King of Communication Engineer (Part III)
: King of Amateur Radio
เรียบเรียงโดย ดร.ปรเมศวร์ กุมารบุญ
วุฒิวิศวกรไฟฟ้าสื่อสาร (วฟส. 88)
อนึ่ง ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลที่อยู่กระจายมาย่อเรียบเรียงให้ประชาชนทั่วไปได้อ่านให้เข้าใจง่าย มิได้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัว มุ่งหมายสืบทอดเรื่องราวที่ดีงามเป็นตัวอย่างแก่บุคลากรวงการสื่อสารไทยต่อไป โดยมีข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ

หลายท่านทราบดีอยู่แล้วว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านงานเทคโนโลยีสื่อสารตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และหลายท่านก็ทราบดีว่าพระองค์ท่านมีบทบาทต่อวิทยุสมัครเล่น (Amateur Radio) ไทยอย่างสูง และทรงส่งเสริมการใช้วิทยุสมัครเล่นในงานสาธารณประโยชน์
VR….???? และ HS….???? สัญญาณเรียกขานวิทยุสมัครเล่น ที่เราเคยผ่านตากัน ทั้ง VR และ HS บางท่านก็สงสัยว่า ต่างกันอย่างไร?
ในอดีตช่วงเปลี่ยนผ่านยุคสมัยแห่งความเจริญก้าวหน้านั้น วิทยุสื่อสารเป็นกุญแจสำคัญที่สุดประการหนึ่งของมนุษยชาติทั้งการพัฒนาบ้านเมืองและการทำงานสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะกิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นสิ่งสำคัญในการเติมเต็มช่องว่าง เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐไม่เพียงพอ ก็ถูกเติมเต็มด้วยกลุ่มผู้มีจิตสาธารณะ
สัญญาณเรียกขาน หรือ คอลซายน์ (Call Sign) ที่นักวิทยุสมัครเล่น แต่ละคนมีติดตัวนั้นแต่ละประเทศจะถูกกำหนดรูปแบบที่มีตัวอักษรและตัวเลขผสมแตกต่างกันออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU โดยประเทศไทยจะขึ้นต้นด้วย HSxxxx หรือ E2xxxx และตามด้วยตัวเลขเขตพื้นที่ของนักวิทยุสมัครแต่ละท่าน และถ้านักวิทยุสมัครเล่นชาวต่างชาติได้ยินสัญญาณเรียกขานที่ขึ้นต้นด้วย HS (ออกเสียงว่า โฮ-เทล เซีย-รา) หรือ E2 (ออกเสียงว่า เอ็ค-โค่ ทู) ก็จะทราบทันทีว่านี่คือนักวิทยุสมัครเล่นชาวไทย
แต่ก่อนหน้าที่ประเทศไทยจะมีการอนุญาตให้กิจการวิทยุสมัครเล่นได้มีการใช้งานกันอย่างถูกกฎหมายนั้น ประชาชนจำนวนมากเกิดความตื่นตัว มีความต้องการใช้งานวิทยุสมัครเล่นเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างสูงในการติดต่อสื่อสาร และเกิดงานอาสาสมัครขึ้น ต่างช่วยเหลือทำงานสาธารณประโยชน์กันอย่างกว้างขวาง
แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติในขณะนั้น ยังไม่อนุญาตตามคำขอของกรมไปรษณีย์โทรเลขให้พิจารณาเห็นชอบให้มีกิจการวิทยุสมัครเล่นขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากยังไม่มั่นใจว่ากิจการวิทยุสมัครเล่นนั้นจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่ จึงได้ประวิงเวลาไว้ยาวนานไม่อนุญาต
เนื่องจากตอนนั้นกิจการวิทยุสมัครเล่นยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐ แต่ก็ได้มีประกาศกรมไปรษณีย์โทรเลขให้ประชาชนที่มีวิทยุสมัครเล่นในครอบครองมาขอใบอนุญาต มี ใช้ และตั้งสถานี เพื่อควบคุมกำกับดูแลก่อน
นักวิทยุสมัครไทยจึงยังไม่สามารถใช้สัญญาณเรียกขานนำหน้าเป็น HS หรือ E2 ดังที่กล่าวข้างต้นได้ จึงใช้ VR นำหน้า เป็นสัญญาณเรียกขาน ย่อมาจาก Voluntary Radio หรือวิทยุอาสาสมัคร
พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขในขณะนั้น เป็นผู้ที่เคยถวายงานด้านการสื่อสารใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทมากที่สุด ได้ก่อตั้งชมรมนักวิทยุอาสาสมัครขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2524 และได้จัดสรรความถี่วิทยุย่าน 144-146 MHz รวมทั้งมีการประมวล Q-code (รหัสที่ใช้สื่อความหมายในกิจการวิทยุสมัครเล่น) มาใช้ในข่ายการสื่อสารนี้
เนื่องจากบางกรณีมีเหตุการณ์ที่ต้องอธิบายยาว พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ จึงได้คิด Q-code หรือภาชาวบ้านเรียกว่า “โค้ด ว.” ใช้เรียกกรณีต่างๆ ที่เร่งด่วน ให้ง่ายขึ้น เช่น ว.1 ว.2 ว.16 ว.16 เป็นต้น ทำให้สื่อสารเข้าใจง่ายขึ้น มีเรื่องเล่าว่าแรกๆ มีข้าราชการผู้ใหญ่บางคนไม่พอใจจำไม่ไหว แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงจำได้แม่นยำ และเคร่งครัดถือปฏิบัติเป็นประจำ ด้วยอาจจะทรงเห็นว่ามีประโยชน์ จึงได้ถือปฏิบัติตามกันเรื่อยมา และปัจจุบัน โค้ด ว. ก็เป็นที่เข้าใจตรงกันทุกหน่วย ไม่ว่า ทหาร ตำรวจ กู้ภัย ก็ตาม
ที่มา VR-009
ในวันก่อตั้งชมรมนักวิทยุอาสาสมัครนั่นเอง พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ จึงได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ และกราบบังคมทูลให้ทรงทราบเรื่องการก่อตั้งชมรมนักวิทยุอาสาสมัคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงตรัสว่า “เป็นการดี พวกเขา (นักวิทยุอาสาสมัคร) จะได้ภาคภูมิใจ”
พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ ซึ่งมีสัญญาณเรียกขาน VR-001 ได้ทูลเกล้าฯ ถวายสัญญาณเรียกขาน “VR-009” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ซึ่งถือว่าพระองค์ได้ทรงเข้าร่วมชมรมนักวิทยุอาสาสมัครตั้งแต่วันนั้นเช่นกัน
ซึ่งในวันก่อตั้งชมรมนักวิทยุอาสาสมัครตรงกับวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ นักวิทยุอาสาสมัครก็ได้กล่าวคำถวายพระพรผ่านข่ายวิทยุอาสาสมัคร และพระองค์ได้ทรงมีพระราชกระแสผ่านข่ายวิทยุอาสาสมัครในปีนั้นโดยเรียกขานผ่านไปยังสัญญาณเรียกขานของท่าน พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ ว่า “VR-001 จาก VR-009 ขอขอบใจ VR ทุกคน” นักวิทยุอาสาสมัครที่ได้ยินพระสุระเสียงของพระองค์ต่างก็ขนลุกซู่ปลาบปลื้มน้ำตาไหลด้วยความปีติ
ที่มา HS1A
กิจการวิทยุสมัครเล่น ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2530 (วันสื่อสารแห่งชาติ) และคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติ (กบถ.) ประกาศใช้ระเบียบว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530 โดยกำหนดสัญญาณเรียกขานที่เป็นสากลตามข้อกำหนดของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ประเทศไทยใช้สัญญาณเรียกขานที่ขึ้นต้นด้วย "เอช เอส (HS)" และในเวลาต่อมาได้กำหนดสัญญาณเรียกขาน "อีทู (E2)" เพิ่มเติมให้กับประเทศไทย
ในวัน พฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคมปี พ.ศ. 2532 กรมไปรษณีย์โทรเลข จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นชั้นสูง พร้อมสัญญาณเรียกขานสากล “HS1A” (โฮเทล-เซียร่า-วัน-อัลฟ่า) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ

พระราชทานความรู้แก่นักวิทยุสมัครเล่นอยู่เสมอ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงมีความรู้ด้านวิทยุสื่อสารมานานนับสิบกว่าปีก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มมีกิจการวิทยุสมัครเล่น จึงทรงให้ความสำคัญกับกับการเพิ่มพูนความรู้ อาจจะด้วยทรงตระหนักดีว่ากิจการวิทยุสมัครเล่นนั้นหากนักวิทยุมีความรู้ทางเทคนิคมากขึ้น นอกจากจะใช้เครื่องมือสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดแล้ว ยังจะช่วยป้องกันปัญหาการรบกวนเนื่องด้วยความจำกัดของทรัพยากรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ก็เป็นได้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการถามตอบปัญหาออกอากาศทุกเย็นเป็นประจำในช่วงเวลา 17.00-18.00 น. โดยทรงมอบให้แพทย์ประจำพระองค์ซึ่งเป็นนักวิทยุอาสาสมัครผู้หนึ่ง ตั้งคำถามทางเทคนิคเกี่ยวกับการสื่อสารทางวิทยุ และทรงให้ พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ เป็นผู้ตอบ บางกรณีก็มีนักวิทยุอาสาสมัครท่านอื่นร่วมตั้งคำถามเช่นกัน บางครั้งพระองค์ก็ทรงพระราชทานคำแนะนำในการแก้ปัญหาที่ข่ายนักวิทยุอาสาสมัครไปรบกวนข่ายราชการอื่นด้วยพระองค์เอง
พระราชทานความรู้แก่เจ้าหน้าที่วิทยุศูนย์สายลมอยู่เสมอ
ศูนย์วิทยุ “สายลม” กรมไปรษณีย์โทรเลข ถือเป็นศูนย์ควบคุมวิทยุที่เป็นเสาหลักของประเทศ และนักวิทยุทั่วไปถือปฏิบัติตามเป็นแบบอย่าง เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุสายลมจึงนับได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุสื่อสารมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ เพราะเป็นหน่วยงานที่ต้องกำกับดูแลกิจการวิทยุสื่อสารของประเทศ
มนัส ทรงแสง อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข และอดีตรองเลขาธิการ กทช. สมาชิกวิทยุสมัครเล่น VR019 เล่าถึงความทรงจำที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านได้ทรงขออนุญาตนำสัญญาณเรียนขาน VR009 ซึ่งเป็นรหัสเรียกประจำพระองค์ที่ใช้ในข่ายวิทยุสมัครเล่นเรียกเข้ามาในเครือข่ายสายลมซึ่งเป็นข่ายของราชการ เพื่อสอบถามการติดตั้งเครื่องรับ-ส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารเพื่อใช้ในซีเกมส์ครั้งที่ 13
ท่าน มนัส ทรงแสง เล่าว่า “ได้ยินพระสุระเสียงจาก VR009 ของพระองค์ท่านติดต่อเข้ามาผ่านเครือข่ายวิทยุ ทรงถามไถ่ และพระราชทานคำแนะนำการติดตั้งด้วยถ้อยคำธรรมดา และท่านทรงเปิดความถี่ย่าน UHF ของพระองค์ท่านให้ใช้เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณได้”
“ทุกช่วงบ่ายพระองค์ท่านทรงสอบถามว่าอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณใช้ได้ดีไหมในข่ายสายลมซึ่งเป็นข่ายราชการ และสิ่งที่ทำให้ผมแทบตกเก้าอี้ คือ พระองค์ท่านถามว่าใช้ชื่อเรียกขาน VR009 ในข่ายสายลมซึ่งเป็นข่ายราชการถูกหรือไม่ พลตำรวจตรีสุชาติ ได้เตรียมการไว้แล้ว และทูลเกล้าถวาย สายลม 09 แด่พระองค์ท่านใช้ในการติดต่อในเครือข่ายสายลม”
เป็นความประทับใจที่พระองค์ท่านทรงมีระเบียบวินัยมาก ในข่ายสายลม พระองค์ท่านจะใช้เรียกขานสายลม 09 เสมอ และข่ายวิทยุสมัครเล่นจะใช้ VR009 ไม่เคยผิดเลยสักครั้ง ทรงใช้วิทยุสื่อสารอย่างคล่องแคล่ว
ท่านมนัส ทรงแสง ได้ให้สัมภาษณ์ทางสถานี โทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 21.30 น. ว่า
มีครั้งหนึ่งขณะเดินทางไปปากน้ำ พระองค์ท่านเรียกเข้ามา “VR019 จาก VR009” พระองค์ท่านทรงถามว่า สายนำสัญญาณ RG 8 กี่โอห์มแน่? จากนั้นก็กราบบังคมทูลกลับไป จากนั้นพระองค์ท่านก็มีพระราชดำรัสถามว่า “VR019 จำได้หรือไม่ว่า เมื่อเด็กๆ ของเล่นที่ได้มานั้น ของที่ซื้อกับของที่ทำขึ้นมาเองนี้ อย่างไหนมีคุณค่าทางจิตใจ หรือมีค่ามากกว่ากัน?”
