เล่าขานกกกอคนไท

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


        เล่าไว้เป็นตำนานมาจากในวงคุยกันของจัวน้อยแห่งวัดบ้านนอกพากันนั่งฟังผู้เฒ่าเล่าไว้ที่เคยได้ยินมานานแล้ว  ด้วยยุคนั้นไร้มือถือไร้ทีวีมีแต่อ่านท่องจำตำรา  ใบลานกันดังนี้  แต่ก่อนโลกเราอยู่นี้เกิดไฟไหม้แล้วเจอฝนตกจนเกิดน้ำท่วมโลก  เมื่อน้ำแห้งแล้วเกิดแผ่นดินมีกลิ่นหอมไปถึงเมืองสวรรค์  ทำให้เหล่าเทวดานางฟ้าเกิดความอยากพากันเหาะลงมากินง้วนดินหอมนี้แล้วตัวหยาบหนักไม่สามารถเหาะกลับขึ้นสู่เมืองสวรรค์ได้เลยพากันอยู่อาศัยโลกนี้

        ด้วยฤทธิ์ง้วนดินหอมทำให้เกิดราคะกำหนัดเหล่าเทวดานางฟ้าก็จับคู่อยู่กินเสพกามกันจนออกลูกหลานกลายมาเป็นชาวโลกทุกวันนี้

        หนึ่งในเผ่าพันธุ์ชาวโลกคือเผ่าชนที่เรียกตนเองว่าเผ่าไท  ถือกำเนิดมาจากกกกอชื่อว่า ปู่สังกะสา  ย่าสังกะสี  ท่านทั้งสองนี้ครองรักกันและต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในสิ่งสงสัย  ก่อให้เกิดการตัดสินใจเลือกทำหรือไม่ทำจนกลายมาเป็นกฎข้อห้ามไม่ทำบางอย่างและทำบางอย่างคอยสอนลูก ๆ ที่เกิดตามกันมาพร้อมปั้นดินให้ลูกเป็นของเล่น

        ปู่สังกะสาย่าสังกะสีมีลูก 12 คนคนที่ 1 ปั้นหนูให้เล่น  คนที่ 2 ปั้นวัวให้เล่น  คนที่ 3 ปั้นเสือให้เล่น  คนที่ 4 ปั้น กระต่ายให้เล่น  คนที่ 5 ปั้นนาคให้เล่น  คนที่ 6  ปั้นงูเล็กให้เล่น  คนที่ 7 ปั้นม้าให้เล่น  คนที่ 8 ปั้นแพะให้เล่น  คนที่ 9 ปั้นลิงให้เล่น  คนที่ 10  ปั้นไก่ให้เล่น  คนที่ 11 ปั้นหมาให้เล่น  และคนที่ 12  ปั้นหมูให้เล่น เมื่อเติบโตกันแล้วก็แยกย้ายไปอยู่อาศัยตามนิสัยชอบแห่งตนจนทั่วแผ่นดินอุษาคเนย์แล.

ข้อคิด...

1.น้ำท่วมโลกคือความไม่เที่ยง  ทุกสิ่งเป็นตามกฎไตรลักษณ์..?

2.ง้วนดินหอม  มีมาก่อนพุทธกาลเล่าขานไว้แล้วถูกบันทึกไว้ในอัคคัญญสูตร เป็นพระสูตรในคัมภีร์พระไตรปิกฎหรือไม่..? กรณีตัวอย่าง...

อ้างอิงที่มาจาก...พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค 

   พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค [๔. อัคคัญญสูตร]

[๑๒๒] วาเสฏฐะและภารทวาชะ ครั้นต่อมา สัตว์เหล่านั้นเมื่อบริโภคง้วนดิน

มีง้วนดินนั้นเป็นภักษา มีง้วนดินนั้นเป็นอาหาร ได้ดำรงอยู่นานแสนนาน เมื่อ

บริโภคง้วนดิน มีง้วนดินนั้นเป็นภักษา มีง้วนดินนั้นเป็นอาหาร ได้ดำรงอยู่นาน

แสนนาน สัตว์เหล่านั้นจึงมีร่างกายหยาบขึ้น ทั้งผิวพรรณก็ปรากฏแตกต่างกัน

สัตว์บางพวกมีผิวพรรณงาม บางพวกมีผิวพรรณทราม สัตว์เหล่าใดมีผิวพรรณงาม

สัตว์เหล่านั้นก็ดูหมิ่นสัตว์ที่มีผิวพรรณทรามว่า ‘พวกเรามีผิวพรรณงามกว่าสัตว์

เหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นมีผิวพรรณทรามกว่าพวกเรา’ เมื่อสัตว์เหล่านั้นเกิดมีมานะ

ถือตัว เพราะการดูหมิ่นเรื่องผิวพรรณเป็นปัจจัย ง้วนดินจึงหายไป...

3.พญาแถน เป็นผู้สร้างปู่สังกะสาย่าสังกะสี ใครลอกแบบใครระหว่าง ปู่สังกะสาและย่าสังกะสีกับอาดัมและอีวา..?

4.ลูก 12 คนของปู่สังกะสาย่าสังกะสีนั้นกลายเป็น  12 ราศีได้ไงละนี่..?

5.ปู่สังกะสาย่าสังกะสีมีหลากหลายชื่อมากตามตำนานเล่าขานของคนเผ่าไท  ไม่มี ( ยอยักษ์ )ทั่วอุษาคเนย์  แม้แต่คำว่าผีตาโขนก็เป็นชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกปู่สังกะสาย่าสังกะสีนั้น..?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบจัง..ๆๆๆๆ..นี่แหละ..ภาษาไท...(ไม่มี..ย)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ  คุณยายธี