(คุยกับตนเอง ตอนที่ 10) ฟังเสียงของนักเศรษฐศาสตร์ต่อเรื่อง UC
ในช่วงที่ศึกษาเรื่องนี้สิ่งที่ปรารถนามากที่สุดคือ ฟังมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ และมีเพื่อนหลายคนที่เรียนจบ ตรี-โท-เอก ทางสาขานี้แต่ก็ยังไม่สามารถมองระบบทะลุได้ใจเท่ากับการฟังการสัมมานานี้
จากที่ฟัง ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ captured ประเด็นที่น่าสนใจที่สะท้อนมุมมองว่านักเศรษฐศาสตร์มองเรื่องนี้อย่างไร
ประเด็นใหญ่คือ การตกลงกันไม่ได้ว่าใครต้องการอะไร
คนจนควรจะได้รับการดูแล ดูแลอะไร แค่ไหน
คนที่จ่ายเงินควรได้รับการดูแลที่ดีกว่าคนที่ไม่ได้จ่ายเงินไหม
"คนนั่งรถไฟก็ไปถึงเชียงใหม่เหมือนกัน แต่รายละเอียดมันมากกว่านั้น ชั้นหนึ่งได้รับบริการที่ดีกว่าในโรงพยาบาลเองก็เช่นเดียวกัน"
"เมื่อมีความขัดแย้งแต่ละฝ่ายก็พูดความจริงไม่หมด"
"มันเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่เคยจบอาจจะมีมามากกว่า 15 ปีที่ผ่าน"
"หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีมาตั้งแต่ปี 2518 ตั้งแต่ยุคท่านคึกฤทธิ์ ปราโมช พัฒนามาเป็น สปร. ต่อมา 2535 มีบัตรประกันสุขภาพ 500 บาท แต่ก็ยังเหลือคนอีก 20 ล้านคน โครงการ 30 บาทเป็นสิ่งที่นำคนอีก 20 ล้านคนเข้ามาร่วมด้วย"
"จะเรียกว่าโครงการทางเลือกของคนจน หรือคนจนไม่มีทางเลือก"
"เรื่องร่วมจ่ายมีพูดกันมานานและมีความพยายามมาหลายครั้ง"
"และมีกลุ่มคนที่อยากล้มเลิกหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า"
"WHO ก็ชม เวทีโลกก็ชม แต่คนไทยเราไม่เคยหันหน้าเข้ามาคุยกัน"
"เงินที่ให้รักษาพยาบาลก็น้อยมาตั้งแต่แรก ก็มีคนไม่พอใจ และมีความพยายามที่จะให้เกิดการร่วมจ่าย เรื่องร่วมจ่ายไม่ใช่เรื่องใหม่"
"ไม่ว่ายุคสมัยไหน 30 บาทไม่เคยได้เข้าใกล้คำว่าได้รับการดูแลได้มาตรฐานที่แท้จริง"
"ถ้าเราจะมีหลักประกันสุขภาพที่ได้มาตรฐานเงินที่ได้ขนาดนี้มันไม่พอ รพ.ไหนที่มีตัวเลขเป็นบวก เกิดจากเขามีบุคลากรน้อย"
"ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากโครงสร้างประชากรเพิ่มขึ้น คนสูงอายุเพิ่มขึ้น คนมีลูกน้อยลง คนอายุยืนยาวขึ้น ค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้น "สร้าง นำซ่อม - สร้างเสริมสุขภาพ ทำให้คนสุขภาพดีขึ้นความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลลดลง" เพราะสุดท้ายคนก็ต้องป่วยหรือตายด้วยโรคต่างๆ"
"ในโรงพยาบาลพวกเรามักถกเถียงกันเรื่องเงิน เช่นเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย
P4P เรื่องเหล่านี้จะจ่ายอย่างไร"
"คนไข้ต่างชาติเข้ามาอย่างเสรี ค่ารักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้นเร็วอย่างรวดเร็วมาก"
"ดูเหมือนเป็นเรื่องความขัดแย้งทางชนชั้น"
"คนที่อยู่ในฐานะที่จะจ่ายเงินได้ แต่ทำไมต้องมาใช้สิทธิ์30 บาท" อาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้หลายคนรู้สึกขัดแย้งในใจ
"รัฐมีอำนาจ ไม่มีเงิน รัฐใช้เงินจากภาษีของประชาชน"
"ในทางเศรษฐศาสตร์เรื่องสุขภาพมีความล้มเหลวของกลไกทางตลาด ประชาชนได้ข้อมูลข่าวสารน้อยกว่าผู้ให้บริการการตัดสินใจในการให้บริการต่างๆ คนไข้ไม่ได้มีข้อมูลมากเท่าผู้ให้บริการ"
