Hiker

เราๆ ท่านๆ คงจะสงสัยว่า กินปลาดี หรือกินน้ำมันปลาดี... เมื่อวานนี้ผู้เขียนไปที่ร้านบิ๊กซี ลำปาง เพิ่งพบฉลากอาหารด้านข้างปลากระป๋องระบุค่าไขมันชนิดดีพิเศษ หรือ DHA เป็นครั้งแรก

ปลากระป๋องโรซา บิ๊กแมค 1 กระป๋อง มีน้ำหนักเนื้อปลาแมคเคอเรล 132 กรัม ราคาหน้ากระป๋อง 30 บาท (ราคาขาย 25.50 บาท ร้านบิ๊กซี ลำปาง ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2549)

ฉลากอาหารด้านข้างกระป๋องระบุว่า ปลากระป๋องมีแคลเซียมสูง (สูงเท่าไรไม่บอก)  และบอกว่า มีไขมันชนิดดีพิเศษที่บำรุงสมอง หรือ DHA = 0.2 กรัม / 100 กรัม

น้ำมันปลายี่ห้อหนึ่ง ทำจากไขมันปลาแซลมอน ราคาขายประมาณเม็ดละ 2.40 บาท (ผู้เขียนไม่ได้เก็บใบเสร็จรับเงินไว้ ทำให้การระบุราคาอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย) ซื้อประมาณต้นปี 2549 ที่ร้านขายยา ภายในแมโคร เชียงใหม่

น้ำมันปลา 1 แคปซูล (1,000 มิลลิกรัม) ระบุว่า มีไขมันชนิดดีพิเศษได้แก่ DHA (docosahexanoic acid) = 120 มิลลิกรัม

ผู้เขียนลองเปรียบเทียบน้ำมันชนิดดีพิเศษ หรือ DHA กับราคาดู ปรากฏดังตาราง (ตารางที่ 1)

    ตารางที่ 1:                                      

เปรียบเทียบน้ำมันชนิดดีพิเศษ หรือ DHA ในปลากระป๋องโรซาบิ๊กแมคกับน้ำมันปลาแซลมอน (หน่วย: ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง / น้ำมันปลา 1 แคปซูลหรือ 1 เม็ด)

ที่ DHA (มิลลิกรัม) ราคา (บาท)

ปลากระป๋อง

264 25.50

น้ำมันปลา

120 2.40

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่า ถ้าต้องการน้ำมันชนิดดีพิเศษ เช่น DHA ฯลฯ เพียงอย่างเดียว การกินน้ำมันปลาแซลมอนมีแนวโน้มจะประหยัดกว่า

ถ้าลองคำนวณดูว่า การกินปลากระป๋อง หรือน้ำมันปลา เพื่อให้ได้น้ำมันชนิดดีพิเศษ หรือ DHA 100 มิลลิกรัม อะไรน่าจะประหยัดกว่ากันจะได้ผลดังตาราง

    ตารางที่ 2:                                      

เปรียบเทียบราคาน้ำมันชนิดดีพิเศษ DHA 100 มิลลิกรัม

ประเภทอาหาร ราคา (บาท)
ปลากระป๋องโรซา บิ๊กแมค 9.66
น้ำมันปลา 2

จากตารางข้างต้น (ตารางที่ 2) จะเห็นว่า การกินน้ำมันปลามีแนวโน้มจะประหยัดกว่าการกินปลาทะเล... ถ้าต้องการน้ำมันชนิดดีพิเศษ (DHA) เพียงอย่างเดียว

การกินปลากระป๋องมีข้อดีกว่าน้ำมันปลาตรงที่ได้โปรตีนคุณภาพสูงจากปลา ได้สารอาหารอีกมากมาย เช่น โปรตีน เหล็ก ไอโอดีน เซเลเนียม แคลเซียม ฯลฯ 

ถ้าเป็นปลาที่กินกระดูกได้จะมีแคลเซียม แมกนีเซียมสูงมาก ช่วยป้องกันโรคกระดูกโปร่งบาง และได้แร่ธาตุอื่นๆ เช่น ธาตุเหล็กไว้สร้างเม็ดเลือดแดง เซเลเนียมช่วยป้องกันมะเร็ง ฯลฯ

การกินปลากระป๋องให้ได้ผลดี และปลอดภัยมีคำแนะนำอย่างนี้...

  1.  เลือกกระป๋องที่ไม่บุบ ไม่บวม เพื่อลดโอกาสได้รับสารพิษ(โบทูลิซัม)
  2. ดูวันหมดอายุ (expiry date / EXP) เพื่อลดโอกาสได้รับอาหารหลังวันหมดอายุ ซึ่งอาจทำให้อาหารมีคุณภาพต่ำลง หรือเกิดสารพิษได้
  3. หลังเปิดกระป๋อง... ควรถ่ายอาหารใส่ภาชนะอื่น ถ้าเป็นไปได้... ควรเป็นภาชนะแก้ว พลาสติก หรือเซรามิกสีขาว เพื่อป้องกันโลหะ(จากกระป๋อง)ละลายมาสู่อาหาร เนื่องจากสารเคลือบอาจเสื่อมคุณภาพลงเมื่อกระทบอากาศ
  4. เลือกปลาที่ไม่ผ่านการทอด... เนื่องจากการทอดจะทำให้น้ำมันปลาซึมออกจากตัวปลาส่วนหนึ่ง และน้ำมันที่ใช้ทอดปลาจะซึมเข้าสู่เนื้อปลา เช่น ถ้าทอดปลาทูด้วยน้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มจะซึมเข้าสู่เนื้อปลา และน้ำมันปลาจะซึมออกสู่น้ำมันที่ใช้ทอด(นอกเนื้อปลา) ฯลฯ
  5. ถ้าจะทอดปลา... ให้เลือกน้ำมันพืชชนิดดีทอด เช่น ถ้าทอดความร้อนสูงควรใช้น้ำมันรำข้าว ถ้าทอดความร้อนต่ำควรใช้น้ำมันรำข้าวผสมน้ำมันถั่วเหลือง ฯลฯ

ตกลง... วันนี้จะกินปลาดี หรือน้ำมันปลาดีครับ

    แนะนำให้อ่าน:                                  

    แหล่งที่มา:                                      

  • ขอขอบพระคุณ > ฉลากอาหาร Nature’s Best (เนเจอร์ส เบสท์). Salmon fish oil. Lot DC.018. Barcode 8-851515-600092. Mfg 20/10/48. Exp 20/10/51.
  • ขอขอบพระคุณ > ฉลากอาหาร steamed mackerel in lime and chilli Roza Bigmack (ปลาแมคเคอเรลนึ่งมะนาว). Barcode 8-850511-121938. Best before 121008. 15:48 S MISL.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙.