ทอมนุษย์ แบบ "โสฬส"

กว่าจะทอผ้าได้สักผืน คงต้องใช้ช่างฝีมือดีช่วยถักทอพร้อมแต่งแต้มสีสันให้งดงามฉันใด มนุษย์บนโลกใบนี้ ก็คงต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์ช่วยสอนสั่งเพื่อให้เป็นคนที่มีคุณภาพก็ฉันนั้น วันนี้มิได้เขียนบันทึกมาเพื่อเยินยอตัวเองหรือใครต่อใครที่ก้าวผ่านเข้ามาในระหว่างทางเดินของชีวิต หากแต่มันคือการเก็บเอาคุณค่าของสิ่งนั้นมาบันทึกเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำดี ดี และหากจะเป็นประโยชน์บ้างก็ต่อเมื่อสิ่งที่ได้เก็บเอาไว้ถูกนำไปสานต่อด้วยใจอันเมตตา แล้วสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นพลังที่เพิ่มทวีให้กับตัวเราได้อย่างมากมายเลยล่ะครับ...ขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่ชักนำให้เรามาพบกัน ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และท้ายสุดต้องขอขอบคุณ G2K ที่ช่วยเก็บเรื่องราวและส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปยังผู้คนบนโลกกว้าง มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

                                                          -ไม่บ่อยครั้งนักที่ตัวผมเองจะเขียนบันทึกถึงใครสักคนหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะต้องนั่งจักสานอักษรต่างๆ ที่กลั่นออกมาเป็นความเรียงได้อย่างอบอุ่นใจ หากเพราะเขาและเธอได้ผ่านเข้ามาและผ่านเลยไปโดยฝากเอาไว้เพียงมิตรภาพที่อาจจะสานต่อหรือค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลาเหมือนกับใครหลายๆ คนบนเส้นทางของการก้าวเดินของชีวิต.....แต่สำหรับวันนี้การที่ได้บันทึกเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งมันก่อเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ๆ ที่ได้พบและอยู่ด้วยกัน แต่ทำไมถึงมีพลังบางอย่างที่ช่วยผลักดันความรู้สึกต่างๆ ออกมาอย่างมากมาย ซึ่งสิ่งนี้ก็ไม่สามารถอธิบายได้ เอาเป็นว่าหากอยากรู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร แล้วนั้น พร้อมแล้ว ตามผมไปทำความรู้จักกับเขาได้เลยครับ.....

1.หากเปรียบมนุษย์บนโลกใบนี้เป็นเหมือนดัง"ผืนผ้า"สักผืนหนึ่งแล้วนั้น ผ้าผืนนี้ก็เหมือนกันผ้าผืนอื่นๆ ที่เราได้พบเห็นอยู่ทั่วไป...หากแต่เมื่อวันไดที่เราได้ลองสัมผัสผ้าทางสายตาและได้ลองใช้มือสัมผัสเนื้อผ้าดูแล้ว ผมเชื่อว่าเราก็จะรับรู้ถึงความงามและได้รู้ถึงการนำเอาผ้าผืนนั้นมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมของผ้าผืนนั้นครับ....สำหรับผ้าผืนนีี้แล้วตัวผมเองได้เพียงสัมผัสความงามด้วยสายตาในครั้งแรกที่พบ ทั้งนี้ก็เพราะว่า"ผ้าผืนนี้"ดูมีคุณค่าและความงดงามอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว ด้วยการถูกจัดแสดงโชว์ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกประทับใจ จากข้อมูลต่างๆ ที่เขียนติดเอาไว้บนแผ่นป้ายพร้อมกับบอกถึงคุณค่าของผ้าผืนนั้น คราวนี้ผมบอกกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งผมคงจะได้มีโอกาสได้สัมผัสเนื้อผ้าผืนนี้ดูบ้างว่าจะมีความนุ่มมือแค่ไหน และคงจะต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียวที่ต้วผมเองจะได้พิจารณาผ้าผืนนี้ แล้วนำมาบันทึกถึงคุณค่าตามที่ได้สัมผัสด้วยตนเอง แต่มาวันนี้สิ่งที่ได้ตั้งใจเอาไว้กลับย่นระยะเวลาลงจนหดสั้นไป ทั้งนี้ก็เพราะว่านอกจากผมได้มีโอกาสสัมผัสทางสายตา สัมผัสด้วยมือแล้ว ที่สำคัญผมสัมผัสได้ด้วย "ใจ"นั่นเองครับ และพร้อมแล้วที่จะนำเสนอเรื่องราวดี ดี ของ"ผ้าผืนนี้"ผ้าที่มีชื่อเพราะๆ ว่า "โสฬส กันทะวัง"ครับ....

