ชีวิตที่พอเพียง : 2946. เที่ยวสวิส ๒๕๖๐ : ๑๙. เรียนรู้จาก PMAC 2018 Joint Secretariat Meeting


วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เป็นการประชุม PMAC 2018 Joint Secretariat Meeting   โดยมี นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ผู้มีสีสันเลียนแบบยาก เป็นประธานการประชุม 

การประชุมนี้ต่อจากการประชุมสองวันก่อน   โดยคนที่เข้าประชุมวันนี้ทุกคนเข้าประชุมสองวันก่อน (บางคนเมื่อจากการประชุมเมื่อวานก็กลับไป ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมวันนี้)   เราจึงมีข้อมูลต่อเนื่องสำหรับหารือ ประเด็นภาพใหญ่ของการประชุม  ได้แก่ผู้กล่าว opening keynote   แถลงการณ์ของการประชุมและทีมยกร่าง   สาระหลักในวีดิทัศน์เปิดการประชุม   side meetings, กิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ  และ โครงสร้างของการประชุม สองวันครึ่ง (ซึ่งใน PMAC 2018 มีการเปลี่ยนแปลงไปจากปีก่อนๆ)   

มีคนจาก The Smithsonian ของสหรัฐอเมริกา   มาเสนอเรื่องนิทรรศการเรื่อง Outbreak : Epidemics in the Connected World ที่จะนำออกแสดงปี 2018  และแสดงต่อเนื่อง ๓ ปี  มีเป้าหมายที่เด็กและเยาวชน   เขาจะร่วมมือกับ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของไทย    ในการจัด Thai version 

ตอนบ่าย มีการนำเสนอผลการประเมิน PMAC ที่ดำเนินการมาครบ ๑๐ ปี   ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันว่า การประชุมนี้พิเศษ ต่างจากการประชุมอื่น ตรงคุณภาพของสาระ   แต่ฝรั่งก็ยังไม่ค่อเข้าใจเป้าหมายลึกๆ ของฝ่ายไทยในการจัดการประชุมนี้   เราต้องคอยช่วยกันอธิบายว่า เป้าหมายคือใช้เป็นเวทีร่วมกันคิด เรื่องการพัฒนาระบบสุขภาพ และนโยบายสุขภาพ เพื่อประโยชน์ของโลก และของมนุษยชาติ  ตามพระปณิธานของมเด็จพระบรมราชชนก   

ช่วงสุดท้าย เป็นการหารือเรื่อง PMAC 2019 concept note : NCD Prevention – Time to think outside the (medical) box  เสนอโดย ผศ. นพ. ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี   มีข้อมูลว่า UNGA 2018 ในเดือนกันยายน ๒๕๖๑ จะพูดกันเรื่องนโยบายลดปัญหา NCD ตาม เว็บไซต์นี้

อ. หมอปริญญ์เตรียมคิดโครงร่างการประชุมมาอย่างดี สำหรับขอคำแนะนำจากที่ประชุม   โดยเสนอว่ามีการจัดกลุ่ม NCD 4 กลุ่มคือ CHD, Stroke, Cancer, COPD    มีคนแนะนำว่าเป็นวิธีจัดกลุ่มที่ไม่ดีนัก โรคอ้วนควรเป็นกลุ่มหนึ่ง   นอกจากนั้น ยังมีโรคเรื้อรังที่เกิดตามโรคติดเชื้อ เช่น ตับอักเสบ ซี นำสู่มะเร็งตับ      

คำที่กินใจผมจากที่ประชุมคือ healthy choice สำหรับ lifestyle ที่หนีห่างโรคเรื้อรัง    สภาพปัจจุบัน มีการตำหนิปัจเจกบุคคลมากไป ว่าไม่ดูแลตนเอง   ทั้งๆ ที่สังคมหรือระบบไม่เอื้อ       

มีคำแนะนำเรื่อง planning partners ที่ควรเชิญมาร่วม   

มีคนอภิปรายว่า เรื่องเกลือ เป็นเรื่องที่ยังโต้แย้งกันมาก   ตัวร้ายที่แท้จริงคือ tobacco, alcohol, sugar, air pollution   มีคนบอกว่า การโฆษณา และลีลาชีวิต มีผลต่อ NCD มาก   มีอุตสาหกรรมที่ทำธุรกิจอย่างตระหนัก เรื่องการก่อ NCD   ควรเอาใจใส่การออกกฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมสาธารณชน ดังตัวอย่างออกกฎหมายเพิ่มภาษีบุหรี่เพื่อลดจำนวนคนสูบบุหรี่รุ่นใหม่ ที่ประเทศไทยทำอยู่         

มีคำแนะนำว่า อย่าตอกย้ำความเชื่อผิดๆ   และให้เชิญคนจากหลากหลาย sector  รวมทั้งด้าน สิ่งแวดล้อม  นักกฎหมาย  นักการเงิน  นักโฆษณา  

มีการกล่าวถึงเรื่อง NCD เกี่ยวข้องกับ Social Determinants of Health ,    active citizen, popular movement, social economics, cultural setting ที่เอื้อ  

injury นำสู่ NCD  และ ความเชื่อมโยงระหว่างโรคติดเชื้อกับโรคเรื้อรัง   

ผมคิดในใจว่า เรื่องการสร้างสุขนิสัยตั้งแต่เด็ก เป็นเรื่องประหยัดและได้ผลดีที่สุด ในการป้องกัน NCD   ผมมองวิธีจัดกลุ่มมาตรการ ที่ (๑) ตัวบุคคล (๒) สภาพแวดล้อมทางกายภาพ/สังคม/วัฒนธรรม/กฎหมาย/ การเงิน/การโฆษณาหรือการสื่อสารสังคม   และ (๓) ระบบสุขภาพ  

มีคนแนะนำให้เชิญ NCD Alliance , และ Michael Bloomberg หรือมูลนิธิ Bloomberg ที่เขาตั้งขึ้น ดำเนินการให้ New York City เป็นเมืองที่ผู้คนสุขภาพดี       


จบการประชุมตอนเย็น ตอนดึกก็มีรายงานการประชุมออกมา ส่งให้สมาชิกการประชุม อ่านได้ ที่นี่


วิจารณ์ พานิช                                                                                                                         

๑๘ พ.ค. ๖๐

ห้อง ๕๓๐, โรงแรม Royal Plaza, Montreux, Switzerland




 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)