ทุกครั้งที่ขับรถเพื่อทะลุไปตลาดประเสริฐศิลป์ ต้องผ่านซอยนี้ ซอยที่ไม่มีชื่อและเขาต้องมองเข้าไปในซอยทุกๆครั้งที่ผ่าน ก่อนจะลัดเลาะออกไปถนนกิ่งแก้วเพื่อจะไปธุระย่านนั้น มันย่นระยะทางหากเทียบกับออกถนนบางนาตราดแล้วไปยูเทริน แม้จะเสียค่าผ่านทางสิบบาทเขาก็ยอมจ่าย

   ซอยไม่มีชื่อซอยนี้ปากซอยขุระขระไปด้วยเศษปูนที่แตกเป็นชิ้นเล็กๆ ดูจะมีใครเอามาเทเพื่อกลบหลุมเพื่อให้เข้าซอยได้สะดวกขึ้น ข้างๆซอยปกคลุมด้วยหญ้าสูงทั้งสองข้าง แซมด้วยต้นโสนดอกเหลืองร่วงโรย มีเศษถุงปูน ขวดน้ำพลาสติก กระดาษ และขยะทิ้งเกลื่อนอยู่ด้านขวา สุดซอยเห็นหลังคาบ้านคนอยู่ไม่กี่หลังซ่อนอยู่ท่ามกลางต้นมะม่วงร่มครึ้มหลายต้น  

   เขาไม่เคยเห็นคนหรือรถเข้าออกซอยนี้แม้จะมีถนนตัดเข้าไป หรือว่าเป็นบ้านร้าง แต่คืนนั้นนานมาแล้ว เขาเกือบจะโดนรถทับขณะที่เขานั่งร้องให้อยู่กลางซอยเปลี่ยวแห่งนี้

   นานมาแล้ว...

(มีต่อ)