พัฒนากระบวนการคิด มีจิตสาธารณะ : ครูเพื่อศิษย์...ประวิทย์ วงษ์เก่า

เราได้ช่วยกันและกันพัฒนาตนเองจนอิ่มตัวเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีไปช่วยจรรโลงโลกในพื้นที่ต่างๆให้น่าอยู่ ขนาดเพื่อนรักที่ลาโลกนี้ไป ใจหนึ่งก็แอบดีใจว่า หากสวรรค์ได้เขาไป ก็โชคดีไม่น้อยที่ได้เมล็ดพันธุ์ที่งดงามไปประดับสวรรค์ชั้นฟ้า เพื่อขยายเรื่องดีงามในทุกๆที่ที่พวกเราไปทำหน้าที่ในมุมเล็กๆบนจักรวาลอันไพศาล การจากลาจึงเป็นเพียงเสี้ยวนาทีของเวลาอันสั้นของชีวิต แต่การจากลานั้นจะทรงคุณค่า หากมันเป็นการจากลาเพื่อไปทำเรื่องดีงามตามฐานานุรูป เพื่อให้ละครชีวิตมีรสชาติ

การมีกัลยาณมิตร ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาครึ่งทศวรรษ ไม่ใช่เรื่องง่าย การพลัดพรากของคนที่อยู่ด้วยกันมา 6 ปี จึงเป็นเรื่องทำใจลำบากเอาการ... แต่ก็ต้องทำใจ เพราะพุทธศาสนาสอนเรื่องความไม่เที่ยงแท้ คือไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่ใจเราปรารถนาให้มันยั่งยืนมั่นคง

ในห้วงเดือนมีนาคม 2560 เมื่อทราบข่าวการรับ/อนุมัติโอนย้ายข้าราชการครูจากโรงเรียนประชารัฐวิทยาเสริม ขอนแก่น ไปรั้งตำแหน่งที่โรงเรียนประสาทวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ มุมหนึ่งของจิตใจด้านสว่างก็พลอยยินดีปรีดาที่น้องจะได้ย้ายกลับมาตุภูมิ ไปอยู่ใกล้ชิดครอบครัว อันมีมารดาเป็นที่ตั้งเบื้องต้น การสงเคราะห์มารดาบิดา ถือเป็นมงคลชีวิตและมีอานิสงส์มากพอควร อย่างน้อยๆก็ในเรื่องจิตใจของตน เพราะเป็นเครื่องบำรุงจิตแก่ทั้งสองฝ่าย

จิตใจด้านมืดก็กลับเด่นชัดว่า เอ้อ แล้วน้องไปอยู่ไกล ใครเล่าจะช่วยพี่ยาเมื่อคราต้องออกศึกต่อสู้กับอวิชชา ในคราที่ชาวประชาใกล้ไกลขอให้ไปสู้ศึก เพื่อพัฒนาแก่อนุชนมากน้อยตามที่ต่างๆ

จิตใจด้านที่อยู่ระหว่างมืดกับสว่าง เสมือนเวลาพลบค่ำที่อาทิตย์อัสดง หรือเวลาย่ำรุ่งที่สุริยาจะส่องแสงยามเช้า

เพราะในอดีตก่อนหน้า สหายคู่ใจอย่างอภิสิทธิ์ บุญเรือง ที่คอยทำหน้าที่คล้ายๆเลขานุการส่วนตัวที่เรากำลังสนุกกับการสร้างโลก ก็ต้องพรากกันไป เพื่อทำหน้าที่ของตนทางทหาร ทำให้ผมเสียสูญดุจเสียแขนขวาไป กว่าจะฟื้นคืนเพื่อสานงานต่อก็ใช้เวลาหลายเดือน งานก็ชะงัก ใจก็ชะดีชะร้าย หาปลายทางอุโมงค์ไม่ชัด อีกครา ก็ตอนครูปริญญา พันธ์วิไล ลาออกจากสาธิตมอดินแดง เพื่อไปรับราชการครูที่อุบลราชธานี ครานั้นก็ดูจะสูญเสียพลังวัตรมิใช่น้อย เพราะคล้ายๆกับถูกตัดสมองไปครึ่งซีก และควักเอาหัวใจไป 1 ห้อง ถัดมา คงเป็นคราวที่เฮียหมู ไปรับราชการครูที่ฉะเชิงเทรา ก็เศร้าใจมิใช่น้อย พอๆกับครั้งที่ไอแซก เพื่อนรักได้จากโลกนี้ไป...

หลายคราวที่จำต้องพรากจากของรักของเจริญใจทั้งหลายทั้งปวงก็ทำใจลำบาก แม้จะใฝ่ธรรมนำจิตอยู่มิขาด กระนั้นก็ยังต้องทำใจ และเสแสร้งแสดงออกว่าเข้มแข็ง เพื่อยืนด้วยขาตัวเอง สูดลมหายใจด้วยจมูกของตน ตามทางที่เรียบบ้าง ขรุขระบ้าง บางคราต้นไม้ล้มขวางทาง ก้ามข้ามไม่พ้น ก็หาทางอ้อมวนไป... น้ำตา ก็ไหลบ้างเป็นธรรมดา เพราะน้ำตาอาจมีหน้าที่ชำระใจของปุถุชน เพื่อให้มีแรงก้าวต่อไป

