(คุยกับตนเอง ตอนที่ 11) มองร่วมกันว่าทำเพื่อใคร

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

(คุยกับตนเอง ตอนที่ 11) มองร่วมกันว่าทำเพื่อใคร

หลังจากฟังมุมมองนักเศรษฐศาสตร์ ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) (ที่มา https://www.facebook.com/nipaporn.lakornwong/posts/1388939581154003) 
ได้กลับมามาเขียนเป็นภาพความเชื่อมโยงความเข้าใจในตนเองอีกครั้ง

เมื่อมามองดูภาพก็จะเห็นคุณค่าของการมีระบบหลักประกันสุขภาพมากขึ้น เพราะเป็นหลักการที่เชื่อมโยงไปถึงการเกื้อกูลช่วยเหลือประชาชนมากกว่า 48 ล้านคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นประเด็น
▪️การเข้าถึงระบบบริการ
▪️การได้รับบริการที่มีคุณภาพ

ทั้งสองประเด็นนี้เป็นโจทย์ที่คนทำงานบริการสาธารณสุขต้องตีโจทย์ให้แตกและไปให้ถึงมากกว่าการประกวด ประเมิน ประชุม สนองนโยบายนายเป็นสุขและลูกน้องเป็นทุกข์ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและการเข้าไปสู่การทำงานอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำไม่ได้เลยตราบเท่าที่เรายังทำงานเกี่ยวกับความเป็นความตายของผู้คน

ส่วนเงินไม่พอน่าจะเป็นภาระหลักของรัฐบาลที่จะมาสนับสนุนระบบงานสาธารณสุข ซึ่งไม่น่าจะเป็นการไปผลักภาระให้กลุ่มคนหมู่มากในประเทศไทย เพราะถ้าทำเช่นนั้นก็เปรียบดั่งการพายเรือวนอยู่ในเรื่องเดิมๆ ซ้ำกลับไปมาจุดเดิม (ฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาหลังจากที่เคยฟัง อ. Chalor Santiwarangkana ท่านพูดนานมาแล้ว)

ในค่ำคืนที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ ก็มีเสียงสะท้อนเล็กๆ เบาๆ แต่ดังก้องในใจสื่อสารมาถึง
"ตั้งแต่อาจารย์เกาะติดเรื่อง UC มาคนเข้าไปตาม แล้วก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่ต้องทำงานคุณภาพโน่นนี่นั่นให้เยอะแยะไปหมดนี่ เราไม่ได้ทำให้กระทรวงหรอกนะ แต่เราทำเพื่อประชาชนกว่าห้าสิบล้านคนต่างหากเล่า เรียกได้ว่าเข้าใจงานที่ทำมากขึ้น"

"ที่กินใจมากก็คือ สุขภาพของคนสี่สิบแปดล้านคนถูกวัดออกมาเป็นกำไรขาดทุนของสถานบริการ เหรอ"

"เราคุยกันในวงเล็กๆที่ไปประเมินงาน NCD คุณภาพด้วยกันบนรถตู้ หัวหน้างานคนหนึ่งของ สสจ. พูดขึ้นว่า ถ้าเราเข้าใจอย่างที่อาจารย์กะปุ๋มวิเคราะห์มานี่ ขอเบิ้ดกะโหลกคนบิดเบือนเจตนาหน่อยเถ้อะ"

แม้ตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีกำลังใจและการช่วยเหลือส่งมาถึงแบบเงียบๆ เบื้องหลังมากมาย แต่ความตั้งใจของการศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องนี้ก็มีอุปสรรคมากพอสมควร รวมถึงแรงต่อต้าน และความไม่ยินดีของกลุ่มคนที่อยากให้แก้ไข พรบ. แต่สิ่งที่ตนเองทำ ไม่ได้ทำไปมากกว่าการทำเรื่องราวที่เปรียบเสมือนอยู่ในหลุมดำของตนเองให้สว่างกระจ่างแจ้งขึ้นมาในใจตน และเผยแพร่เป็นวิทยาทาน ใครจะอ่านหรือไม่อ่านไม่ได้บีบคั้นมากมาย สิ่งที่ทำได้แต่ย้ำเข้ามาในใจตนเองว่า เรื่องนี้ยิ่งศึกษาและยิ่งทำความเข้าใจพลังอันมากมายภายในยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะเราตระหนักรู้ในตนเองชัดแจ้งว่า "กำลังทำสิ่งใด และทำเพื่อโฟกัสไปที่ใคร"

#KMUC
27-07-60


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (0)