รู้สึกว่าตัวเองมีอาการปวดขาอยู่บ่อยๆ เริ่มต้นจากการเล่นฟุตบอลประมาณปี 2544 เล่นแล้วสะดุด จนเข่าบวม จนต้องเข้า ร.พ. ปวดอยู่หลายวันหลังจากนั้น ก็เดินไม่ค่อยสะดวก ต่อมาสักปีเริ่มมีอาการปวดขาขึ้นมาอีก ไปหาหมอบอกเคยหกล้ม หมอบอกไม่เกี่ยวน่าจะเป็นโรคเกาต์ ให้ไปเจาะเลือดแล้วเลยให้ยามากิน ค่าก็ไม่ได้สูงแต่ก็ปริ่ม กรดยูริกประมาณ 7 สงสัยดื่มแอลกอฮอล์เยอะ เหมือนหายไปเอง จะปวดอีกทีก็เป็นครั้งเป็นคราว เรื่อยมาตลอด เคยคุยกับรุ่นพี่ที่ทำงาน ปวดเกาต์มันไม่ใช่แบบนั้น ต้องปวดแบบเค้าเป็นแบบปวดตามข้อ มีอาการบวมแดง กินของผิดสำแดงจะปวดขึ้นทันที แต่ของเรามันปวดทั้งขา เป็นจุดๆ ในบางที กินยาแก้เกาต์ลดกรด ก็ไม่เห็นดีขึ้น ถ้าได้พักก็หายไป
และแล้วผ่านมาหลายปีก็ทนกับการปวดเป็นครั้งคราวจนชิน นอนพักก็หายเจ็บมากก็กินยาแก้ปวด จนถึงปี 2553 มีอาการปวดขามาอีกแล้วแต่คราวนี้เป็นค่อนข้างนาน และเจ็บขึ้นมาถึงหลังเลยใช้มุกเดิม นอนพักกินยาแก้ปวด แต่ครั้งนี้แปลกๆ เริ่มรู้สึกปัสสาวะน้อยลง ไม่รู้ว่าจะปัสสาวะตอนไหนดี เริ่มออกน้อยล่ะ อึดอัดมากอยู่ ก็นอนพักอยู่บ้าน วันนั้นเลยไปซื้อไก่ย่างห้าดาว มากินตอนเช้า พอเริ่มพักเที่ยงขาเริ่มขยับไม่ได้มีอาการปวดเวลาขยับมาก ปวดแบบที่สุดในชีวิตไม่ขยับก็ปวดอยู่เฉยๆ ก็ปวด กำลังคิดอยู่ว่าโดนเกาต์เล่นงานซะแล้ว. เพราะกินไก่ไปประมาณครึ่งตัวได้ นอนหลับไปตื่นมาเที่ยงเดินไม่ได้เลย
วันนั้นเลยให้ที่บ้านพาไป ร.พ. วิภาวดี พอไปถึงหมอฉีดยาให้ 1เข็ม คาดว่าเป็นยาแก้ปวดชนิดรุนแรง หายปวดเลยนึกว่าจะหายที่ไหนได้. พอเล่าอาการให้หมอฟัง หมอบอกไม่ใช่เกาต์กดหน้าท้องดู มีอาการปัสสาวะไม่ออก. เลยให้ทำการสวนออก เจ็บอีกล่ะพึ่งเคยโดนสวนครั้งแรกในชีวิต
เริ่มต้นจากบรุษพยาบาลเอาสายยางประมาณ 1 มม. มา ทาเจลแล้วสอดผ่านรูปัสสาวะ เข้าไปถึงสุดเลย โดยปลายสายยางจะมีรูอยู่ เท่านั้นแหละความเจ็บนี้พุ่งที่ตรงนั้นเลย แต่แล้วรู้สึกโล่งปัสสาวะออกเสียที ออกมาเยอะมาก หมอบอกต้องคาไวก่อน.....
