รีวายด์ภาพย้อนกลับมาที่วัดเขาสามยอด ของหลวงปู่ในที่น่ารัก อีกที...
มีพระมาอยู่ใหม่คือ หลวงพี่ปล่อยวาง อันนี้คือสมญานามที่พระซนตั้งให้ โดยท่านไม่รู้หรอก !
ท่านเป็นคนกรุงเทพ ท่านจะธุดงค์ไปหาครูบาอาจารย์ตามที่ต่างๆ
ท่านบวชมา 5 พรรษาแล้ว มีข้อมูลพระมาก
พระซนก็ไปลอกข้อมูลครูบาอาจารย์จากท่าน เช่น พระอาจารย์สมภพ หลวงพ่อเทียน ฯลฯ
พอมีโอกาศก็เดินทางไปศึกษากับท่านตาม List
สมัยนั้นไม่มี WWW. ก็เลยต้องหาข้อมูลจากวิธีโบราณแบบนี้
.
และที่สำคัญ ท่านมี list ด้วยว่า...
หลวงพ่อองค์ใดสำเร็จธรรมขั้นไหน เอ้า..เอากับท่านซิ ข้อมูลลึกจริงๆ ไม่รู้ว่าได้มาจากไหน
ขนาดพระเยซูสำเร็จขั้นไหนยังมีเลย ...บ๊ระ
อันนั้น พระซนไม่ได้ลอกมา เพราะไม่ค่อยเชื่อน่ะ
.
หลวงพี่ปล่อยวาง ห้าวๆ ชอบโชว์พาว... ออกแนวอาจารย์เฉลิมชัยน่ะ
แต่พลังสมาธิท่านไม่ใช่ย่อยเลย...
อยู่วัดเขาสามยอด ท่านก็โดนเหมือนกัน โดนเทวดาจัด แบบเดียวกับพระซนน่ะแหละ
ใครยังไม่ทราบว่าโดนอะไร ย้อนไปอ่านตอนพระซนสู้กับผี นะ
.
นอนๆ อยู่ มาเลยครับ.... มีเงาดำตัวใหญ่เบ้อเร่อ จะเข้ามาจับหลวงพี่ปล่อยวาง
"ผมต่อยมันเลยครับ ... ต่อยมันมุ้งแทบขาดเลย" หลวงพี่ปล่อยวางเล่า
“มันเข้ามาจะทับผม ผมก็ซัดมันเข้าให้ ให้มันรู้ซะบ้าง”
“แล้วเป็นยังไงครับ” พระซนถาม “มันก็หายไปเลย เห้อๆๆๆ”
ท่านเล่าด้วยความภูมิใจไป ส่วนพระซนก็แอบคิดในใจว่าท่านเจ๋งโว้ย...เอาอยู่ง่ะ
เรานี่โดนเล่นเกือบตาย ...นี่ท่านแบบ ต่อยเทวดาเฉย เอาดิ
.
ท่านก็ปฏิบัติเข้มแข็งสมกับพระป่านะ เคยชวนพระซน “เนสัชชิกกัง” คือไม่นอน ปฏิบัติทั้งคืน
เอ้า..เรื่องปฏิบัติธรรม นี่สู้ไม่ถอยอยู่แล้ว
ลุยนั่งสมาธิกันแต่หัวค่ำ มีกาแฟพร้อม มีวิทยุเปิดธรรมะไปด้วย
นั่งๆ ไป พอดึกเข้าๆ ชักง่วงละครับ นั่งโงกเงก คะมำหน้า คะมำหลัง ปรือตาขึ้นมา ....ไปเดินจงกรมดีกว่า
.
เดินช้าๆ ก้าวเท้าขวาเอาจิตไปไว้ที่เท้า ก้าวเท้าซ้ายเอาจิตไว้ที่เท้า อืม...ค่อยหายง่วงหน่อย
เดินไป เดินมา ก้าวเท้าให้รู้สึกที่เท้า .... วูบ !
หลับกลางอากาศครับ เดินหลับ! ... เซแซ่ดๆๆ เอ้ย...ทำไมเดินหลับได้(วะ) เอาใหม่ๆ
ก้าวเท้า ฯลฯ วูบอีก ทีนี้ถลาเกือบหกล้มเลย
แน่ะ โห...เป็นไปได้ เกิดมาไม่เคยเดินหลับ !
.
ทีนี้ตั้งใจดีๆ ... เดินพอจิตเริ่มริบหรี่ๆ ก็เล็งเสาไว้ครับ
พอโงกหลับ เซแซ่ดๆ ก็รีบโผไปเกาะเสาปั๊ปไว้ กันล้ม...
นึกภาพออกไม๊ครับ พระเดินๆ อยู่ แล้วก็เซไปเกาะเสา...
.
เซไปเกาะเสาแบบนี้หลายครั้งเข้า โอยๆๆ ไม่ไหวๆ ไปกินกาแฟดีกว่า หันไปมองหลวงพี่ปล่อยวาง
ท่านก็หัวเราะหึๆ.... แต่ก็ตาปรือเหมือนกันนะท่าน 55
ก็ผ่านประสบการณ์หลับกลางอากาศคืนนั้นมาได้ ไม่นอนครับ
คืนนั้นถือว่าได้ประสบการณ์ต่อสู้ความง่วงขั้นเอกอุ
ความง่วง เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมต้องเจอทุกคน
.
คำที่ท่านมักพูดบ่อยๆ "เราต้องปล่อยวาง อย่าไปยึดมันๆ”
แต่พฤติกรรมชท่านชอบโชว์พาวน่าดู ... จะปล่อยวางตรงไหนเนี้ยะ
บางทีพี่ท่านเล่นยกเท้าขึ้นมาบนโต๊ะกลางวงสนทนา !
บอกว่านี่มันเป็นเรื่องสมมุติ เราสมมุติเรียกว่ามันว่าตีน...
จริงๆ มันแค่อวัยวะอันหนึ่ง เราสมมุติชื่อเรียกมัน แล้วเราก็ไปให้ค่าว่ามันต่ำ...
สรรพสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติ มนุษย์สมมุติเรียกสิ่งนั้น ตั้งชื่อให้มัน แล้วเราก็ยึด พอยึดก็ทุกข์ คือมันก็ถูกของหลวงพี่นะครับ ...ทุกสิ่งมันสมมุ๊ดดดดด
แต่ทว่า... เอิ่อม พี่ท่านจะปล่อยวางหรือจะโชว์พาว !
.
ท่านไม่สนเรื่องกาละเทศะ ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำด้วย เพราะท่านรู้มาก และที่สำคัญ แร๊ง
ใครเถียงท่านไม่ได้ ท่านมีเหตุผลมาสู้เยอะ ไม่ว่าจะมามุมไหน เถียงได้หมด ...คุ้นๆ มะ คนแบบนี้
จะแรงแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ไม่รู้สึก เพราะท่าน “ปล่อยวางแล้วทุกสิ่ง”
นี่คือที่มาของชื่อที่พระซนตั้งให้
.
เหตุการณ์ไม่ดีละครับ ท่านเล่นปล่อยวางป่วนไปทั้งวัด
แถมบางวัน ท่านก็กินข้าวเย็นด้วย... ไม่เป็นไร ปล่อยวาง ไม่ยึด !!
พระซนจะเอายังไงดี ขืนทำตัวเป็นขุนพลอยพยักต่อไป ท่าจะไม่ดีแน่..
จะสู้กับสู้กับพาวเวอร์เรนเจอร์มั๊ง (Monk) ดีหรือเปล่า (วะ)...หรือจะปล่อยวางท่าน 555 ?
.
เหตุการณ์จะเป็นยังไง ติดตามตอนต่อไปนะครับ.....
.
เรื่อง พระซนตอนอื่น อยู่ที่ https://www.gotoknow.org/blog/prason
.....(*_^)...
-สวัสดีครับอาจารย์พระซน..
-ท่านนี้ไม่ธรรมดา ผมละชอบใจกับสิ่งสมมุติ
-เป็นอย่างท่านบอกเอาไว้ เพียงชื่อตั้งให้เรียกขาน..ขอรับ
ครับ ทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมุติ
แต่สิ่งสมมุติ ก็ต้องมีสติปัญญา รู้จักใช้ให้ถูกต้องตามกาละเทศะ บุคคล และประชุมชน ครับ