การสาวเส้นไหมที่หมู่บ้านรวมไทย อ.กุยบุรี

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณมะเดื่อมีโอกาส ไปที่บ้านรวมไทย

อ.กุยบุรี เพราะพ่อบ้านได้รับแจ้งจากเพื่อนซึ่งอยุ่ที่นั่นว่า

วันนี้จะทำการ " สาวไหม" ในวันนี้

การเลี้ยงไหมที่หมู่บ้านรวมไทยนี้ คุณมะเดื่อเคยนำลงในโกทุโน

มาครั้งหนึ่งแล้วตามบันทึกนี้ ครั้งนี้ ได้ดูการ " สาวเส้นไหม" ซึ่งไม่เคยเห็น

มาก่อนเลย


รังไหมสีทองเหลืองอร่าม ถูกต้ม และสาวเส้นไหมด้วยเครื่องสาวไหม

ที่ใช้มอเตอร์ ดูเพลินมาก


คุณมะเดื่อและเจ้าตัวเล็ก ดูการสาวเส้นไหมอย่างตื่นเต้น

คนงานหญิงสองคนที่ทำหน้าที่สาวไหม พูดคุยกับคุณมะเดื่อ

อย่างเป็นกันเอง

เส้นไหมสีเหลืองทอง ที่ถูกสาวจากตัวไหมแล้ว มองดูเหมือน

" ขนมฝอยทอง" ไม่มีผิด คุณพี่ที่ทำหน้าที่สาวเส้นไหม

บอกว่า เส้นไหมที่สาวแล้วนี้ ต้องนำไปล้างทำความสะอาด

อีกครั้งแล้วตากแห้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมารับนำไปส่ง

ต่อที่ วังสวนจิตรลดา




คุณมะเดื่อถามว่า ตัวไหมที่เลี้ยงนี้เราเพาะเลี้ยงเองหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่า

" ไม่ใช่" เพราะ เพาะเลี้ยงเองไม่ได้ ตัวไหมอ่อนแอมากติดเชื่อง่ายงต้องรับ

ตัวอ่อนจากชุมพรโดยจะมีเจ้าหน้าที่นำ " ไข่ " ของตัวไหมมาส่งให้เพาะเลี้ยง

จนเป็นตัวหนอน และเข้าดักแด้ ต่อไป



สำหรับตัวไหมที่สาวเอาเส้นใยออกไปหมดแล้ว

จะมีผู้สั่งจองไว้เอาไปทำอาหาร ในราคา กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท

ซึ่งแต่เดิมจะไม่มีราคาเลย เจ้าของบ้านบอกว่า ขนาดที่ว่า

เอาไปให้เปล่า ๆ ก็ไม่มีคนกิน แต่ตอนนี้ ไม่พอขาย


คุณมะเดื่อถามถึงระยะการเลี้ยงตัวไหม นับจากไข่จนถึงการสาวไหม

ว่าใช้เวลานานเท่าใด ได้รับคำตอบว่า " ประมาณ ๑ เดือน ต่อ ๑ รุ่น"

แสดงว่า ๑ ปี ก็จะเลี้ยงได้ ๑๒ รุ่น หมายถึงว่า หากฝนฟ้าดี ต้นหม่อน

ออกไปสม่ำเสมอ ก้สามารถเลี้ยงได้ทั้งปี แต่ถ้าฝนฟ้าแล้งก้

อาจจะเกิดปัญหาในการเลี้ยงไหมได้


นับว่า เป็นอีกความรู้หนึ่งของคุณมะเดื่อ ที่เพิ่งจะเคยเห็น (ของจริง)

ในเรื่องวิธีการสาวเส้นไหมนี้ เจ้าตัวเล็กของคุณมะเดื่อก็ดูจะสนใจมาก

ถามโน่นถามนี่่ในเรื่องที่สงสัยไม่ได้หยุดปาก เป็นที่ชอบใจ

ของคุณน้าคุณป้าทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง