ความรู้เพื่อชีวิต:การประชุมกับการทำงาน

  การประชุมอาจไม่มีประโยชน์กับการทำงาน ไม่ประชุมทำงานได้มากกว่า บางประเด็นที่นำมาประชุม แค่ทำจดหมายเวียนก็พอ ประชุมให้เสียเวลาทำไม  
เมื่อวานนี้ (๒๓ พย ๔๙)เวลาประมาณ ๑๙-๒๔ น. ผมได้ไปประชุมกลุ่มเกษตรกรที่ทำงานด้านศูนย์เรียนรู้ที่บ้านแดงหม้อ อุบลราชธานี ได้ข้อสรุปของปัญหาการทำงานอันหนึ่งคือ ประชุมมากเกินไป ทำให้เสียงาน (จึงเป็นเหตุผลในการประชุมรอบค่ำแทนกลางวัน) ประเด็นนี้ ผมตระหนักในระบบการทำงานของผมดีพอสมควรอยู่แล้ว และผมก็เป็นคนหนึ่งที่ขาดประชุมบ่อยมาก ด้วยหลายสาเหตุด้วยกัน สาเหตุที่สำคัญก็คือ การประชุมไม่มีประโยชน์กับการทำงาน ไม่ประชุมทำงานได้มากกว่า บางประเด็นที่นำมาประชุม แค่ทำจดหมายเวียนก็พอ ประชุมให้เสียเวลาทำไม พอผมมาทำงานของผมเอง ในศูนย์เรียนรู้ ผมพยายามใช้การประชุมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเน้นนำการวิเคราะห์ปัญหา และแนวทางการแก้ปัญหาในกิจกรรมต่างๆของครัวเรือน มาเป็นประเด็นหลักในการประชุม แต่ผลก็คือ ผมยังไม่สามารถแก้ปัญหาการประชุมที่ทำให้เสียงานได้อยู่ดี เพราะการประชุมไม่สามารถทดแทนการทำงานจริงๆได้ ทางออกที่พอมองเห็นก็คือใช้การประชุมเป็นการจัดการความรู้ แต่ปัญหาก็ยังคงติดอยู่ที่กลุ่มคนที่มีปัญหามักไม่ค่อยกล้านำปัญหาตนเองมาเล่าให้คนอื่นฟัง แม้เพื่อการแก้ไขก็แล้วแต่ และบางทีก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ที่แลกเปี่ยนกันโดยตรงยังไม่ได้ ต้องผ่านกระบวนการย่อย และสังเคราะห์ สร้างความชัดเจนเสียก่อน ประเด็นนี้กลุ่มชาวบ้านทั่วไปที่มาประชุมก็ยังทำไม่ค่อยได้ พอจะได้อยู่บ้างก็กลุ่มเครือข่ายปราชญ์ ผมได้รับบทเรียนมามากพอสมควรทั้งส่วนตัวและการทำงานกับกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่เป็นบทเรียนในเชิงปัญหา แต่ก็ยังไม่พอใช้ในการทำงานที่แก้ไขปัญหาได้จริงๆ ฉะนั้นผมจึงขอบ่นดังๆ มาเผื่อท่านที่มีคำตอบเสนอแนะให้ผมสามารถพัฒนาตนเองได้บ้าง ขอน้อมรับความความขอบคุณ ล่วงหน้าครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต

คำสำคัญ (Tags)#เครือข่ายเพื่อการพัฒนา

หมายเลขบันทึก: 62939, เขียน: 24 Nov 2006 @ 19:48, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 16:29, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

• สวัสดีครับท่านอาจารย์ ดร.แสวงที่เคารพ
• สิ่งที่อาจารย์เขียนและบ่นออกมาดัง ๆ ตรงกับใจผมที่คิดในระหว่างที่โหนรถเมล์กลับบ้านที่คลองลานวันนี้เลยครับ
• ผมคิดถึงสมัยก่อนที่ผมเข้าไปทำงานในชุมชนแล้วนัดพี่น้องเข้ามานั่งประชุมกัน จัดเวทีกัน แต่เบื้องหลังของการจัดเวทีนั้น "พี่โย่ง" พี่ที่เป็นนักวิจัยชุมชนร่วมทำงานกับผมมาคุยกับผมว่า อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ผมไม่ได้ทำมาหากินเลย ประชุมทุกวัน เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯก็มาทำวิจัยกันเยอะ แล้วก็จัดเวทีกันทั้งนั้นเลย ตอนนี้เราไม่กล้าบากหน้าไปบอกให้ชาวบ้านมาประชุมกันแล้ว เพราะเขาก็เหมือนเรา เขาไม่มีเวลาทำมาหากินกันเลย
• ในระหว่างขึ้นรถกลับบ้านผมก็เลยนั่งคิดต่อไปว่า และหน้าเป็นข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ต้องมีประชุมเยอะ ๆ ทั้งประชุมที่เกี่ยวข้องกับงานหลัก รวมถึงงานวิจัยที่ลงกันไปโครม ๆ เขาจะมีเวลาไหนไปดูแลชุมชนของเขา
• ผมก็เลยคิดต่อไปว่า น่าจะคิดระเบียบคล้าย ๆ ลากิจ ลาป่วย ในหนึ่งเดือนลาได้ไม่เกินกี่วัน ๆ  การประชุมก็น่าจะเป็นอย่างนั้นบ้างครับ ในเดือนหนึ่ง ๆ คนทำงานน่าจะมีกำหนดไว้เลยว่าไม่ควรมีประชุมเกินเดือนละกี่วัน ๆ จะได้มีเวลามาทำงานหลัก โดยเฉพาะมาบริการประชาชนมากขึ้นครับ
  • ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ
  • ที่จริงแล้วก็เป็นความผิดของผมและเพื่อนร่วมวิชาชีพเหมือนกัน
  • เพราะต้นเหตุของเพื่อนวิชาชีพของผม "บริหารธุรกิจ" ชอบหากินกับราชการครับ โดยเฉพาะจัดโปรโมชั่นประชุมสัมนานอกสถานที่ครับ
  • ทั้งการเดินทาง การประชุม สัมนา กลายเป็นธุรกิจไปหมดเลยครับ
  • เสียงานหลักแล้วยังเสียเงินอีกมากเลยครับ