​ชีวิตที่พอเพียง : 2937. เที่ยวสวิส ๒๕๖๐ : ๙. วันที่ ๑๒ พฤษภาคม : บาเซิล


คืนวันที่ ๑๑ เตียงนอนของโรงแรม อิบิส นอนสบายที่สุดในสามโรงแรมที่ผ่านมา เพราะเป็นเตียงใหญ่เตียงเดียวกัน และระบบปรับอุณหภูมิเป็นสมัยใหม่ คือเครื่องปรับอากาศชนิดตั้งอุณหภูมิได้ ผมตั้งที่ ๒๕ องศา สาวน้อยบอกสบาย ในขณะที่ที่บ้านปากเกร็ดผมตั้งที่ ๒๖ สาวน้อยบ่นหนาว ต้องตั้งที่ ๒๗ เธอจึงบอกว่าสบาย แต่ผมเหงื่อแตก


ผมยังคงนอนเมื่อยขบไปทั้งตัว แต่ดีกว่าเมื่อคืนวาน


๖.๑๕ น. ผมออกไปวิ่งรอบๆ สถานีรถไฟเพื่อทำความคุ้นเคย แล้วกลับห้องพัก กินอาหารเช้าที่ห้อง อาบน้ำ แล้ว ๘ น. ออกไปเที่ยว Marktplatz (Market Place) ซึ่งหนังสือนำเที่ยวบอกว่าวันศุกร์มีตลาดขายสินค้า พวกอาหาร เราไปรถรางสาย ๑๑ จากสถานีรถไฟ ไม่กี่ป้ายก็ถึง ยังเช้าอยู่มีคนไปเที่ยวตลาดไม่มาก และบางร้านก็กำลังจัดร้าน เราไปชมร้านดอกไม้ และไปซื้อเชอร์รี่กับสตรอเบอร์รี่ที่ร้านคุณป้า และซื้อฟรุตเค้กหุ้มขนมปังและกระดาษพลาสติก จากหนุ่มพ่อค้า พบว่าเชอร์รี่ไม่อร่อยเลย เรามาฉุกคิดว่าลืมขอชิม ส่วนอีก ๒ อย่างอร่อยมาก


ติดกับ Marktplatz คือ Rathaus (ศาลาว่าการเมือง) ที่สีสันฉูดฉาดบาดตา เราจึงเดินเข้าไปชม และถ่ายรูปอย่างสบายใจ ไม่มีคนอื่นๆ อยู่เลย เป็นข้อดีของการไปเที่ยวเช้า ที่นี่มีห้องน้ำให้เข้าฟรีอีกด้วย


ชมและถ่ายรูปหนำใจแล้วเราก็เดินตามป้ายไป Muenster หรือมหาวิหารประจำเมือง ซึ่งต้องเดินขึ้นเขาไปตามถนนเมืองเก่า ไกลพอสมควร ไปถึงก่อน ๑๐ น. ยังไม่เปิดให้เข้าชม เราไปชมส่วนหลุมฝังศพก่อน และไปชมวิวแม่น้ำไรน์ รวมทั้งชมบริการผู้โดยสาร ข้ามแม่น้ำด้วยเรือโยงลวดสลิงขึงข้ามแม่น้ำ


สิบโมงเราเข้าไปชมโบสถ์ ไม่สวยมากอย่างที่คิด แล้วไปชมพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม



Museum der Kulturen

Museum der Kulturen - พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม อยู่ตรง Muensterplatz นั่นเอง เอาตั๋วสวิสพาสให้ดู เขาให้เข้าชมฟรีเลย แต่ต้องเอาเป้ไปเก็บล็อกเก้อร์ก่อน ใช้เงิน ๑ ฟรังก์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าชมมาก และหากมีเวลาค่อยๆ ชมจะได้ความรู้มาก เพราะเขาไม่ใช่จัดแสดงสิ่งของ แต่มีการสังเคราะห์เสนอความหมายจากสิ่งของ ที่เป็นวิถีชีวิตผู้คน โปรดอ่าน mission ของเขาตามลิ้งค์ที่ให้ไว้เองนะครับ จะเห็นว่าเขาตีโจทย์ของการทำหน้าที่ พิพิธภัณฑ์อย่างไร โดยเฉพราะประโยคหลังสุดที่เขาบอกว่า เขามองพิพิธภัณฑ์เป็นสถาบันแห่งการใคร่ครวญ สะท้อนคิด (reflective institution) ซึ่งผมตีความต่อว่า เขาต้องการตีความสะท้อนคิดร่วมกันกับผู้เข้าไปชม นักชมพิพิธภัณฑ์อย่างผมอ่านแล้วสุดชื่นชม และอยากให้มีพิพิธภัณฑ์ไทย ที่มีคุณภาพเช่นนี้บ้าง


เมื่อเข้าไปในพิพิธภัณฑ์เราก็ตะลึงกับสิ่งก่อสร้างทรงสูงชะลูด ๑๗ เมตร สีสันฉูดฉาด เรียกว่า Ceremonial House Façade ของชนเผ่า Abelam ปาปัวนิวกินีทางพิพิธภัณฑ์ซื้อมา ในช่วงปี 1960s แล้วแยกเป็น ๖ ส่วน ขนมาติดตั้งที่นี่ เราเข้าไปถ่ายรูป ภัณฑารักษ์เข้ามาบอกให้เราเดินอ้อมไปดูข้างหลัง ที่เป็น ceremonial house ขนาดย่อส่วน


