คาถา ป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
เมื่อกลับถึงวัด พระตถาคตเจ้าได้เมตตา เล่าให้ฟังเรื่องท่านจูฬปันถก ในอดีต
ชาติหลังจากที่ท่านได้ล้อเลียนเพื่อนแล้วต้องเป็นคนความจำไม่ดีอยู่หลายชาติ มีอยู่ชาติหนึ่งแกเป็นนักเรียนในโรงเรียนตักศิลา แกเรียนไม่เก่งแต่ครูอยากให้แกได้วิชา(คุ้มค่าเทอม) จึงผูกคาถา 1 บทให้
“ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ”
แปลว่า “เพียรไปเถิด แม้เราก็รู้ สิ่งที่เจ้าทำ” แล้วก็ให้เก็บของกลับบ้านเมืองของตน
เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็ภาวนาคาถานี้ไม่ขาด แล้ววันที่ได้ใช้งานก็มาถึง สมัยนั้นมี แก๊งถ้ำลอด อาชีพขุดอุโมงค์จากบ้านตัวเองไปทะลุพื้นบ้านคนอื่นเพื่อขโมย ตำรวจเห็น ไปทูลบอก พระราชาออกมาสุ่มดูเพื่อจะจับให้คาหนังคาเขา ปรากฏว่าขุดไปโผล่ที่ห้องนอนของจูฬปันถก(ชาติโน้น) พอหัวโผล่ขึ้นไปก็ได้ยินเสียงจากเตียงนอนว่า “ทำไปเถิดเรารู้นะ” โจรตกใจกลัวคลานหนีออกมาอย่างเร็วมาโผล่อีกด้านนึง มี ตำรวจอยู่เต็มเลยโดนจับ พนักงานสอบสวนได้ความแล้วจึงรู้ว่าโดนเจ้าของทรัพย์รู้เหตุการณ์ พระราชาจึงไปขอเรียนมนต์นี้กับจูฬปันถก แล้วพระราชาก็ได้คาถาไป
กล่าวฝ่ายเสนาบดี ริเป็นใหญ่จ้างช่างตัดผมให้ปากคอพระราชาด้วยเงิน 1000 กหาปณะ(ราคาเงินประมาณ 4,000 บาท เมื่อสมัยก่อนโน้น) ขณะปรับเก้าอี้เอนนอนเพื่อจะโกนหนวด พระราชาท่องคาถากันลืม. “ทำไปเถิดเรารู้นะ” ช่างตัดผมได้ยินถึงกับเข่าอ่อน ก้มลงกราบขอชีวิต สอบสวนจึงรู้ว่าเป็นแผนเสนาบดี...จึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและใช้ระบอบราชาธิปไตย แต่งตั้งจูฬปันถกเป็นเสนาบดีแทนตำแหน่งที่ว่างลง เพราะเสนาบดี ตาย ตำแหน่งว่าง..สบายไป
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า คนที่มีความพยายาม ไม่ย่อท้อ หมั่นฝึกฝน ต้องได้ดี
ชาติที่เราเป็นครูผู้ผูกคาถา ได้ให้โลกิยะทรัพย์แก่เขา มาชาติสุดท้าย ตถาคตให้ โลกุตรทรัพย์ ดังนี้...แล
พระราชพรหมยาน ได้ให้นำคาถานี้ไปเสก น้ำ ข้าว กิน เพื่อร่างกายสมบูรณ์ จิตใจแข็งแรง
พระธรรมสิงหบุราจารย์ ให้ใช้คาถานี้ ตอนที่ล๊อกประตูบ้าน , รถ , เซฟ ของมีค่าทั้งหลาย กันโจร ท่องก่อนนอน ก่อนออกจากบ้านดีแน่ ก่อนกินข้าวยิงดี ให้ท่องว่า “ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ”
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ผมไม่กล้าล้อเรียนใครแล้ว นี้ขนาดผ่านมาหลายๆชาติ กรรมมันยังตามมาอีก น่ากลัวจริงๆ และการที่ล้อเรียนก็ได้แค่หัวเราะ ขำๆไปวันๆ หารู้ไม่ว่า ผลมันเผ็ดร้อนจริงๆและอีกอย่างผมจะไม่ย่อท้อจะทำดีให้ยิ่งๆขึ้นไป..บอกจริงๆไม่ได้โม้.
คนเราที่เกิดมา ถ้าไม่ประมาท ทำตามที่พระท่านสอนเพียง 3 อย่าง
- ไม่ทำชั่ว
- ทำแต่ความดี
- ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สบาย เบา และมีทุกข์น้อย
ผมว่าเพียงเท่านี้ก็สบายแล้ว เหมือนกับท่านธัมมิกอุบาสก ท่านนี้ดำเนินชีวิตตามที่พระท่านสอน ตอนเวลาใกล้ตายเทวดามาแย่งตัวอยากให้ไปอยู่ด้วย
