ชมนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ ๙

ชื่อ พระมหจตุพร  จตุวโร/สุริเตอร์  คณะครุศาสตร์ เอกสังคมศึกษา ชั้นปีที่ ๓ 

๑.      ความเป็นมาและความสำคัญของพระเมรุมาศ

พระเมรุมาศ และพระเมรุ คือ สถาปัตยกรรมชั่วคราว หรือสถาปัตยกรรมเฉพาะกิจที่สร้างขึ้น ณ กลางใจเมือง เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพหรือพระราชพิธีพระศพโดยเฉพาะมีลักษณะเป็น "กุฎาคาร หรือ เรือนยอด" คือเรือนซึ่งหลังคาต่อเป็นยอดแหลมโดยในอดีตนิยมสร้างเป็นแบบ ยอดปรางค์ อาจมีพรหมพักตร์หรือไม่มีก็ได้

พระเมรุมาศ เป็นพระเมรุขนาดสูงใหญ่ ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพ พระมหากษัตริย์ พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระราชชนนีพระบวรราชเจ้า พระยุพราช สำหรับการตายที่ใช้ราชาศัพท์ว่าสวรรคต ภายในพระเมรุมาศมี “พระเมรุทอง” ลักษณะของพระเมรุมาศที่ปรากฏการสร้างมี 2 รูปแบบคือพระเมรุมาศทรงปราสาท ที่สร้างมาแต่โบราณ มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร และพระเมรุมาศทรงบุษบก ส่วนพระเมรุ เช่นเดียวกับพระเมรุมาศ แต่มีขนาดเล็กลง และไม่มีพระเมรุทองภายใน ใช้สำหรับราชวงศ์ที่ทรงฐานานุศักดิ์ใช้ราชาศัพท์ว่า “ทิวงคต” หรือ “สิ้นพระชนม์”การออกแบบสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ พระเมรุ ต้องอาศัยการสร้างสรรค์ออกแบบจากผู้รอบรู้เจนจบงานศิลปกรรมของชาติ ช่างที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ทั้งงานออกแบบรูปลักษณ์ ก่อสร้างอาคาร การคิดลวดลายขึ้นประดิษฐ์ตกแต่งทุกส่วนให้เข้ากับอาคาร โดยมีหลักเกณฑ์ที่คำนึงถึงว่าพระเมรุมาศของพระองค์ใด ที่แสดงลักษณะของพระองค์นั้น ภายหลังจากการถวายพระเพลิงแล้ว ชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ของพระเมรุที่ถูกรื้อถอนบางส่วนจะนำไปถวายวัด เพื่อเป็นการกุศลแด่ผู้วายชนม์

                   กลุ่มอาคารในมณฑลพิธี ณ ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย พระเมรุมาศ เป็นประธานในมณฑลพิธี ออกแบบโดยยึดถือคติตามโบราณราชประเพณีรูปแบบเฉพาะสำหรับพระมหากษัตริย์ เป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก สูงถึง 50.49 เมตร มีชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ผังพื้นที่ใช้งานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 60 เมตร มีบันไดทั้งสี่ด้าน ฐานยกพื้นสูงมี 7 ชั้น ชั้นบนที่มุมทั้งสี่ ประกอบด้วยสำซ่างทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น สำหรับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ฐานชั้นที่ 2 ประกอบด้วยซุ้มทรงบุษบกรูปแบบเดียวกัน รวมสิ่งก่อสร้างมีเครื่องยอดนับรวมได้ 9 ยอด

                       พระที่นั่งทรงธรรมในพระราชพิธี ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวยกฐานสูง ขนาดกว้าง ๔๔.๕๐ เมตร ยาว ๑๕๕ เมตร     ตั้งอยู่กึ่งกลางด้านทิศตะวันตกของพระเมรุมาศ โดยออกแบบหลังคาหน้าจั่วรูปทรงภควัม (พะ-คะ-วัม) ลักษณะคล้ายรูปแบบเรือนแก้วพระพุทธชินราช เพดานภายในพระที่นั่งทรงธรรม ประดับด้วยดาวเพดานหล่อไฟเบอร์กลาส ประดับผ้าทองย่นสาบสีสอดแวว และกำหนดให้ตรงกลางของพระที่นั่งทรงธรรมเป็นที่ประทับในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ทางด้านปีกขวาสุดของพระที่นั่ง จะเป็นที่ประทับของพระบรมวงศ์ คณะองคมนตรี คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ด้านปีกซ้ายสุดของพระที่นั่ง เป็นที่นั่งของพระราชอาคันตุกะ และผู้นำประเทศต่างๆ นอกจากขนาดแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษของพระที่นั่งทรงธรรมครั้งนี้อยู่ที่ผนังด้านหน้าเป็นกระจกใส ด้านหลังเป็นผนังทึบ เพราะมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ต่างจากเดิมที่เป็นศาลาโถง เปิดโล่ง

 การเยี่ยมชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

๓. ความรู้ที่ได้/ประโยชน์ที่ได้/ข้อคิดที่ได้ จากการศึกษา ครั้งนี้

          ได้ความรู้ในเรื่องประวัติและความเป็นมาของพระเมรุมาศตลอดทั้งพระราชพิธีการถวายพระเพลิงพระบรมศพได้เห็นการทุ่มเทแรงกายแรงใจของประชาชนชาวไทยได้ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานในด้านต่างๆถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย อีกทั้งยังได้เห็นประติมากรรม  และจิตกรรมในศิลปะอันมีความเป็นไทยที่ได้บรรจงสร้างขึ้น  

๔. วิทยากรผู้ให้ความรู้  คือ นางสาวมาลินี  เกตุพิม เจ้าหน้าที่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกกานเดินทาง ศึกษาดูงานที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัด อุบลราชธานี

คำสำคัญ (Tags)#ชมนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ ๙

หมายเลขบันทึก: 643095, เขียน: 07 Dec 2017 @ 16:07 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)