ท่าน มนัส ทรงแสง ก็นิ่งไปสักพัก แล้วพระองค์ท่านก็ตรัสว่า “ของที่ทำขึ้นมาเอง แม้จะไม่สมบูรณ์ จะไม่ดี ไม่สวยงามแต่มีคุณค่าเพราะเป็นฝีมือเรา” อันนี้ แสดงให้เห็นว่า พระองค์สนพระทัยในการปฏิบัติด้วยพระองค์เอง (https://www.youtube.com/watch?v=euffXrlcUBI )
นายสนั่น นภาศักดิ์ หรือ VR 241 นักวิทยุสมัครเล่น ซื้อเครื่องวิทยุสื่อสารยี่ห้อ “YAESU” รุ่น FT-726R เข้ามาในประเทศไทย 3 เครื่อง โดยเครื่องแรกได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ท่าน เครื่องที่สองได้มอบให้แก่ศูนย์วิทยุสายลม และเครื่องที่สามมอบให้แก่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งสุดท้ายก็กลับมาอยู่ที่ศูนย์สายลมจากเหตุผลที่ว่า มีปุ่มเยอะเกินไป สร้างความยุ่งยากให้แก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานไม่เหมาะกับการใช้งานในราชการ
เครื่องวิทยุสื่อสารยี่ห้อ “YAESU” รุ่น FT-726R แบบเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงใช้งาน รุ่นเดียวกันกับเครื่องวิทยุสื่อสารที่ศูนย์สายลม กรมไปรษณีย์โทรเลข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงพระราชทานคำแนะนำในการใช้งานเครื่องวิทยุสื่อสารยี่ห้อ “YAESU” รุ่น FT-726R อย่างถูกวิธีแก่เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร ศูนย์สายลม กรมไปรษณีย์โทรเลข เป็นประจำ เพราะเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุจะประสบปัญหาการรบกวนจากการเกิด Intermodulation และ Spurious จากการแผ่กระจายคลื่นของสถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ. ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน และจากสถานีวิทยุอื่น ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิคการปรับ Modulation index ของเครื่องส่งที่มากเกินพิกัด
เรื่องการรบกวนจากสถานีวิทยุกระจายเสียงที่จั้งอยู่บริเวณใกล้กัน พระองค์ทรงเคยประสบปัญหาการรบกวนลักษณะนี้มาก่อน เพราะบริเวณพระตำหนักจิตรลดามีสถานีวิทยุกระจายเสียง อส. มีกำลังส่งสูง
พระองค์ได้ทรงศึกษาค้นคว้าทดลอง จนกระทั่งแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และเมื่อทรงสังเกตพบในขณะที่รับฟังศูนย์สายลมกำลังประสบปัญหาในลักษณะอย่างเดียวกัน จึงได้ทรงพระราชทานคำแนะนำให้มีการตรวจสอบสายดิน (Ground) ของไมโครโฟน และสายที่เชื่อมต่อเข้ากับตัววิทยุ ด้วยเหตุผลว่าหากระบบสายดินต่อไม่ดี ต่อไว้ไม่แน่น หรือขั้วต่อไม่สะอาดเป็นสนิมจะเกิดการชักนำเอาสัญญาณวิทยุกระจายเสียงเข้ามาทำให้เกิดการรบกวนขึ้นได้ หากระบบสายดินปกติเรียบร้อยดี คงจะต้องต่อวงจรกรองความถี่ต่ำ (Low pass filter) เพื่อป้องกันการรบกวนอีกชั้นหนึ่ง