"เรื่องสุขภาพ ถ้าป่วยน้อยพอรู้ ถ้าป่วยมากนี่จะไม่รู้ คนกำลังสำคัญในการหารายได้เกิดป่วยและต้องมาจ่ายเพิ่ม จากที่ไม่จนก็อาจจะจนเกิดขึ้นได้ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าควรจำเป็นจะต้องมี"
"เสียงเรียกร้องปรับปรุงคุณภาพให้มีมากขึ้น"
"ไม่ยอมให้มีสองมาตราฐาน ให้เหลือมาตรฐานเดียว และยังคงมีหลักประกันสุขภาพ" เช่นตัวอย่างประเทศแคนาดา
- การเข้าถึงและคุณภาพบริการ ตั้งแต่มีหลักประกันสุขภาพคนไข้เข้าถึงสถานบริการ แต่การเข้าถึงยังมีปัญหา คุณภาพการรักษาพยาบาลเรายังห่างไกลมาตรฐานสากลมาก
"เมื่อรู้สึกว่าเงินไม่พอ ผู้ป่วยบางกลุ่มเป็นตัวสร้างภาระให้แก่โรงพยาบาล การเงินทำให้ผู้ให้บริการตัดสินใจว่าจะรักษาคุณอย่างไร มีผลต่อทัศนคติของบุคลากรในสถานบริการต่อผู้ป่วย เงินที่เขาได้จากการรักษาให้คุณมันน้อย ก็จะไม่พอใจคุณได้"
นักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยในโลกค่อนข้างสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
"หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าถ้ารัฐให้เงินน้อย ก็จะได้รับการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจจะมีหลายมาตรฐาน ซึ่งขัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องไม่สนใจว่ากำลังรักษาให้ใคร เมื่อไหร่ที่ให้งบไม่พอก็จะนำไปสู่ความเสื่อมถอยของคุณภาพบริการ และก็อาจมีแนวโน้มที่รัฐอาจจะไม่สนับสนุนหรือมาเพิ่มให้กับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า"
"เราควรจะรักษาหลักการนี้ไว้ ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการ"
"สปสช. จำเป็นต้องมีเพราะเป็นผู้ซื้อบริการแทนประชาชน จะส่งเสียงแทนประชาชน แต่ที่ผ่านมาไม่อยู่ในฐานะที่จะต่อรองแทนประชาชนได้จริง ถ้า สปสช.ไม่งัดกับรัฐบาลสภาพความเสี่ยงของโครงการนี้จะแย่ลง"
"รพ.ของรัฐ จะผลักดันให้เกิดการร่วมจ่าย รพ.โรงเรียนแพทย์จะมีระบบสองมาตราฐาน เช่น ศิริราช รพ.เอกชนขยายตัวและดึงคนไปเพื่อรองรับคนไข้จากต่างประเทศ"
"ซื้อยารวม ซื้อกันมาตั้งแต่ก่อนมาสามสิบบาท รพ.เอกชนส่วนใหญ่มีอาจารย์แพทย์ไปอยู่มากมาย"
โจทย์เชิงนโยบาย
- เราจะเข้าไปถึงหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เงินไม่ได้เป็นอุปสรรคและคนได้รับมาตรฐานที่มีคุณภาพได้จริงหรือเปล่า
- สามสิบบาท ประกันสังคม ข้าราชการ จะต้องมีงบเท่าไร ซึ่งสวัสดิการโครงการข้าราชการใช้เงินมากกว่าสามสิบบาทถึงสี่เท่า ซึ่งเป็นโครงการเดียวที่เชื่อมั่นได้ว่าได้รับการรักษาตามมาตรฐานและมีคุณภาพ
- สังคมต้องมีฉันทามติร่วมกันเพื่อช่วยทำให้โครงการนี้ให้ดีขึ้นไม่งั้นจะกลายเป็นโครงการชั้นสอง
??✨
#Noteความคิด
เมื่อฟังแล้วก็ตั้งคำถามกับตนเองว่ามีมุมมองที่เห็นสอดคล้องหรือเห็นแตกต่างอย่างไร
ทัศนะส่วนตัวก็ยังคงยืนยันว่า "คุณค่าและประโยชน์ที่เกิดสูงสุดต้องตกอยู่ที่ประชาชน และคน 48+ล้านคนต้องเดือนร้อนน้อยที่สุด"
"การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และได้รับการบริการที่ได้มาตรฐานเป็นเรื่องที่เราได้รับการบ่มเพาะปลูกฝังมา เป็นความท้าทายที่เราจะต้องไปถึงจุดดังกล่าวให้ได้"
"หน้าที่ของคนทำงานที่ทำกับความเป็นความตายของมนุษย์ต้องไม่หยุดชะงักเพื่อบวกลบคูณหารว่านี่ฉันกำลังได้กำไรหรือขาดทุน หรือถ้าจะขาดทุนต้องรัฐเป็นคนช่วยไม่ใช่ไปเบียดเบียนประชาชนต้องมาจ่ายร่วม"
#KMUC
ที่มา; https://www.facebook.com/nipap...