" อันอำนาจใดใดในโลกนี้ ไม่เห็นมีเปรียบปานการศึกษา
สร้างคนหาค่ามิได้ในโลกา ขึ้นจากผู้ที่หาค่าไม่มีฯ "
(หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล)
จากกลอนดังกล่าวทำให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความคิด และถือได้ว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติ ความรู้นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับทุกๆคน เพราะถ้าใครมีความรู้มาก ก็จะได้เปรียบบุคคลอื่นในทุกๆเรื่อง ดั้งนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาความรู้ อย่างต่อเนื่อง
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาหนึ่งที่่มีส่วนช่วยเหลือในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การบริการทางวิชาการ การอบรมให้ความรู้แก่บุคคลากรด้านการศึกษา รวมถึงมีการผลิตบัณฑิตสายศึกษาศาสตร์ - ครุศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพออกสู่สังคม ในหลากหลายสาขาเช่น ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ การศึกษาปฐมวัยและภาษาอังกฤษ
สาขาวิชาภาษาไทย หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาหลักสูตรและการสอนของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาขาที่ผลิตบัณฑิตออกสู่สังคมอย่างมากมาย รวมถึงมีการสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนิสิตภายในคณะได้มีความรู้ ควบคู่ประสบการณ์ โดยมีกิจกรรมมากมายเพื่อเป็นส่วนช่วยเหลือในการยกระดับในด้านต่าง ๆ เช่น การออกค่าย การจัดเวทีสัมมนาพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ และการมีจิตอาสา
“ ค่ายครูภาษาไทย ” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สาขาวิชาภาษาไทย ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการบริการวิชาการให้กับชุมชน โดยมีแนวคิดหลักคือการบอกเล่าความรู้ประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัย และความรู้ทางวิชาการให้กับน้องๆโรงเรียนต่างๆ ในภาคอีสาน ซึ่งในปีนี้ค่ายครูภาษาไทยของเรา จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งเดินทางไกลไปจัดค่ายกันถึงภูกระดึง จังหวัดเลย ดินเเดนตะวันตกสุดในภาคอีสานก็ว่าได้
ค่ายครูภาษาไทย ครั้งที่ 5 จัดขึ้น ณ โรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ วันที่ 7-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 เป็นค่าย 3 วัน 2 คืน ที่ได้ทั้้งสาระความรู้และความสนุกสนานในเวลาเดียวกัน
โรงเรียนภูโรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม เป็นโรงเรียนประจำอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีนักเรียนทั้งหมด 1,000 กว่าคน ถือได้ว่าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ของอำเภอภูกระดึง ซึ่งค่ายของเราในครั้งนี้ มีน้องๆ ในระดับมัธยมปลายเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 150 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรม การจัดค่ายในครั้งนี้ เราโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่มีคุณครูเพชร์ บุญมาหล้า ซึ่งเป็นรุ่นพี่ศิษย์เก่าของสาขา มาเป็นคุณครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ ค่ายของเราได้รับความช่วยในการติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกต่างๆภายในค่ายของเป็นอย่างดี
( ท่านอาจารย์ ดร. ดนิตา ดวงวิไล และท่านอาจารย์อัฐพล อินต๊ะเสนา อาจารย์ที่ปรึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ให้กำลังใจชาวค่าย)
ค่ายในครั้งนี้มีกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบ ช่วยส่งเสริมให้น้องๆ ได้เรียนรู้เเละมองดูตัวตนของตัวเองได้อย่างเเยบคาย ทั้งด้านวิชาการและนันทนาการ
- ด้านวิชาการ : สอนเสริมความรู้และทักษะกับน้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรม ในรายวิชาภาษาไทย โดยเน้นที่กระบวนการเรียนรู้ แบบเชิงรุก Active learning ที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ โดยแบ่งออกเป็น “บ้านวิชาการ” สาขาต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาของภาษาไทย ประกอบด้วย บ้านหลักภาษา บ้านการฟัง ดู พูด บ้านวรรณคดี บ้านการเขียน บ้านการอ่าน โดยน้องๆ จะได้เวียนฐานกันเข้ารับฟังเเละเรียนรู้ในบ้านต่างๆ
- ด้านนันทนาการ : ได้มีการปฏิสัมพันธ์ทำความรู้กันมากขึ้นระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง การเข้ากลุ่มสัมพันธ์ซึ่งเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดและตอบข้อสงสัยสำหรับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงยังได้มีการจำลองสถานการณ์การสอบสัมภาษณ์ในการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ที่สำคัญก็คือละครสร้างแรงบันดาลใจและกิจกรรมแนะแนวสู่ระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้น้องๆ ได้ย้อนคิดและพินิจไปถึงอนาคตของตนเอง ผ่านการบอกเล่าของเรื่องราวผ่านตัวละคร
การเดินทางไปค่ายในครั้งนี้ ทำให้ได้รับประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ทั้งรุ่นพี่ที่กำลังเรียนในระดับมหาวิทยาลัยหรือน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม
- รุ่นพี่ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับประสบการณ์ในการสอน และการจัดกระบวนการเรียนรู้
- น้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม คือการได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเข้าสู่มหาวิทยาลัย และเรียนรู้เทคนิคต่างๆในการสอบ ในรายวิชาภาษาไทย เพื่อเป็นเทคนิคในการสอบ ต่อไป
กิจกรรมที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ส่งผลทำให้ เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวเองหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การ“มองดูใจ ใคร่ครวญจิต” รวมถึงยังเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สถานการณ์จริง ซึ่งไม่ใช่เพียงเเค่ทฤษฎี แต่เป็นการปฏิบัติที่ได้ลงมือทำและเห็นผลอย่างชัดเจน
ในแง่ของอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้น คือการติดต่อประสานงาน การพูดคุยและแบ่งงานกันที่ชัดเจน การวางกำหนดรูปแบบกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ที่ต่างๆเหล่านี้อาจมีผลทำให้การดำเนินงานไม่ตรงตามเป้าวัดอุปสงค์ที่ได้กำหนดไว้ แต่ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก้สามารถผ่านมาได้เพราะการระดับความคิดในการเเก้ไขปัญหาร่วมกันของคนในค่าย
จากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมายนอกห้องเรียน และมีกิจกรรมหลายอย่างที่สามารถนำมาต่อยอดได้ กิจกรรมเหล่านี้ สามารถนำมาประยุกต์ ได้กับทุกค่าย เช่น การแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อทำหน้าที่เก็บขยะรอบโรงเรียน การแบ่งสายงานที่ชัดเจน และครอบคลุม การมีพี่สต๊าฟแต่ละสีเพื่อดูแลความเรียบร้อยให้กับน้องๆ ในแต่ละกลุ่ม และการประชุมในตอนเย็นของทุกวันเพื่อเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น
โดยสรุปแล้วค่ายครูภาษาไทยก็เหมือนกับสายน้ำ ที่ไหลเชี่ยวพาพัดผู้คนให้มาเจอกันบนสายน้ำแห่งความรู้และการเเลกเปลี่ยนทักษะแห่งชีวิตซึ่งกันและกัน ผู้เขียนดีใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ หวังว่าจะได้เจอกันอีกใน “ค่ายครูภาษาไทยครั้งที่ 6”
ขอบคุณข้อมูล
กลุ่มค่ายครูภาษาไทยครั้งที่ 5 .2560.[ออนไลน์] . เเหล่งที่มา :https://www.facebook.com/group . 10 กรกฎาคม 2560.
สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม .2560. [ออนไลน์] . https://www.facebook.com/searc . 10 กรกฎาคม 2560.

