ธัมมิกอุบาสก[1] ถูกแย่งตัว
บุคคลนี้มีลูก 14 คน สามัคคีงานบุญเสมอๆ ก่อนถวายทานก็จะสมาทานศีล และคบหาเพื่อที่มีใจรักงานบุญเหมือนๆกันเวลาใกล้ตายให้ลูกไปนิมนต์พระมาสวดมนต์ ในบท สติปัฏฐานสี่
ตอนนั้นนั่นเองที่บนอากาศ มีราชรถ 6 ลำ ต่างก็พูดเชียรให้ ธัมมิกอุบาสกไปอยู่ด้วย เสียงเทวดาเอ็ดอึง ธัมมิกอุบาสกได้ยินคนเดียว เลยพูดว่า “พวกท่านหยุดก่อน ๆ” พระนึกว่า ให้หยุดสวด เลยพากันกลับวัด แบบงง..ๆ
ลูกๆ สงสารพ่อ นึกว่าพ่อเป็นอัลไซเมอร์แล้ว แต่เมื่อได้คุยกันจึงรู้ว่า พ่อบอกให้เทวดาเงียบๆหน่อย และพ่อได้ถามหาประชามติกับลูกๆว่า “ไปชั้นไหนดีลูก”
ลูกแนะนำทัวร์ชั้นดุสิต
พ่อบอก งั้นแกเอาพวงมาลัยมาเหวี่ยงออกไปในอากาศให้พ่อที
ปรากฏว่ามาลัยพวงนั้นลอยเท้งเต้งในอากาศ ลูกๆไม่เห็นราชรถ ก่อนพ่อจะ ออนทัวร์หันกลับมาบอกลูกๆว่า ถ้าพวกแกอยากจะไปอยู่กับพ่อทำบุญต่อไป
พระที่ไปงานสวดมนต์เมื่อกลางวันต่างพากันไปถามพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสว่า ธัมมิกอุบาสก ห้ามเทวดาเสียงดัง เพราะฟังมนต์ไม่ชัด และพระองค์ตรัสในตอนท้ายว่า “ผู้ทำความดีไว้แล้ว จะบันเทิงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า”
แง่มุมคิดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ทำให้เราได้เสวยสุขหลังความตายได้โดยไม่ยาก งานที่เราทำอยู่ทุกวันอย่างคร่ำเคร่งบางช่วงไม่ได้พัก เหนื่อยมาก แต่แล้วพองานชื้นนี้เสร็จงานใหม่ก็มา ดังนั้นสรุปได้ว่า งานไม่มีวันเสร็จ ตรงกับเรื่องนี้ทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่า
[1] ขุ.ธ.อ.40/131-134
