สมาคมครู..ร่วมกับอำเภอเลาขวัญ..มอบกิจกรรมและสั่งการให้กลุ่มโรงเรียน..จัดนิทรรศการฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๖ ตุลาคม นี้....
กลุ่มโรงเรียนต่างๆ..รับมอบงานกันเป็นที่เรียบร้อย ประกอบด้วยนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง....
ผมอยู่ในกลุ่มที่ต้องจัดนิทรรศการทางวิชาการ ว่าด้วยเรื่องราวของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง..มีโรงเรียนที่จะต้องมาร่วมด้วยช่วยกันคิดและดำเนินงาน รวม ๑๓ โรงเรียน..
ประชุมคณะทำงาน เมื่อต้นเดือน..ที่ประชุมถามผมว่า..จะดำเนินการอย่างไร จึงจะเหมาะสม ผมบอกว่า..โรงเรียนไหนมีผลงานการจัดกิจกรรมฯ ก็ให้นำไป จะซ้ำกันบ้างก็ไม่เป็นไร..ที่ประชุมจึงสรุปว่า เริ่มจัดในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ขอให้พบกันเพื่อวางแผนงานอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๐..
ผมคิดอยู่หลายวันว่า..จะทำอย่างไรให้งานส่วนรวมของกลุ่มดูง่ายไม่ยุ่งยาก และเมื่อมีคณะครูไปช่วยจัดหลายโรงเรียน แต่นำชิ้นงานไปน้อยจะทำอย่างไร ตลอดจน..ทิศทางการจัดจะเป็นแนวไหน..ต้องมีใครสักคนอธิบายให้เพื่อนสมาชิกในกลุ่มเห็นภาพด้วย...
๒๒ ตุลาคม ..ผมซึ่งไม่มีหน้าที่มากกว่าคนอื่น ไม่ได้เป็นประธานกลุ่มฯ และไม่ได้เป็นหัวหน้าชุด..ใดๆทั้งสิ้น..แต่อยู่ในท่ามกลางครูและผู้บริหาร ที่ยืนนิ่งภายในเต็นท์ที่ว่างเปล่า..ทุกคนรอคนเกริ่นนำและรอการอธิบาย..เข้าทางผมเลย..
ผมบอกว่า..การจัดครั้งนี้..เราต้องตั้งชื่องานก่อน ผมขออนุญาตให้ชื่อว่า น้อมนำ..ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน..พูดแล้วก็ขึงไวนิลข้อความดังกล่าว และมีข้อความ เพื่มเติมว่า น้อมนำ..คำพ่อสอน..
ผมวางภาพโครงสร้างของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาพพืชสมุนไพรและภาพกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ที่โรงเรียนดำเนินการอยู่..เพื่อฉายภาพให้เพื่อนครูได้เข้าใจความคิดรวบยอดในการบริหารจัดการ...
ผมเห็นสีหน้าและแววตาเพื่อนผู้บริหารและเพื่อนครู เข้าใจและผ่อนคลายพอสมควร ผมจึงพูดต่อ..ขอให้ทุกโรงเรียนบอกหน่อยว่า..จะยกอะไรมาได้บ้าง..ส่วนผมจะนำเรือ ต้นข้าว เครื่องสีข้าว งาดำ และโต๊ะ เก้าอี้ ตลอดจนอัลบั้มขนาดใหญ่ ๔ ชุด..บอกเล่าเรื่องราวของในหลวง..
เท่านั้นแหละ..ก็เลยเป็นบทสรุปที่มาของ..ศาลา หญ้าแฝก ไม้ประดับ และเกวียน..ส่วนจะวางอย่างไรนั้น..ค่อยว่ากัน เพราะเราทุกคนทุกโรงเรียนต้องไปขนของมาก่อน..จึงจะมองออกว่าจะจัดอย่างไร..
เช้าวันนี้..๒๓ ตุลาคม..ของกระจัดกระจาย มากมายภายในเต็นท์ ใครจะหยิบฉวยวัสดุสิ่งของ ต้นไม้หรืออะไรก็ตาม ไปจัดได้ตามสบาย แต่ขอให้เน้นธรรมชาติแบบบ้านๆ ที่มีเริอกสวนไร่นา มีบ่อปลาและกองฟาง ให้ความรู้แบบเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา มีเรื่องราวของพ่อให้ศึกษา ใครเข้ามาชมจะต้องรู้สึกร่มเย็นและมีความสุข ไม่ใช่เดินเข้ามามีแต่ตัวหนังสือเหมือนๆกันเต็มไปหมด..
จัดนิทรรศการไปได้สักพัก..มีผู้บริหารและครู ถามว่า..จะตั้งตรงไหน จะยังไงต่อไป ผม..ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม ก็เลยต้องปรึกษาผู้ที่อาวุโสกว่า..และสังเกตพบว่า..มีโรงเรียนที่เข้มแข็งอยู่เพียง ๔ – ๕ โรงเรียนเท่านั้น..
พอเห็นเพื่อนครูมากมาย จากหลายโรงเรียนที่มาช่วย แต่ไม่มีของ ยืนเกาะกลุ่มไม่กล้าเข้ามาช่วย ผมก็เลยประกาศด้วยเสียงอันดังว่า..ครูครับ..ตอนนี้อุปกรณ์เพียงพอและเยอะมาก ถ้าเพื่อนครูเห็นว่าควรเพิ่มเติมตรงมุมไหน จะปรับปรุงแก้ไขจุดใด ขอให้ช่วยกันดูช่วยกันบอก อย่าได้เกรงใจ..เพราะตอนนี้สถานที่เริ่มคับแคบแล้ว...
ผมพูดจบ..ทุกคนขับเคลื่อนทันที..สามัคคีกลมเกลียว..ทำให้งานสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างได้ภายในครึ่งวัน..ตอนบ่าย..ผมกลับเข้าโรงเรียน ขนต้นไม้ไปวางเพิ่ม นำกอบัวไปปลูก พร้อมป้ายคำขวัญ..เสมือนว่านิทรรศการแห่งนี้..เป็นบ้านหลังหนึ่ง..ที่สร้างแรงบันดาลใจ..ให้รู้สึกได้ถึง..ความพอเพียง
วันนี้..ภาพรวม..ของการจัดนิทรรศการ ถือว่าสำเร็จตามเป้าหมายของผมและใครหลายคน ความรู้สึกของผม..คือความแตกต่าง..ไม่เหมือนใคร ที่มักจะนำป้ายขนาดใหญ่ ราคาแพงมาตั้ง ซึ่งดูดีมีความอลังการ มีภาพและข้อความมากมาย ผมคิดว่าเราเห็นกันบ่อยแล้ว ..และผมรู้สึกว่ามันเป็นทางการมากเกินไป....
ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง..หรือว่าผมคุ้นชินถึงตัวตนและเข้าถึงความรู้สึกเรียบง่ายของครูและผู้เข้าชมว่า..ต้องการสัมผัสอะไรกันแน่...
อย่างไรก็ตาม..ความรู้สึกวันนี้ สัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ให้อย่างมากมาย ทั้งกายและใจ..ได้รับความสุขเมื่อทำงานให้ส่วนรวม ..สังคมน่าอยู่..ก็ตรงนี้นี่เอง ตรงที่ไม่ทำเพื่อตนเอง แต่รู้สึกว่า..ตนเองก็มีคุณค่าเมื่อเข้าไปร่วมด้วยช่วยกัน..สืบสานงานของพ่อ..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๐
ตามมาชื่นชม
เป็นกิจกรรมที่ดีมากเลยครับ
จัดที่วัดเขาวังนะครับ