2.ผ้าผืนนี้ ถูกช่างฝีมือดีถักทอมาอย่างปราณีต พร้อมกับถูกแต่งแต้มสีสันมาอย่างสวยงาม พร้อมกับถูกนำไปจัดแสดงให้กับผู้คนได้สัมผัสถึงคุณค่าของผ้าผืนนี้มาแล้วในหลายๆ สถานที่ แต่สำหรับคนธรรมดาอย่างผมแล้ว เพิ่งได้สัมผัสถึงคุณค่าของผ้าผืนนี้อย่างแจ่มชัดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ บ้านของพ่อ ครับ.....สิ่งเล็กๆ ที่หลายคงอาจจะมองข้ามไป แต่สำหรับผ้าผืนน้อยผืนนี้กลับสร้างสรรสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากมายทีเดียวครับ...เอาเป็นว่าหากอยากทำความรู้จักผ้าผืนนี้ให้มากขึ้น สามารถติดตามได้จากที่นี่ครับ Facebook Sorot Kantawang 

3.เด็กชายโสฬส  กันทะวัง และเรื่องราวของเค้าอาจจะถูกบันทึกเอาไว้ในสื่อต่างๆ จากผู้ที่พบเจอแล้วนำมาบอกเล่าต่อกันมากมายในหลายแง่มุม แต่สำหรับวันนี้ผมจะนำเอาอีกแง่ชีวิตหนึ่งที่ได้สัมผัสมาบอกเล่าครับ แม้ว่าโสฬสจะอยู่บนโลกใบนี้มาเพียงสิบกว่าปี แต่สิ่งที่ได้ทำกลับมากมาย มากจนกระทั่งตัวผมเองยังนึกย้อนกลับไปว่าเมื่อครั้งที่เราอายุเท่านี้เราทำอะไรกันอยู่หนอ? แต่สิ่งเหล่านั้นก็มิใช่คำตอบที่เราจะต้องค้นหา แต่สิ่งที่เราต้องเสาะหาต่อไปต่างหากเล่า ที่มันจะมาช่วยเติมเต็มคำตอบนั้นครับ...นอกจากบทบาทของผู้สร้างสรรสิ่งดี ดี เพื่อสังคมแล้ว สิ่งหนึ่งที่"โสฬส"ไม่ลืมที่จะทำก็คือ"การสรรสร้างตัวเอง"ครับ วุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสมกับวัยยังคงเป็นสิ่งที่"โสฬส"มีอย่างพอเหมาะพอดี และสิ่งนี้นี่เองครับที่ทำให้เราปรับเข้าหากันได้อย่างอบอุ่นใจครับ....

4.การได้ถ่ายทอดหรือได้ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับผ้าผืนนี้ อาจจะไม่มากมายนัก แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ช่างฝีมืออย่างผมมีความถนัด ดังนั้นเมื่อมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้จึงขอช่วยเติมสีสันให้กับผ้าผืนนี้เอาไว้บ้าง แม้ว่าจะเป็นเส้นสายที่ไม่สวยงามนัก แต่ผมเชื่อว่าเนื้อผ้าก็ควรจะมีจุดสะดุดมือในยามที่ใครๆ มาสัมผัสบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะว่ามันจะเพิ่มเสน่ห์ของผืนผ้าและจะทำให้เขาเหล่านั้นได้หยิบยกผ้าผืนนี้มาพิจารณาถึงคุณค่าอีกครั้งหนึ่งนั่นเองครับ...

