคมและสถานการณ์ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะมันเป็นเรื่องราวเชิงกลไก เป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระทบ

บุคคลแค่เฝ้ามองตัวเองอย่างไม่มีอคติ เพื่อแยกตัวเองออกจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง เท่านั้นก็พอแล้ว

สิ่งที่บุคคลกระทำไปโดยไร้สติ ด้วยความมืดบอด อาจนับเป็นกรรมของผู้นั้น แต่ถ้าผู้นั้นมีสติรู้ตัวตลอดเวลา การกระทำใดๆแทบไม่นับรวมว่าเป็นการก่อกรรม

คุรุต้องการสิ่งเดียวเท่านั้นจากเธอ ความชัดเจน และความเข้มข้นของเป้าหมาย การรู้สึกรับผิดชอบต่อตนเอง

ความเป็นจริงของโลกต้องถูกตั้งคำถาม

ก็คุรุคือใครกันเล่า?

ท่านคือผู้รู้จักสภาวะซึ่งอยู่เหนือโลก อยู่เหนือความคิดท่านคือครูสูงสุด

การพบท่าน หมายความว่าบุคคลต้องเข้าถึงสภาวะซึ่งจินตนาการไม่ใช่สิ่งเป็นจริง

กรุณาเข้าใจว่าคุรุยืนหยัดมั่นคงต่อความเป็นจริง ความจริงแท้ และความมีอยู่เป็นอยู่

ท่านคือผู้ตระหนักรู้อย่างสูงสุด

ท่านไม่สามารถ และจะไม่ประนีประนอมกับใจและมายาของใจ

ท่านมาเพื่อนำพาเธอไปสู่สิ่งเป็นจริง อย่าคาดหวังว่าท่านจะทำอะไรนอกเหนือไปจากนี้

คุรุที่เธอมีอยู่ในใจ คือท่านผู้ให้ข้อมูลแก่เธอ และสอนเธอ นั่นไม่ใช่คุรุที่แท้

คุรุที่แท้ คือท่านผู้รู้จักความเป็นจริง อยู่เหนือลักษณะปรากฏที่เย้ายวนใจ

สำหรับท่าน คำถามของเธอเกี่ยวกับความเชื่อฟังและระเบียบปฏิบัติ เป็นสิ่งไร้สาระ เพราะในมุมมองของท่าน บุคคลที่เธอคิดว่าเป็นเธอนั้นไม่มีอยู่จริง คำถามของเธอนั้นเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่มีอยู่

สิ่งที่มีอยู่สำหรับเธอ ไม่มีอยู่สำหรับท่าน

สิ่งที่เธอยอมรับว่ามีอยู่ ท่านปฏิเสธมันโดยสิ้นเชิง

ท่านต้องการให้เธอเห็นตัวเองอย่างที่ท่านเห็นเธอ 

เมื่อนั้น เธอจึงจำเป็นต้องมีคุรุเพื่อเชื่อฟังและทำตาม เพราะเธอควรจะเชื่อฟังและทำตามความจริงแท้ของเธออยู่แล้ว

จงตระหนักว่า ไม่ว่าเธอคิดว่าตนเป็นอะไร นั้นเป็นแค่กระแสไหลเรื่อยของเหตุการณ์ ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้น มันมาแล้วก็ไป มีแต่เธอเท่านั้นที่มีอยู่เป็นอยู่ เป็นความไร้การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่ปรากฏชัดด้วยตัวเองท่ามกลางสิ่งที่ต้องอนุมาน

จงแยกสิ่งถูกสังเกตออกจากผู้สังเกต และทิ้งการยึดถือตัวตนจอมปลอมไปเสีย

 

ถาม  ในการที่จะพบความจริงแท้ บุคคลควรละทิ้งทุกอย่างที่ขวางทางอยู่

ในทางตรงกันข้าม ความจำเป็นต้องอยู่รอดในสังคม บีบบังคับให้บุคคลต้องทำและต้องทนอะไรหลายๆอย่าง

จำเป็นหรือที่บุคคลต้องละทิ้งอาชีพและฐานะทางสังคมเพื่อค้นพบความจริงแท้?

ตอบ  ทำงานของเธอไป เมื่อเธอมีเวลาว่าง แต่ชำเลืองมองเข้าไปภายใน

สิ่งสำคัญคืออย่าพลาดโอกาสที่จะทำเช่นนี้เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยให้ทำได้

หากเธอมุ่งมั่น เธอจะใช้เวลาว่างของเธออย่างเต็มที่ แค่นั้นพอแล้ว

 

ถาม  ในการแสวงหาสิ่งจำเป็นต่อชีวิตและปล่อยวางสิ่งไม่จำเป็นของผม มีขอบเขตสำหรับการมีชีวิตอย่างสร้างสรรค์หรือไม่?

ตัวอย่างเช่น ผมชอบวาดรูป

มันจะช่วยผมไหมถ้าผมใช้เวลาว่างในการวาดรูป?

