​ นวัตกรรม “กดจุด” เพื่อให้หยุดสูบบุหรี่

สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับชาวตำบลพังสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดทำ โครงการ “ชุมชนบ้านพังสิงห์ร่วมใจลดภัยบุหรี่ ทุกภาคีมีส่วนร่วมด้วยหลัก 5 ร” ภายใต้ โครงการควบคุมยาสูบโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ในชุมชน และช่วยเหลือผู้สูบบุหรี่ให้สามารถลดละเลิกการสูบบุหรี่ เพื่อสุขภาพของตัวผู้สูบและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากพิษภัยจากบุหรี่มือสอง <p>
</p>          อนันท์ พรมนิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพังสิงห์ กล่าวว่าตำบลพังสิงห์มีประชากรประมาณ 10,000 คน มีผู้สูบยาสูบและบุหรี่ร้อยละ 27 ซึ่งถือว่าสูงกว่าภาพรวมทั้งประเทศ จึงได้สร้างกิจกรรมและรุกเข้าสู่ชุมชนทุกรูปแบบ ทั้งการใช้ อสม. ชักชวนให้สมาชิกชุมชนเลิกบุหรี่ โดยตั้งเป้าหมาย อสม. 1 คนจะต้องไปหาเครือข่ายเลิกบุหรี่ให้ได้ 4 คน และ อสม.จะต้องเป็นต้นแบบเลิกบุหรี่ด้วย หากเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เข้ามารักษาใน รพ.สต.ก็จะแนะนำให้เลิกบุหรี่ทันที ขณะเดียวกัน อสม.ที่จะลงพื้นที่ก็จะให้บริการกดจุดเพื่อให้เลิกบุหรี่ การแจกลูกอมสมุนไพรเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ด้วย

          “ใครเป็นโรคเรื้อรังเราจะรุกให้ข้อมูลเลิกบุหรี่ไปด้วย และให้เข้าเป็นสมาชิกคลินิกเลิกบุหรี่ ถ้าเลิกไม่ได้เราก็จะส่งต่อคลินิกฟ้าใส โรงพยาบาลมหาราช ทางโรงพยาบาลให้การสนับสนุนเรื่องนี้เป็นอย่างดี เราจะมี อสม.ลงพื้นที่ตรวจปอด และใช้นวัตกรรมบริการนวดกดจุดเพื่อลดความอยากสูบบุหรี่ด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการตอนนี้เลิกได้เด็ดขาดไปแล้วจำนวน 100 คน”

          นอกจากนี้ทางโครงการฯ ยังได้จัดกิจกรรมด้านการรณรงค์ โดยร่วมกับ โรงเรียนท่าเรือมิตรภาพ ให้ความรู้เรื่องพิษภัยของบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพของคนสูบและคนรอบข้าง โดยเชิญบุคคลต้นแบบการเลิกบุหรี่มาพูดคุย ชักชวนปกครองเข้าร่วมด้วย และยังได้ทำกิจกรรม “บ้านนี้ปลอดบุหรี่” ให้นักเรียนนำป้ายไปติดที่บ้านเพื่อสะกิดเตือนไม่ให้มีผู้สูบบุหรี่ในบ้าน นอกจากนี้ยังรณรงค์ในงานศพไม่ให้มีการสูบบุหรี่อีกด้วย

          การดำเนินงานเชิงรุกแต่นุ่มนวลให้ข้อมูลผลเสียของการสูบบุรี่ พร้อมๆ กับการบอกข้อดีของการไม่สูบบุรี่ทั้งด้านสุขภาพและในเชิงเศรษฐกิจ โดยบูรณาการกิจกรรมหลายประเภทเข้าด้วยกัน จึงส่งผลในวันนี้ให้จำนวนผู้เลิกบุหรี่ในชุมชนตำบลพังสิงห์กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แม่นักเล่า



ความเห็น (0)