5.เมื่อถึง วัน เวลา และสถานที่เหมาะสมแล้ว เราก็จะได้พบกัน คือสิ่งนี้ที่ผมได้ยึดถือไว้เป็นเสมือนวัคซีนที่ป้องกันหัวใจ เพราะว่าหากเราต้องรอคอยอะไรสักอย่างแล้ว มันอาจจะยาวนาน จนรู้สึกท้อแท้ใจ หากแต่เรามีภูมิคุ้มกันในใจเราที่มั่นคงแล้ว ผมก็เชื่อว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นก็จะผ่านพ้นไป และรอจังหวะของชีวิตที่จะได้อยู่และร่วมกันสร้างสรรสิ่งดีๆ ดังเช่นวันนี้ วันที่เรามาอยู่พร้อมหน้ากัน ณ บ้านของพ่อ ครับ...

6.ผลงานที่เกิดจากความตั้งใจของ"โสฬส"ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้งนี้ก็ด้วยการสนับสนุนจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมาย ซึ่งตัวผมเองก็ไม่สามารถที่จะเอ่ยถึงทั้งหมดได้ แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้อย่างสนิทใจนั่นก็คือ"ความปรารถนาดี"ที่ช่างฝีมือดีเหล่านั้นได้ช่วยถักทอผ้าผืนนี้มาด้วยความตั้งใจและได้ส่งต่อผ้าผืนนี้มาให้ผมได้ลองสัมผัสในเวลานี้ครับ....และต้องขอขอบคุณ"กัลยาณมิตรแท้"ที่ได้ชักนำให้เราได้พบกันและช่วยส่งต่อสิ่งที่เป็น"สิริมงคลยิ่ง"เช่นนี้ให้กับครอบครัวเล็ก ๆ ของเราเอากลับมาเพื่อเพิ่มพลังกาย พลังใจ ในการสืบสาน และก้าวเดินตามคำสอนของพ่อ ณ บ้านของเรา ด้วยนะครับ...

7.สีสัน และ เนื้อผ้า ถือเป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้จากภายนอก แต่คุณค่าของผ้าผืนนี้ผมสัมผัสได้ด้วย"หัวใจ"ครับ....และผมเชื่อว่า วัน เวลา ต่างๆ จะช่วยนำเอาผ้าผืนนี้ล่องลอยไปให้ผู้คนบนโลกกว้างได้สัมผัสอีกมากมาย ขอเพียงแต่ผ้าผืนนี้จงรักษาคุณค่าของตัวเองเอาไว้และพร้อมที่จะรับเอาการแต่งแต้มสีสันและการถักทอเส้นสายเพิ่มเติมจากช่างฝีมือต่างๆ ที่จะก้าวเข้ามา ก็จะทำให้ผ้าผืนนี้มี"คุณค่า"และขอให้เป็น"ผ้าที่หนานุ่มในยามที่หนาวเหน็บ และเป็นผ้าที่บางเบาในยามที่ใครต่อใครต้องการ" เพียงเท่านี้"โสฬส"ก็จะเป็นผ้าที่ใคร ๆ ก็ต้องการและพร้อมที่จะช่วยกันถักทอต่อไป  อีกไม่นานก็จะกลายเป็นผ้าผืนใหญ่ที่มีคุณค่าและช่วยโอบอุ้มผู้คนได้อย่างภาคภูมิใจครับ....