ตอบ  อะไรที่เธอต้องทำ ก็ทำไป แต่ให้เฝ้ามองใจของเธอไปด้วย

และเธอควรต้องมีช่วงเวลาที่อยู่กับความสงบสันติภายใน โดยใจของเธอสงบนิ่งอย่างแท้จริง

ถ้าเธอพลาดเรื่องนี้ เธอจะพลาดทุกสิ่ง

ถ้าเธอไม่ทำเช่นนี้ ความเงียบของใจจะมลายไป และดูดซับสิ่งอื่นๆเข้ามาแทน

ความยากอยู่ที่เธอต้องการความจริงแท้ และกลัวมันในขณะเดียวกัน

เธอกลัวความจริงแท้ เพราะเธอไม่รู้จักมัน

สิ่งที่เธอคุ้นเคย เธอรู้จักอยู่แล้ว เธอรู้สึกปลอดภัย

สิ่งที่เธอไม่รู้ เธอรู้สึกไม่แน่นอน และอาจอันตราย

แต่การรู้จักความจริงแท้ คือการกลมกลืนกับมัน

และในความกลมกลืน ไม่มีที่สำหรับความกลัว

เด็กทารก รู้จักร่างกายของตน แต่ไม่รู้จักความแตกต่างที่มีพื้นฐานจากร่างกาย

เด็กจะแค่รู้ตัวและมีความสุข

เพราะนั่นคือวัตถุประสงค์ที่พวกเขาเกิดมา

ความเบิกบานที่ได้มีอยู่เป็นอยู่ เป็นรูปแบบง่ายที่สุดของการรักตัวเอง ซึ่งภายหลังจะเติบโตขึ้นเป็นการรักตัวตนที่แท้

จงเป็นเหมือนเด็กทารกที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นระหว่างร่างกายและตัวตนที่แท้

ไร้เสียงรบกวนของชีวิตที่เกี่ยวกับจิตใจ

ในความเงียบที่หยั่งลึก ตัวตนที่แท้จะพิจารณษร่างกาย

มันเป็นเหมือนกระดาษขาวที่ยังไม่มีอะไรเขียนลงไป

จงเป็นเหมือนเด็กทารกนั้น แทนที่จะพยายามเป็นนี้หรือนั้น จงมีความสุขแค่ได้มีอยู่เป็นอยู่

เธอจะตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ ตระหนักถึงแห่งความรู้ตัวอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

แต่มันไม่ควรมีอารมณ์ความรู้สึก และแนวคิดที่ขวางกั้นระหว่างเธอและความไร้ขอบเขตนั้น

 

ถาม  การพอใจแค่มีอยู่เป็นอยู่ ดูเหมือนเป็นวิธีที่เห็นแก่ตัวมากที่สุดในการใช้เวลาให้ผ่านไปวันๆ

ตอบ  เป็นความเห็นแก่ตัวที่มีคุณค่ามากที่สุด

จงเห็นแก่ตัวไปเถอะ เห็นแก่ตัวในลักษณะที่ให้ตัวตนที่แท้ของเธอมาก่อนสิ่งอื่นทั้งหมด

เมื่อเธอรักตัวตนที่แท้ และไม่รักสิ่งอื่นใด เธอจะอยู่เหนือความเห็นแก่ตัวและความไม่เห็นแก่ตัว

ความแตกต่างทั้งหมดจะไร้ความหมาย

ความรักสิ่งหนึ่งและความรักทุกสิ่งจะหลอมรวมกันเป็นความรัก บริสุทธิ์และง่ายงาม ไม่เจาะจงแก่สิ่งใด ไม่ละเว้นสิ่งใด

จงอยู่ในความรักนั้น หยั่งลึกลงไปภายในมากขึ้นๆ ตรวจสอบตัวเอง และรักในการตรวจสอบ แล้วเธอจะแก้ปัญหาของตัวเอง และปัญหาของมนุษยชาติ

เธอจะรู้ว่าต้องทำอะไร

อย่าถามคำถามแบบผิวเผิน สืบค้นลงไปจนถึงพื้นฐาน จนถึงรากเหง้าแห่งการทีอยู่เป็นอยู่ของเธอ

 

ถาม  มีวิธีที่ผมจะเร่งการตื่นรู้ของผมได้หรือไม่?

ตอบ มีแน่นอน

 

ถาม  ใครช่วยเร่งผมได้?  ท่านทำได้ไหม?

ตอบ  เธอทำไม่ได้ ฉันก็ทำไม่ได้ มันเกิดเอง

 

ถาม  การมาที่นี่ของผมเป็นข้อพิสูจน์

การเร่งนี้เกิดจากการได้อยู่ใกล้ท่านผู้บรรลุแล้วใช่หรือไม่?

