ดิฉันรู้สึกชื่นชมที่พี่ดำอดทนและเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด คนที่สบายใจที่สุดในกรณีที่พี่ดำเลิกเหล้าได้ คงเป็นภรรยาของพี่ดำและคนในครอบครัว และที่สำคัญตัวพี่ดำเองก็สบายใจและสุขภาพแข็งแรงขึ้น

        วันหนึ่งมีเหตุให้ทานอาหารกลางวันผิดเวลา จึงถือชามก๋วยเตี๋ยวเข้าไปขออาศัยแอร์ที่ห้องซ่อม ซึ่งมีพี่ดำ เริงฤทธิ์ เป็นขาใหญ่ประจำห้อง ที่บอกว่าขาใหญ่เพราะพี่ดำ เป็นพี่ใหญ่และอายุการทำงานมากที่สุด จึงได้ทานก๋วยเตี๋ยวไปคุยเรื่องจิปาถะไป ลงเอยที่เรื่องเหล้า

        ที่จริงดิฉันเคยเห็นพี่ดำ ดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูงบ่อยๆ ถึงขั้น(เดาว่า) ชอบเป็นพิเศษ แต่พักหลังๆ ไม่เคยได้ข่าวว่ามีการก๊ง กับพรรคพวก ก็เลยถามไปว่าพักนี้ไม่เห็นได้ข่าวว่าพี่ดำตั้งวง (เหล้านะจ๊ะอย่าคิดเป็นอื่น) ก็เลยได้เรื่องนี้มาฝาก

        พี่ดำเล่าว่า เลิกดื่มมาตั้งแต่ หลังปีใหม่ (2549) เพราะว่า ครั้งสุดท้ายที่ดื่มหนักมากจนป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะร่างกายต่อต้าน ชนิด อาเจียนอย่างหนัก ภรรยาของพี่ดำซึ่งเคยเป็นคนใจดีสุดๆ ได้ส่งพี่ดำเข้าโรงพยาบาลแล้วไม่ยอมไปเฝ้าอีกเลยและไม่ให้เงินไว้ติดตัวอีกต่างหาก (คงสุดทนแล้ว นะพี่) พี่ดำอยู่โรงพยาบาลนานหลายวัน ที่สุดก็กลับบ้านและตัดสินใจเลิกดื่ม

        ดิฉันถามพี่ดำว่า หากเดินไปเจอเพื่อนฝูงคนเคยคอเดียวกันเรียกดื่ม ปฏิเสธได้เหรอ พี่ดำบอกว่า เขาสามารถนั่งอยู่ในวงได้โดยไม่แตะเหล้าเลย เพราะนึกถึงตอนที่มันทรมานหลังจากนั้น และสาธยายอาการที่ไม่พึงประสงค์ของคนติดเหล้าออกมาหลายอย่าง เช่น ตอนเช้าจะมึนๆ ต้องสักอึกนึงให้หายมึน หรือเรียกว่า ถอน และถ้าไม่ได้ดื่มมือจะสั่น แรกๆ ที่เลิกก็มีอาการ แต่ปัจจุบันสบายมาก ต้องอดทนมากทีเดียวที่จะไม่กลับไปดื่มอีก พี่ดำบอกว่าหลังเลิกเหล้าแล้วร่างกายแข็งแรงขึ้นและไม่สิ้นเปลืองเหมือนตอนดื่ม เนื่องจากดื่มแล้วมักขาดสติหยุดดื่มไม่ได้ประกอบกับเป็นคนใจกว้างมีเงินเท่าไหร่จึงจ่ายจนหมด

        ดิฉันรู้สึกชื่นชมที่พี่ดำอดทนและเลิกเหล้าได้อย่างเด็ดขาด คนที่สบายใจที่สุดในกรณีที่พี่ดำเลิกเหล้าได้ คงเป็นภรรยาของพี่ดำและคนในครอบครัว และที่สำคัญตัวพี่ดำเองก็สบายใจและสุขภาพแข็งแรงขึ้น เป็นกำลังสำคัญในการทำงานในองค์กรด้วย แต่คนที่ไม่สบายน่าจะเป็นเพื่อนก๊ง ^__^

        เรื่องของพี่ดำ เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเลิกเหล้า ที่ถ้าตั้งใจจะทำแล้ว ยังไงคนเราก็สามารถ