รู้จักกับประวิทย์มาบ้างจากกิจกรรมต่างๆขณะประวิทย์เรียนปริญญาตรี แต่มาสนิทสนมกันมากขึ้นเห็นจะเป็นช่วงที่ขอให้มาช่วยภารกิจของสโมสรนักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2554 ถือเป็นห้องเรียนห้องใหญ่ก้าวสำคัญในการฝึกปรือฝีมือของผมอย่างมากที่ก้าวออกไปพัฒนานักศึกษานอกรั้ว มข. พร้อมทั้งทำให้ได้พบกัลยาณมิตรที่ทรงคุณค่าหลายคนที่ยังคบหาและดูแลกันมาจวบจนปัจจุบัน อย่าง นายกอามชัย และ ดร.ต่อ โดยการนำพาของท่านสยาม บัวระภา

หลังจากพฤษภาคม 2554 เป็นต้นมา เราจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันโดยลำดับ เมื่อมีค่ายหรือกิจกรรมต่างสับเปลี่ยนช่วยเหลือแบ่งปัน ไปมาหาสู่เป็นนิจ ที่ มข. หรือทีม ต้องการพัฒนานักศึกษาก็ขอตัวประวิทย์มาช่วยขับเคลื่อน คราใดประชารัฐจะพัฒนานักเรียน พวกเราทาง มข. ก็ไปช่วยภารกิจประชารัฐเช่นกัน ห้วงหนึ่งที่สำคัญ คือการไปทำงานร่วมกันกับ UNDP ในการพัฒนาเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่นในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศในปี 2555 ประวิทย์จึงเป็นกำลังหลักของผมในการเดินทางไปร่วมเรียนรู้ และเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาทีมงานที่เข้มแข็งในกระบวนการกิจกรรม จนเสริมให้ผมเข้มแข็งในวิธีคิดเรื่องการพัฒนา ลำดับขั้นตอนที่พวกเราได้รับถ่ายทอดมาจากพี่ๆจากเชียร์กลางด้วยส่วนหนึ่ง ทักษะที่เราสะสมเฉพาะตนด้วยส่วนหนึ่ง ถูกนำมาคลุกเคล้าใส่เข้าจนเป็นแกงหรืออาหารที่มีเครื่องปรุงที่จัดว่าเข้มข้น หากจะเปรียบคงเป็น ส้มตำที่นัวลึก เพราะเป็นทีมที่มีทั้วคนที่เผ็ด คนที่เปรี้ยว คนที่หวาน คนที่เค็ม มาผสมกันอย่างลงตัว

เขียนมาเสียยืดยาว กลับไม่ตรงกับหัวข้อว่าประวิทย์ เป็นครูเพื่อศิษย์อย่างไร ผมสัมผัสความเป็น "ครู" ของประวิทย์ ผ่านหลายมุม คือ มุมของการได้ไปช่วยภารกิจของประชารัฐก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกด้านคือการได้เรียนรู้ตัวตนของครูผ่านลูกศิษย์ของเขา มีลูกศิษย์ที่เขาปั้นหลายคนเข้ามาศึกษาต่อที่ มข. จึงได้มีโอกาสเรียนรู้วิถีของการเป็นครูเพื่อศิษย์ที่เข้มข้น อีกทั้งโลกแห่งเทคโนโลยีที่ย่อโลกและสร้างการเรียนรู้จิตใจคนผ่านโลกออนไลน์อย่าง Facebook ก็ช่วยให้เราเรียนรู้อยู่มิขาด นักเรียนที่ประชารัฐส่วนหนึ่งถูกหลอมรวมและสร้างภาพลักษณ์ของการใฝ่เรียนเพื่อพัฒนาตนเองผ่านกิจกรรมต่างๆที่หลากหลาย แม้แต่การไปท่องป่า เล่นน้ำห้วยในช่วงวันหยุดของครูและนักเรียน

การอยู่ร่วมกันมาร่วมทศวรรษ จึงทำให้จิตใจดูจะเคว้งคว้างเอาการ แต่กระนั้นก็ต้องแสร้งทำใจปั้นหน้าให้เข้มแข็ง เพื่อก้าวข้ามเรื่องอ่อนใจให้กลับแข็งใจให้ได้ในเร็ววัน เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราต้องยืนด้วยขาของตน อันหมายถึงใช้ปัญญาเป็นเครื่องจัดการงานสร้างโลก เพราะหากมองแง่ดี เราได้ช่วยกันและกันพัฒนาตนเองจนอิ่มตัวเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีไปช่วยจรรโลงโลกในพื้นที่ต่างๆให้น่าอยู่ ขนาดเพื่อนรักที่ลาโลกนี้ไป ใจหนึ่งก็แอบดีใจว่า หากสวรรค์ได้เขาไป ก็โชคดีไม่น้อยที่ได้เมล็ดพันธุ์ที่งดงามไปประดับสวรรค์ชั้นฟ้า เพื่อขยายเรื่องดีงามในทุกๆที่ที่พวกเราไปทำหน้าที่ในมุมเล็กๆบนจักรวาลอันไพศาล การจากลาจึงเป็นเพียงเสี้ยวนาทีของเวลาอันสั้นของชีวิต แต่การจากลานั้นจะทรงคุณค่า หากมันเป็นการจากลาเพื่อไปทำเรื่องดีงามตามฐานานุรูป เพื่อให้ละครชีวิตมีรสชาติ

การจากกันคราวนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึง และขอบคุณที่ร่วมทุกข์ เรียนรู้สุขมาโดยลำดับ

ณ มอดินแดงกลางสายฝนพรำทั้งกายและใจ

14 มิถุนายน 2560


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (0)