นั่นคือจุดเริ่มต้นของการจัดแสดงส่วนที่ ๑ เรียกว่า BIG – Things, Interpretation, Dimensionsเป็นการจัดแสดงมิติทางวัฒนธรรมของขนาดทางกายภาพ โดยแบ่งเป็นห้องจัดแสดงย่อย ๑๔ ห้อง


การจัดแสดงส่วนที่ ๒ ชื่อ Straw Gold : Cultural Transformations Rendered Visibleโปรดอ่านคำถามตามในลิ้งค์ที่ให้ไว้นะครับ จะเห็นว่าเขาตั้งคำถามเชิงวัฒนธรรม แล้วใช้วัตถุที่มีเอามาจัดแสดงเพื่อตอบคำถามดังกล่าว


การจัดแสดงส่วนที่ ๓ ชื่อ Staying in Line : Single Objects in Seriesเขามีหลักการจัดแสดง ๕ ประเด็นคือ

  • Series are omnipresent
  • The quest for order
  • Cultural inner logic
  • Serial recognition
  • Relationship between individual objects


ชมเสร็จเที่ยงพอดี เราจึงไปนั่งกินปิกนิกในสวนข้างๆ โบสถ์ โดยกินฟรุตเค้กที่เพิ่งซื้อมาเป็นหลัก ผสมกับผลไม้คือแอปเปิ้ลกับสตรอเบอร์รี่


แล้วหาทางเดินลงไป Kunstmuseum Basel (https://kunstmuseumbasel.ch/en/kunstmuseum-basel) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เอาตั๋วสวิสพาสแลกตั๋ว เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่มาก แต่เราหมดแรงเสียแล้ว รวมทั้งเขาห้ามถ่ายรูปด้วย เราได้รูปเฉพาะด้านหน้าตึก สาวน้อยถ่ายกับประติมากรรม ชาวเมืองคาเล (The Baurgeois de Calais) ประติมากรรมอันเลื่องชื่อของ โรแดง (Rodin)


ส่วนการจัดแสดงพิเศษอยู่ที่ตึกใหม่ชื่อการจัดแสดงว่า iHOLA PRADO เป็นนิทรรศการภาพเขียน ที่ได้รับความร่วมมือจากสเปน


มีเว็บไซต์ให้เข้าไปชม collection ชิ้นงานศิลปะสำคัญๆ แบบ ออนไลน์ ที่นี่ ผมกลับมานั่งชมที่โรงแรมได้อย่างสบายใจและสบายกาย


บาเซิลเป็นเมืองพิพิธภัณฑ์ เขาถึงกับมี Basel Museum Guide 2017 บอกนิทรรศการที่จัดในแต่ละ ช่วงเวลา ให้คอพิพิธภัณฑ์เลือกไปชมได้ง่ายๆ รวมทั้งมีเว็บไซต์ให้บริการข่าวนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่นี่


หลังจากกลับโรงแรม พักเรียกกำลังคืนมา เราออกไปนั่งรถรางชมเมือง เราจับสาย ๑๔ ไปไกลมาก ออกไปชานเมือง จนสุดทางที่ Patteln Schloss กลับมาต่อสาย ๑๑ ไปสุดทางที่ St. Louis Grenze มีการสับสนหลงทางนิดหน่อยให้ตื่นเต้น แต่ก็ใช้วิธีถามคนท้องถิ่นได้



วิจารณ์ พานิช

๑๒ พ.ค. ๖๐

ห้อง ๓๒๗ โรงแรม ibis, Basel, Switzerland




1 ตลาดนัดที่ Marktplatz



2 หน้าศาลาว่าการเมืองบาเซิล



3 ภายในศาลาว่าการเมือง


4 Muenster


5 แม่น้ำไรน์ด้านหลังมหาวิหาร


6 เรือข้ามฟากด้วยลวดสลิง


7 ภายใน Muenster


8 ภาพกระจกสี


9 Muensterplatz ตรงหน้าคือ Museum Kulturen


10 พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมอยู่ทางซ้าย


11 หน้าบันของศาลเจ้าชนเผ่า Abelam ปาปัวนิวกินี


12 ภายในศาลเจ้า


13 นิทรรศการวัฒนธรรมของขนาด


14 นอกจากขนาดแล้วยังมีลวดลายต่างกัน มีหมายเลขบอกประเทศแหล่งกำเนิดศิลปะ


15 วัฒนธรรมอวตาร (แห่งเทพวิษณุ)


16 หนึ่งในอนุกรมชิ้นงานขนนกกินปลา ศิลปะจีน ทำจากขนนกกินปลา ทอง เงิน ทองเหลือง ลวด หินมีค่า ลูกแก้ว และปะการัง


17 เสาแกะสลักบูชาบรรพบุรุษ ปาปัวนิวกินี


18 ผ้าเปลือกไม้ ผลิตโดยชนเผ่าตองก้า โปลีนีเซีย


19 หน้า Kunstmuseum


20 ชาวเมืองปากเกร็ดเยือนชาวเมืองคาเลที่หน้า Kunstmuseum


21 Rathaus ยามเย็น



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#ชีวิตที่พอเพียง#สวิส#swiss#switzerland#บาเซิล#basel#สวิส-วิจารณ์#เที่ยวสวิส-๒๕๖๐#600613

หมายเลขบันทึก: 629692, เขียน: 12 Jun 2017 @ 22:20, แก้ไข, 13 Jun 2017 @ 10:25, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

ขอให้ท่านอาจารย์และครอบครัวมีความสุขในการท่องเที่ยวนะคะ