ครั้งหนึ่ง ขณะที่ทรงเฝ้าฟังการทำงานของศูนย์สายลมอยู่ ได้ทรงสังเกตพบว่ามีสัญญาณอื่นแปลกปลอมเข้ามา มีความแรงสูงมากจนไม่สามารถฟังเสียงจากลูกข่ายอื่นได้ พระองค์จึงได้ทรงพระกรุณาให้คำแนะนำว่า ศูนย์สายลมให้ปรับปรุงอุปกรณ์ป้องกันการรบกวนที่เรียกว่า “คาวิตี้ ฟิลเตอร์” (Cavity filter) ที่ใช้งานอยู่ โดยปรับปรุงคาวิตี้ให้มีประสิทธิภาพในการลดทอนสัญญาณรบกวนที่ไม่ตรงกับช่องความถี่ที่ใช้งานมากขึ้น จึงจะแก้ปัญหารบกวนได้ โดยพระองค์ได้รับสั่งทางอากาศให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สายลมและนักวิทยุอาสาสมัครที่รับฟังอยู่ในข่ายขณะนั้น โดยเปรียบเทียบความหมายของคาวิตี้ให้เข้าใจง่ายว่า “คาวิตี้แปลว่าช่องโหว่ เช่นเดียวกับช่องโหว่ฟันที่ทำให้เราปวดฟัน”
นอกจากนั้นยังทรงพระกรุณาแนะนำการแก้ปัญหาฟ้าผ่าลงเสาติดตั้งสายอากาศ แนะนำมารยาทการใช้ช่องสัญญาณที่เป็นแบบ Simplex ผลัดกันรับผลัดกันส่ง ตลอดจนคำแนะนำด้านวิชาการอื่นๆ แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์สายลมอยู่เสมอ
สัญญาณจากฟ้า
ภารกิจสำคัญเรื่องหนึ่งที่เหล่านักวิทยุสมัครเล่นและผู้ที่เคยเป็นนักวิทยุอาสาสมัคร จดจำและเล่าสู่กนฟังจนเป็นตำนาน คือการช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยที่ สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
ครั้งนั้นเป็นภัยธรรมชาติที่ถือว่ารุนแรงมาก สร้างความเสียหายอย่างสูง และประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก ในการนี้ได้มีนักวิทยุอาสาสมัครจำนวนหนึ่งเสียสละตนเดินทางไปช่วยเหลือชาวบ้านอาสาบรรเทาสาธารณภัย โดยวางแผนจัดตั้งโครงข่ายเฉพาะกิจในบริเวณเกิดเหตุจากนั้นเชื่อมต่อกับศูนย์สายลม และเชื่อมต่อหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
เมื่อความทราบถึงพระกรรณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ได้ทรงติดต่อเข้ามายังศูนย์สายลม ทรงพระราชทานคำแนะนำวิธีการจัดการข่ายสื่อสารเฉพาะกิจดังกล่าว โดยให้นำรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องวิทยุไปจอดในบริเวณจังหวัดราชบุรีที่มรบริเวณสูงๆ ตั้งเป็นสถานีเคลื่อนที่ ถ่ายทอดข้อความรายงานข่าวระหว่างนักวิทยุอาสาสมัครที่ปฏิบัติในพื้นที่เชื่อมต่อกับศูนย์สายลม ทำให้พื้นที่การสื่อสารมีรัศมีครอบคลุมได้ไกลขึ้นมาก
นอกจากนี้ยังได้พระราชทานคำแนะนำ กำชับเรื่องแบตเตอรี่ของเครื่องวิทยุ ต้องเตรียมแบตเตอรี่สำรอง ชาร์จไฟให้ครบ การเก็บแบตเตอรี่ในกระเป๋าสัมภาระต้องมีฉนวนป้องกันขั้วแบตเตอรี่ให้ดี มิฉะนั้นอาจไปสัมผัสโลหะเช่นกุญแจทำให้แบตเตอรี่สำรองนั้นไฟหมดไปก่อนใช้งาน


ทรงยกย่องนักวิทยุสมัครเล่น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงมีพระเมตตากรุณาต่อนักวิทยุอาสาสมัคร นักวิทยุสมัครเล่น และเจ้าหน้าที่วิทยุทุกหน่วยราชการโดยเสมอมา ด้วยทรงทราบดีว่ากิจการวิทยุสื่อสารในยุคนั้นมีความสำคัญอย่างสูงในการพัฒนาบ้านเมืองและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเห็นใจข้าราชการเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารในทุกหน่วยราชการ ทรงทราบดีถึงความเหนื่อยยากในภารกิจแต่ละวัน และความยุ่งยากด้านปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นประจำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิทยุอาสาสมัคร และนักวิทยุสมัครเล่น กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีใจเสียสละเพื่อส่วนรวม อุทิศตัวทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และมีมารยาทให้เกียรติกันอย่างสูง เป็นกลุ่มคนที่น่าชื่นชมที่สุดกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย ซึ่งกิจการวิทยุสมัครเล่นนั้นเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบ้านเมืองและรักษาความมั่นคงของชาติ