เมื่อผมมาที่นี่ครั้งที่แล้ว ผมตั้งจิตอธิษฐานให้ได้กลับมาอีก

แล้วผมก็ได้มา

ตอนนี้ผมกำลังเป็นทุกข์ว่าอีกไม่นานผมต้องกลับไปอังกฤษอีกแล้ว

ตอบ  เธอเป็นเหมือนทารกเพิ่งคลอด

ตัวตนที่แท้มีอยู่ที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว แต่เธอไม่รู้ตัวถึงการมีอยู่ของมัน

เมื่อมันกำเนิดขึ้น โลกผุดขึ้นภายในมัน และสิ่งเกิดพร้อมกับโลก คือความรู้ตัวถึงการมีอยู่

ตอนนี้ เธอแค่ขยายความรู้ตัวให้มากขึ้น เติบโตขึ้น เท่านั้นเอง

เด็กๆ คือกษัตริย์แห่งโลก – เมื่อเด็กเติบโตขึ้น พวกเขาเข้าควบคุมอาณาจักรของตน

ลองจินตนาการว่า ในช่วงที่เป็นทารก เขาป่วยหนัก และหมอรักษาเขาจนหาย

นั่นหมายความว่า ยุวกษัตริย์และอาณาจักรของพระองค์เป็นหนี้บุญคุณแก่หมอคนนั้นหรือเปล่า?

นั่นเป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุปัจจัย

มีอีกหลายเหตุปัจจัย ทั้งหมดล้วนมีส่วน

แต่ปัจจัยหลัก ที่สำคัญที่สุด คือการเกิดเป็นลูกกษัตริย์

ในทำนองเดียวกัน คุรุอาจมีส่วนช่วยเธอ

แต่สิ่งหลักที่ช่วยคือการมีความจริงแท้อยู่ภายในเธออยู่แล้ว

มันจะยืนยันการมีอยู่ของมัน

การที่เธอมาที่นี่ ช่วยเธอแน่นอน

แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะช่วยเธอ

สิ่งสำคัญคือตัวตนที่แท้ของเธอ

ความมุ่งมั่นของเธอเป็นข้อพิสูจน์ต่อตัวตนที่แท้นี้

 

ถาม  การที่ผมให้ความสนใจต่อการงานอาชีพ เป็นสิ่งบ่งบอกว่าผมไม่มุ่งมั่นพอหรือเปล่า?

ตอบ  ฉันบอกเธอไปแล้ว

ตราบใดที่เธอให้เวลากับตัวเองมากพอสำหรับการทำใจให้สงบและสันติ เธอสามารถใช้เวลากับการงานอาชีพใดๆก็ได้ โดยปลอดภัย

ช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบภายในนี้ จะแผดเผาอุปสรรคทั้งหมดโดยสิ้นเชิง

อย่าสงสัยประสิทธิภาพของมัน ลองพยายามดูสิ

 

ถาม  แต่ผมได้พยายามแล้ว

ตอบ  มันยังเป็นการพยายามที่ไม่ซื่อสัตย์ ไม่สม่ำเสมอ

เพราะถ้าเธอทำอย่างเต็มความสามารถ เธอจะไม่ถามคำถามเช่นนี้

เธอถามเพราะเธอไม่มั่นใจตัวเอง

และเธอไม่มั่นใจตัวเองเพราะเธอไม่เคยให้ความสนใจแก่ตัวเธอที่แท้จริง เธอมัวแต่สนใจประสบการณ์

จงสนใจตัวตนที่แท้ของเธอซึ่งอยู่เหนือประสบการณ์ทั้งมวล อยู่กับตัวตนที่แท้ รักตัวตนที่แท้ ความมั่นคงปลอดภัยสูงสุดอยู่ที่การรู้ตัวตนที่แท้

ปัจจัยหลักคือความมุ่งมั่น

จงซื่อสัตย์กับตัวเอง แล้วจะไม่มีสิ่งใดทรยศเธอ

คุณธรรมและอำนาจ เป็นแค่เหรียญให้เด็กๆเล่นกัน

มันมีประโยชน์ในโลก แต่อย่าหนีมัน

ในการไปเหนือโลก เธอต้องอยู่นิ่งอย่างตื่นตัว มีความสนใจอย่างเงียบๆ

 

ถาม  แล้วร่างกายทางกายภาพของเราจะเป็นอย่างไรครับ?

ตอบ  ตราบเท่าที่สุขภาพของเธอยังดี เธอก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

 

ถาม  ชีวิตของการนิ่งเงียบไม่เคลื่อนไหวในภายในนี้ จะไม่ส่งผลต่อสุขภาพของเราหรือครับ?

ตอบ  ร่างกายของเธอก็คือการเปลี่ยนรูปของอาหาร

อาหารของเธอหยาบและละเอียด สุขภาพของเธอก็จะเป็นเช่นนั้น

 

ถาม  แล้วสัญชาตญาณทางเพศล่ะครับ เราจะควบคุมมันได้อย่างไร?

ตอบ  เพศรสคืออุปนิสัยที่เราสร้างขึ้น จงไปให่เหนือมัน

ตราบใดที่เธอยังโฟกัสที่ร่างกาย เธอก็จะตกอยู่ภายใต้อุ้งมือของอาหารและเพศรส ความกลัวและความตาย

จงหาตัวตนที่แท้ของเธอให้พบ และเป็นอิสระ

 

ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช

“I AM THAT”

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน I am THAT 45

คำสำคัญ (Tags)#I am THAT#ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช#เฝ้ามองใจของเธอ

หมายเลขบันทึก: 644628, เขียน: 09 Feb 2018 @ 19:52 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)