๑๒. เห็ดขอน

ต้นเดือนพฤษภาคม ค่อนดึกฝนตกหนักผมตกใจตื่นเพราะเสียงฝนสาดลงมายังฝาแตบตองด้านหัวนอน ดังแกรกๆ ถี่ยิบ

“ฝนสาดไหม” เสียงหลวงปู่ถามในความมืด ผมหันไปทางเสียงเห็นท่านนั่งตะคุ่มๆ มีเสียงกุกกัก ท่านคงควานหาไฟฉาย

“ไม่สาดครับ” ผมตอบ พอดีกับหลวงปู่เปิดไฟฉาย ส่องไปรอบๆ ห้อง

ผมมองตามแสงไฟฉาย หากเป็นวันก่อนจะเห็นป่าละเมาะที่ล้อมรอบกุฏิ ๓ ด้าน ส่วนด้านหน้าเป็นลานดินและถนนดินที่ทอดไปยังศาลาวัด แต่คืนนี้มีฝาแตบตองปิดมิดชิด ๓ ด้าน ส่วนด้านหน้ากุฏิเปิดโล่ง ซึ่งฝนสาดไม่ถึงห้องนอน เนื่องจากมีชานมุงหลังคากันสาดได้ ซึ่งตอนนี้ชานนั้นเปียกไปด้วยน้ำฝน

“อืม...ฝีมือทำฝาเขาดีจริงๆ” หลวงปู่พูดกับตัวเอง ท่านวางไฟฉายลงแล้วขีดไม้ขีดไฟจ่อเข้ากับไส้ตะเกียงน้ำมันก๊าด ทำให้ห้องแคบๆ สว่างทันที

ผมนึกรู้ทันทีว่า ได้เวลาไปศาลาวัดเพื่อทำวัตรเช้าแล้ว แต่ผมยังคงนอนต่อ ตั้งแต่ย้ายที่นอนจากศาลาวัดมากุฏิ ผมไม่เคยไปทำวัตรเช้าเลย เพราะหลวงปู่บอกว่า ยังเด็กร่างกายกำลังเจริญเติบโต ต้องนอนให้เพียงพอ ตื่นตั้งแต่ตีสามไปทำวัตรเช้าก็นั่งหลับอยู่ดีไม่เกิดประโยชน์

ผมยังคงนอนลืมตาดูฝนที่สาดลงบนฝาแตบตอง ซึ่งบัดนี้ใบชาดเป็นสีน้ำตาลปนเขียว น้ำฝนที่กระทบฝาต่างไหลลงข้างล่างสู่พื้นดิน มีบ้างที่ซึมเข้ามาด้านในแต่ก็ไม่ถึงกับไหลลงพื้นห้อง

หลวงปู่ครองผ้ากาสาวพัตร์เรียบร้อยแล้ว คว้าไฟฉาย ร่ม จากนั้นเป่าไฟตะเกียงให้ดับ ถือไฟฉายที่เปิดสว่างนวล กางร่มเดินลงกุฏิเงียบๆ

ผมมองตามเงาหลังของท่าน ความเงียบและความเย็นทำให้ผมหลับไปอีกจนรุ่งเช้า

ใกล้วันเปิดเทอมต้น หลวงปู่บอกว่าจะให้ทายกวัดพาผมกลับบ้านอำเภอวารินชำราบ เพื่อเรียนต่อชั้นมัธยมปีที่ ๓ ให้ผมเตรียมเก็บของไว้ หากทายกว่างวันใดจะได้ออกเดินทางตั้งแต่เช้า

“นี่ ไปเก็บเห็ดขอนไหม” เสียงสนดังหน้ากุฏิ ผมสะดุ้งเพราะกำลังคิดเพลินๆ

“ไปกับใคร” ผมถามเพราะเห็นสนมาคนเดียว

“ไปกับแม่ชี ท่านให้มาชวน” ผมรีบคว้าผ้าขาวม้าเดินลงกุฏิตามสนไป

เวลานั้นราวสิบโมง หลวงปู่และพระสงฆ์ในวัดจะหลบไปนั่งสมาธิ เดินจงกรมในป่าละเมาะท้ายวัดซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือ สนจึงพาผมเดินเลี่ยงออกไปทางทิศตะวันออกของวัด พอพ้นเขตวัดก็เห็นแม่ชี ๒ ท่าน กำลังก้มๆ เงยๆ ใกล้กับขอนไม้ใหญ่ที่ถูกโค่นลงนานแล้ว จนลำต้นผุ

พอเข้าไปใกล้เห็นชัดว่า ท่านกำลังเก็บเห็ดที่เกิดบนขอนไม้นั้น ผมรีบวิ่งเข้าไปจะเก็บ เห็ดสีขาวแกมน้ำตาลอ่อน ที่ออกเป็นพืดจนแทบจะปิดขอนไม้นั้น

“ดึงเบาๆ นะ” แม่ชีท่านหนึ่งบอกผม

“จับตรงโคนให้แน่นแล้วบิด อย่าดึง เห็ดโคนกำลังอ่อน เดี๋ยวจะช้ำ”

ผมสนุกกับการเก็บเห็ดขอนจนบ่าย ได้เต็มตะกร้าใหญ่ แล้วพากันกลับมาที่กุฏิแม่ชี ช่วยท่านตัดขาเห็ด แล้วล้างจนเสร็จ

“เห็ดขอนพอเราเก็บแล้วต้องรีบแกง หากปล่อยไว้ค้างคืนจะแก่ แล้วเหนียว ไม่อร่อย” แม่ชีบอกผม แล้วหันไปทางสนให้ช่วยติดไฟเตาดิน

“อ้าว..แล้วพระจะฉันยังไง” ผมสงสัย

“อ้อ..ส่วนที่จะแกงถวายพระ ก็จะต้มโดยไม่ปรุงรสเก็บไว้แกงในเช้าพรุ่งนี้ เห็ดสุกแล้วก็จะไม่เหนียว”

บ่ายวันนั้น ผมกับสนได้กินแกงเห็ดขอนอย่างเอร็ดอร่อย เป็นเห็ดขอนแรกที่ผมได้กินในปีนั้น

เหมือนแม่ชีท่านรู้ว่า ผมจะกลับในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น ท่านถึงได้แกงเห็ดขอนให้ผมกินในบ่ายวันนั้น เป็นแกงเห็ดขอนที่วิเศษมาก ผมเดินตามทายกวัดจากวัดป่าหนองยาวถึงคิวรถเดชอุดม ระยะทางราว ๘ กิโลเมตร ด้วยความสุขใจ และสัญญากับตัวเองว่า จะกลับมาวัดป่าหนองยาวอีกในไม่ช้า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าก่อนนอน



ความเห็น (0)