เริ่มคุยกับหมอใหม่ หมอบอกว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ต้อง MRI ดูถึงจะยืนยันได้แน่ชัด ก็เลยทำเลยโดยเสียเงินตัวเองค่า MRI อีก 9,800 บาท เนื่องด้วยไฟฟ้าไม่ให้เบิก MRI ในโรงพยาบาลเอกชน ที่ไม่ได้มีข้อตกลง ได้เรียนรู้ถึงการเข้าอุโมงค์ ที่เห็นแบบในหนังเลยประมาณสักครึ่งชั่วโมง. ได้ผลมาแล้วหมอบอกเป็นหมอนรองกระดูกแตกจริงๆ ตามภาพ MRI L4-L5 แตกออกมาเยอะ ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเพราะปัสสาวะไม่ออกแล้ว กำลังคิดว่าเกิดจากอะไรที่เร่งให้หมอนรองกระดูกแตกไวขึ้น คงไม่ใช่ไก่ย่างห้าดาว น่าจะเป็นเมื่อ 2-3 วันก่อนยกไมโครเวฟ หนักมากระยะทางไกลขึ้นบันไดด้วย
ถามหมอค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หมอบอกถ้าผ่าที่ ร.พ. วิภาวดี น่าจะเป็นแสน เงินก็ไม่ค่อยมี หมอเลยถามว่าใช้สิทธิอะไรได้บ้าง บอกว่าการไฟฟ้าเข้าได้ ร.พ. รัฐ จ่ายเกือบหมด เอกชนต้องเสียครึ่งหนึ่ง หมอเลยเห็นใจติดต่อ อาจารย์หมอ ร.พ. รามาอีกคน ให้ เนื่องจากเคยเป็นอาจารย์หมอที่รามา มาก่อน. จองเตียงกันวันนั้นเลยส่งตัวจากวิภาวดีไปรามา ตอนที่ไป รามาหายปวดแล้ว กำลังคิดอยู่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือป่าว......ที่ไหนได้
ช่วงเย็นนอนเตียงรวมที่รามา เนื่องจากหาได้แต่เตียงรวมเท่านั้น นอนไปได้ซักครู่อาการปวดมาแล้ว ปวดแบบโคตรปวดเหมือนเดิมเลย ความคิดที่ไม่ผ่าตัดหายไปล่ะ........ คงเพราะฤทธิ์ยาที่วิภาวดีหมด หมอรามา มาฉีดยาให้ 1 เข็ม สวนอีกปัสสาวะอีก 1 ที เอาฟิลม์ไปดูแต่ยังไม่บอกอะไร. บอกให้เตรียมตัวผ่าตัดหลัง....... ไม่รู้เมื่อไหร่. พอตกดึกประมาณ 20.00น. อาการปวดมาอีกแล้ว คราวนี้ปวดกว่าทุกทีจนดิ้นไปมา เลยเรียกพยาบาล เท่านั้น ได้ยินบอกอดทนไว้ก่อนเดี๋ยวจะพาไปผ่าตัดแล้ว. ก่อนไปต้องเจาะเลือดก่อน x-ray วัดคลื่นหัวใจไปหลายจุด ทั้งที่ปวดมาก พยาบาลต้องต้องทำก่อนแข็งใจไว้ก่อน ถึงได้ผ่าตัด
รถนอนก็พาเข็นไปมองไปบนเพดานเจอแสงไฟเหมือนในหนัง เลย หลังจากตรวจเสร็จเข้าห้องผ่าตัดนอนลงหมอถามชื่อถูกต้องเรียบร้อย เปิดไฟวงกลมหลายดวงฉายลงมา วิสัญญีมาบอกจะวางยาสลบ ให้ดมยา เรียกชื่อเราแล้วก็หายไปเลยช่วงนั้นตื่นมาอีกทีบ่าย 2 ของวันรุ่งขึ้น