ส่วนใน กรณีที่เป็นการเจริญอานาปานสติ ที่เรากำลังศึกษากันอยู่นี้ก็มีหลักเกณฑ์อย่างเดียวกัน ทั้งๆ ที่วัตถุที่นำมาใช้กำหนดนั้น แตกต่างกันลมหายใจที่เป็นตามธรรมชาติ ซึ่งเราไปกำหนดเข้านั่นแหละ คือบริกรรมนิมิตในกรณีนี้ การกำหนดที่ตัวลมหายใจอย่างนี้ ก็เรียกว่าการเพ่งต่อบริกรรมนิมิตอย่างเดียวกัน ระยะถัดไป ไม่กำหนดที่ตัวลม แต่ไปกำหนดที่จุดใดจุดหนึ่งที่ลมกระทบเพียงจุดเดียว และเป็นจุดที่ตั้งอยุ่อยางเหมาะสมที่สุด สำหรับการกำหนด และมีการทำในใจ ประหนึ่งว่าจุดนั้นเป็นแผลอ่น ที่ไวต่อความรู้สึก หรือราวกะว่ามีอไรอย่างหนึ่งได้ถูไป-ถูใมา ที่จุดนั้นอย่างรุนแรง โดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นการหายใจ หรือลมหายใจ หรือการผ่านไป-ผ่านมา ขอลมหายใจหรืออะไรๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่เป็นภายนอกและภายใน กำหนดแน่วแน่อยู่แต่ ณ จุดที่เป็นที่เกิดของความรู้สึก ทำให้เป็นราวกะว่าเป็นจุดในมโนภาพ อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่อย่างแน่วแน่ นี้เป็นอุคคหนิมิตในกรณีนี้ นิมิตในขั้นสุดท้ายนั้นได้แกปฏิภาคนิมิต กล่าวคือนิมิตที่เปลี่ยนรูปไปเป็นอย่างอืนจากอุคหนิมิต คือ จากความรู้สึกที่เป็นเพียงว่ามีจุดอยุ่จุดหนึ่ง มันได้เปลี่ยนไปด้วยอำนาจของความที่สิ่งต่างๆ ที่เนื่องกันอยู่ ที่ลมหายใจเป็นต้น เป็นของละเอียดยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมพร้อมกับอาศัยอดีตสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ในอุปนิสัยของบุคคลนั้นเข้าช่วยปรุงแต่งด้วย สิ่งที่เรียกว่าปฏิภาคนิมิตนี้จะเกิดขึ้นผิดแผกกันบ้าง เป็นคนๆ ไปคือจะปรากฎแก่คนบางคนที่ตรงจุดๆ นั้น หรือใกล้ๆ กับจุดนั้น ออกไปข้างนอกก็ตาม เข้ามาข้างในก็ตาม ราวกะว่ามีปุยนุ่นกระจุกหนึ่ง มาติดอยู่ตรงนั้นหรือมีหมอกกลุ่มหนึ่งปรากฎอยู่ที่นั้น นี้พวกหนึ่ง บางพวกจะมีนิมิตปรากฎชัดยิ่งขึ้นไปกว่านั้น นี้พวกหนึ่ง บางพวกจะมีนิมิตปรากฎชัดยิ่งขึ้นไปกว่านั้น คือเป็นกวงขาวบลอยเด่นอยุ่ หรือเป็นดวงแก้วดวงหนึ่ง หรือเป็นไข่มุกเม์ดหนึ่ง หรือเป็นเพรียงสิ่งที่รูปร่างอยางเมล็ดฝ้ายเมล็ดหนึ่ง ดังนี้ก็มีที่น้อยลงไปอีกก็คือคนบางพวกจะมีนิมิตปรากฎเป็นสะเก็ตไม้ชิ้นหนึ่ง รหือพวกดอกไม้พวกหนึง หรือสายสร้อยพวกหนึ่ง หรือสายแห่งควันไฟเกลี่ยวหนึ่งดังนี้ ก็มีอยู่ประเภทหนึ่ง และประเภที่น้อยไปกว่านั้นอีก คือมีได้ยากไปกว่านั้นอีก ก็คือบางจำพวกจะมีนิมิตปรากฎเหมือนใยแมงมุมรังหนึ่ง เมฆที่ทับซ้อนกันอยู่หนึ่ง ดอกบัวที่บานออกเป็นแฉกๆ ดอกหนึ่ง หรือล้อรถที่มีชี่กำออกไปจากดุมเป็นซี่ๆ วงหนึ่ง จนกระทั่งถึงบางพวกที่นิมิตเป็นดวงจนทร์ หรือดวงอาทิตย์ดวงใหญ่เกิดประมาณดวงหนึ่งๆ ก็ได้ แล้วแต่กรณี ทั้งหมดนี้เรียกว่าปฏิภาคนิมิตในกรณีนี้ แม้จะต่างกันอย่างไร ก็ล้วนแต่เป็นส่ิงที่ตั้งอยู่อย่างแน่นแฟ้น หยุดอยู่อย่างมั่นคง เป็นที่ยึดหน่วงของจิตอันสงบรำงับ จนถึงขนาดที่เป็นฌานได้ด้วยกันทั้งนั้น

            ข้อที่ปฎิภาคนิมิตมีลักษณะแตกต่างกันมากชนิด เช่นนี้ ในกรณีที่เกี่ยวกับอานาปานสตินี้เห็นได้ว่ามีมากชนิดกว่าที่จะเป็นไปในกรณีของกัมมัฎฐานประเภทอื่น เช่นกสิณหรือสุภะ เป็นต้น : ทั้งนี้เพราะเหตุว่าลมหายใจเป็นสิ่งที่ละเอียดหรืออย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ใกล้ชิดไปกว่านั้น ก็คือความที่คนเราแต่ละคนๆ มีสัญญาหรือความรู้สึกหรือความกำหนดจดจำต่างๆ ที่เราได้สะสมมาตั้งแต่เกิดและฝังไว้ในอุปนิสัยสันดานของเราเองนั้น ต่างกันอย่างที่จะเปรียบกันไม่ได้ เมื่อถึงคราวที่สิ่งเหล่านี้มีโอกาสแสดงตัวออกมา ก็แสดงออกมาในรูปแห่งการปรุงที่มีลักษณะต่างๆ กัน ในขณะทีจิดกำลังอยู่ในภาวะกึ่งสำนึก หรือเกือบไร้สำนัก เช่น ในขณะแห่งปฏิภาคนิมิตนี้ เป็นต้น สรุปได้สั้นๆ ว่า จิตปรุงปฏิภาคนิมิตขึ้นมาในลักษณะที่แตกต่างกัน เพราะความมีสัญญาในอุปนิสัยที่อยู่ผิดแผกกัน นั่นเองผู้ปฎิบัติไม่ควรไปทำความฉงนในความไม่คงเส้นคงวา หรือความพิสูจน์ไม่ได้เหล่านี้ : เพราะจะทำให้เกิดกังวลและเป็นอัตรายแก่การเจริญสมาธินั้น เปล่าๆ ขืนไปค้นคว้าเข้า ก็กลายเป็นเรื่องจิตวิทยาแขนงหนึ่งไป หาใช่การทำสมาธิไม่