                                               สำหรับวันนี้..แม้ว่าภาษาที่ร้อยเรียงอาจจะไม่ไพเพราะเสนาะหูมากนัก ก็เพราะผมไม่ใช่นักเขียนแต่เป็นเพียงนักเล่าเรื่อง ดังนั้นทั้งหมดจึงได้กลั่นกรองออกมาจากจิตที่"คารวะ"ต่อ"คุณค่า"ของผ้าผืนนี้จริง ๆ ครับ

                                                                                                                                    สวัสดีครับ

                                                                                                                            เพชรน้ำหนึ่ง+มดตะนอย

                                                                                                                                   19/10/2560

                                                                                                                                ช่างทอผ้าสมัครเล่น...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรบ้านพราน



ความเห็น (11)

  • เข้าใจเปรียบเทียบจังครับ ขอให้เป็น"ผ้าที่หนานุ่มในยามที่หนาวเหน็บ และเป็นผ้าที่บางเบาในยามที่ใครต่อใครต้องการ" เพียงเท่านี้"โสฬส"ก็จะเป็นผ้าที่ใครก็ต้องการและพร้อมที่จะช่วยกันถักทอต่อไป  อีกไม่นานก็จะกลายเป็นผ้าผืนใหญ่ที่มีคุณค่าและช่วยโอบอุ้มผู้คนได้อย่างภาคภูมิใจ..
  • มาร่วมชื่นชม โสฬส กันทะวัง ด้วยอีกคนครับ..
เขียนเมื่อ 

ความเป็นครูอยู่ทุกส่วนเลยครับ

มาชื่นชมความตั้งใจอันดีงามค่ะ เยี่ยมยอด

เขียนเมื่อ 

ขอชื่นชมน้องโสฬร กันทะวัง ด้วยคนครับ

ดีใจที่ได้พบเรื่องดีๆ

ขอบคุณมากๆครับที่ถ่ายทอดให้อ่าน

เขียนเมื่อ 

เขียนชื่อน้องผิด โสฬส กันทะวัง

ขอโทษด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบความเปรียบในบันทึกนี้หลายท่อนความเป็นอย่างยิ่ง

ขณะหนึ่ง ความหนานุ่มและเบาบางของผ้า

ก็บอกนัยสำคัญอันหลากหลาย

ผมเองก็มองกระทั่งการพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสถานการณ์  ด้วยเช่นกัน

...งดงาม ครับสำหรับบันทึกนี้

-สวัสดีครับครูธนิตย์

-เป็นการจักสานอักษรตามความรู้สึกและความประทับใจในผืนผ้าผืนนี้ครับ

-มีหลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าการเขียนแบบเล่าความรู้สึกแบบนี้มักจะถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ออกมาได้มากมาย

-ยินดีที่ได้นำเอาเรื่องราวของน้องโสฬสมาบอกต่อและขอขอบคุณต่อการชื่นชมผ้าผืนนี้ด้วยกันครับ

-ด้วยความขอบคุณขอรับ...

-สวัสดีครับอาจารย์ต้น

-ขอบคุณครับคุณครู

-ทุกคนมีความเป็นครู...และก็เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็ได้จากครูทุกๆ คนที่ผ่านเข้ามาครับ

-ด้วยความยินดีครับ

-สวัสดีครับคุณปริม

-ด้วยความระลึกถึงนะครับ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจบันทึกนี้ครับ

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-การได้นำเอาเรื่องราวของน้องโสฬส มาบันทึกเพื่อถ่ายทอดในบันทึกนี้ ถือเป็นความรู้สึกที่ประทับใจครับ

-หากลองสืบค้นข้อมูลของ"น้องโสฬส"จากอินเตอร์เน็ตก็จะพบข้อมูลมากมายที่น้องได้เก็บเอาไว้บนโลกออนไลน์

-บันทึกนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของความประทับใจในผ้าผืนนี้ครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-การเปรียบเทียบน้องโสฬสกับผืนผ้าถือเป็นความตั้งใจที่จะถ่ายทอดออกมา

-ความจริงแล้วยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ได้เรียนรู้จากผ้าผืนนี้

-เอาไว้มีโอกาสคงได้เก็บเอาเรื่องราวดีๆ มาบันทึกและแต่งแต้มผ้าผืนนี้อีกครั้งหนึ่งครับ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและขอบคุณสำหรับคำชื่นชมที่มอบให้ ทำให้หัวใจได้พองฟู...อิ่มอุ่นใจ มาก ๆ ครับ

-ด้วยความระลึกถึงอาจารย์ครับ