ในคราวที่กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นชั้นสูง พร้อมสัญญาณเรียกขานสากล “HS1A” เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พุทธศักราช 2532 ได้ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการสื่อสารในเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น มีใจความตอนหนึ่งว่า
“ขอขอบใจท่านที่มาให้พรและนำประกาศนียบัตรพนักงานวิทยุสมัครเล่นชั้นสูงและสัญญาณเรียกขานมาให้ ทำให้ปลื้มใจมาก เพราะถือว่าผู้ที่ทำการในด้านวิทยุสมัครเล่น และวิทยุอาสา ต้องปฏิบัติการมาเป็นเวลานานพอสมควร และเข้าใจถึงเรื่องวิทยุ และวิธีศึกษาได้ดี ก็จะต้องเห็นประโยชน์ของการสื่อสารที่มีต้อสังคมและประเทศชาติซึ่งผู้ดำเนินงานในด้านงานวิทยุสื่อสารนี้ ต้องมีทั้งความสามารถ ความสนุกสนานและความสนใจและได้รับประโยชน์ในส่วนของตัวเองเป็นอันมากทั้งจะต้องเห็นว่าวิทยุสื่อสาร นี้เป็นประโยชน์อย่างไร ในการพัฒนาและรักษาความมั่นคงของประเทศ
...สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นและเห็นใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมความถี่ มีคลื่นวิทยุที่กวนซึ่งกันและกันมาก ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ถ้าเป็นโดยตั้งใจก็เป็นสิ่งควรแนะนำตักเตือน ถ้าเป็นโดยไม่ตั้งใจ คือทางวิชาการของการแพร่คลื่นวิทยุ ย่อมต้องมีการรบกวนซึ่งกันและกันโดยไม่ตั้งใจ แต่เป็นธรรมชาติตามวิชาการของการแพร่กระจายคลื่นวิทยุที่คลื่นหนึ่ง อาจไปกวนอีกคลื่นหนึ่งได้อย่างนี้ ถ้าเรียนรู้กันและมีวิธีแก้ไขก็จะเป็นการดีทางฝ่ายควบคุมความถี่นี้จึงมีความรับผิดชอบมาก
...การกวนซึ่งกันและของกันของความถี่มาจากธรรมชาติ ความถี่ที่กวนกันนั้น ส่วนหนึ่งไม่มีทางแก้ไขและส่วนหนึ่งแก้ไขได้ คือต้องปรับเครื่องให้ดี รักษาระดับความถี่ให้ดี ทั้งรักษากำลังเครื่องให้ถูกต้อง แจกจ่ายความถี่ไปในพื้นที่ที่เหมาะสมและการทำงานโดยมีวินัย”
นักวิทยุอาสาสมัครที่มีอยู่เดิม และนักวิทยุสมัครเล่นในปัจจุบัน พึงระลึกจดจำและเทิดทูนความหมายในพระบรมราโชวาท อุทิศตนเพื่อบ้านเมืองตามรอยพระบาทต่อไป ด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ

อ้างอิง
- บันทึกความทรงจำ “เรื่อง การสื่อสารของในหลวง ”พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์
- หนังสือคู่มือนักวิทยุสมัครเล่น ฉลองครบรอบ 30 ปี สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทย
- ข้ามขอบฟ้า หนังสือที่ระลึก 119 ปี กรมไปรษณีย์โทรเลข
- เรื่องเล่าจาก VR009 มนัส ทรงแสง นิตยสาร Marketeer
http://marketeer.co.th/archives/98269