เปลี่ยนที่อยู่เท่ากับข้าวราดแกง

การเป็นสมาชิกของรัฐนั้นใช่ว่าจะอยู่ได้อย่างใจคิด ผมมานั่งพิจารณาว่า ในเดือนหนึ่งๆ และปีหนึ่งๆ เราต้องจ่ายเงินเข้ารัฐพอสมควร โดยเฉพาะการจ่ายภาคบังคับ เช่น ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล เป็นต้น

วันนี้มีโอกาสได้ไปต่อใบอนุญาตขับขี่ คิดๆไปแล้ว จะทำอะไรสักอย่างต้องได้รับอนุญาตจากรัฐเสมอ ตกลงเสรีภาพที่ว่างจากรัฐมีอยู่หรือไม่? เป็นคำถามในทางปรัชญาให้คิดเล่นๆ หากพิจารณาจากการต้องขออนุญาตอยู่เสมออย่างนี้ ดูเหมือนเสรีภาพจากรัฐคงจะหาได้ยาก อย่างไรก็ตาม เราอาจไม่จำเป็นต้องต่อใบอนุญาตขับขี่ก็ได้ ถ้าเราเลือกเสรีภาพที่จะไม่อยู่ภายใต้กติกาเรื่องการขับขี่ คือการที่เราไม่ขับขี่ เราจึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาต แต่ถ้าเราจะมีชีวิตอย่างอิสระเพื่อการขับขี่ อิสระอย่างที่ต้องการนั้น หากอยู่ภายใต้รัฐอาจทำไม่ได้....มั้ง? หรือว่า ทำได้กันแน่ คิดเล่นๆขำๆ

ที่ขนส่งวันนี้คนเยอะพอสมควร อันที่จริงอยากจะไปตั้งแต่เช้า แต่ภาคเช้าเจียดเวลาว่างไม่ได้สักที จึงต้องการเวลาหลังเช้าคือก่อนเที่ยง ดังนั้น จึงทดสอบได้เฉพาะสมรรถนะของร่างกาย ส่วนการอบรมคงต้องรอช่วงบ่าย ได้ทราบจากป้ายข้างผนังห้องว่า การอบรมจะมี ๒ ช่วงคือ เช้าและบ่าย ของแต่ละวันเท่านั้น

การทดสอบร่างกาย ดูแล้วไม่ได้เข้มอะไรเลย ผมมองดูหน้าตาเจ้าหน้าที่ เข้าใจว่คงเหนื่อย ส่วนภาคบ่ายเข้าห้องอบรม เป็นการเปิดทีวีให้ดู ผมเข้าใจว่ามีวิทยากรมาให้ความรู้ ทำไปทำมาเป็นครูจอแบน

ช่วงสุดท้ายเป็นการถ่ายรูป จ่ายตังค์ และรับบัตร ปรากฎว่า การเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ต้องจ่ายเพิม ๕๐ บาท อันนี้เป็นความรู้ใหม่ ผมคิดว่า ๕๐ บาทเท่ากับข้าวราดแกงหนึ่งจาน เข้าใจว่าเงินจำนวนนี้น่าจะนำเข้ารัฐ หลายคนต้องจ่าย ๕๐ บาทนี้เพิ่มเพราะเหตุการย้ายที่อยู่ มาคิดอีกที แค่ย้ายที่อยู่เนี่ยนะ การย้ายที่อยู่มีผลกับการจ่ายเพิ่มในการต่อใบขับขี่ด้วย

เดี๋ยวนี้ใบขับขี่ตลอดชีพไม่มี ในเดือนๆหนึ่งหรือปีหนึ่งๆมีคนทำใบขับขี่พอสมควร และมีคนต่ออายุใบขับขี่ไปเรื่อยๆ เงินที่ได้จากบัตรเหล่านี้เข้าไปสู่รายได้ของรัฐ คิดๆแล้วแปลกๆ คือ ประชาชนจ่ายภาษีเข้ารัฐ บุคคลในภาครัฐได้รับค่าจ้างจากภาษีประชาชน ทำหน้าที่่บริการให้ การเข้าใช้บริการของประชาชนต้องจ่ายเงินให้กับรัฐอีก อืมมมม งงๆ แต่นั่นแหละ ถ้าไม่ช่วยกันสะสมเงินเข้ากองกลางคือรัฐ ไหนเลยจะได้ถนนดีๆ ใช้กัน

องค์กรของรัฐในเวลานี้ต้องหาเงินเข้าองค์กรของตัวเอง แม้แต่องค์กรการศึกษาของรัฐและที่มากจากรัฐก็ต้องทำเช่นนั้น ทำให้น่าคิดว่า รัฐอยู่ที่ใดหนอ รัฐคือประชาชนหรือ ถ้าประชาชนเป็นเจ้าของรัฐ แล้วทำไมประชาชนต้องทำทุกอย่างที่รัฐบอกล่ะ....(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเสมอ เป็นเรื่องการพยายามตอบความคิดไม่ใช่การโต้แย้งรัฐ)


หมายเหตุ : หลักฐานการต่อใบอนุญาตขับขี่ 5 ปี - 5 ปี มี (๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (๒) บัตรอนุญาตขับขี่ฉบับเก่า ลำดับขั้นคือ เขียนคำร้อง ตรวจสมรรถภาพร่างกาย อบรม ถ่ายภาพ จ่ายตังค์ รับใบอนุญาตฉบับใหม่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (2)

sr
IP: xxx.68.44.166
เขียนเมื่อ 

<p “=”“>Yes, it is funny the ways ‘governments’ (around the world) earn money from taxes and from ‘public services’ (fees and duties). Recurring income strategies are now necessary because goverbments have recurring expenditure (eg. repaying debts, salary and renumerations for public servants (including defence forces, education and heathcare ‘services’). </p> <p “=”“>I also wish that they would reduce the cost of paying for these services. Why can’t we pay online? Instead of taking time off work, travelling to an office, waiting and getting frustrated by ‘officials conducts’ (and etc.). Governments want money, we agree to pay, can’t we pay in dignity and comfort? </p>

เขียนเมื่อ 
  • เห็นด้วยครับท่าน sr
  • ระหว่างไปใช้บริการ ผมต้องเสียเวลาไปถึงสองเที่ยว เที่ยวแรกทดสอบร่างกาย เที่ยวสองอบรม แต่บางคนที่ไม่มีภาระก็สามารถไปรอไม่นาน
  • ผมเห็นว่า การอบรม สามารถเปิดทาง internet ได้ แล้วมีการทดสอบความรู้จากนั้นได้เลย โดยมีข้อมูลว่าใครผ่านหรือไม่ผ่าน ตรวจสอบจากเลขที่บัตร ส่วนการทดสอบร่างกาย เช่น สีต่างๆ และความโน้มเอียงของตา น่าจะผ่านออนไลน์ได้เช่นกัน แล้วมีการจ่ายเงินทางใดทางหนึ่งโดยไม่ต้องเข้าใช้บริการที่สำนักงาน
  • อย่างไรก็ตาม การให้บริการประชาชนในปัจจุบัน ดูเหมือนผู้ให้บริการในภาครัฐปรับตัวดีขึ้นแล้วนะครับ