เสียใจ ไปนรก ดีใจ ไปสวรรค์ สุขใจ ไปนิพพาน

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เสียใจ ไปนรก ดีใจ ไปสวรรค์ สุขใจ ไปนิพพาน

ดร. ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

ข้าพเจ้าเคยศึกษาหลักธรรม และข้อคิดเกี่ยวกับหลักธรรมของท่านพุทธทาส ภิกขุ
และจากที่ต่าง ๆ หลายแห่ง จำไม่ได้ว่าแห่งไหนบ้าง เพราะนานมาแล้ว ประมาณ
30 กว่าปีมาแล้ว และก็ได้โดนใจในหลักธรรมที่ว่า
เสียใจไปนรก ดีใจ ไปสวรรค์ สุขใจ ไปนิพพาน

ถ้าจะมาวิเคราะห์ดูเพื่อเทียบเคียงกับโลก ก็พอจะเห็นได้ว่า

ประการที่หนึ่ง ถ้าเรามีความทุกข์ใจ ย่อมทำให้เป็นบ่อเกิดในทางที่ไม่ดีแน่นอน
ดังพุทธภาษิตว่า “เมื่อใจกำลังเศร้าหมอง ทุคติหรือนรก มีอันต้องหวัง”
เพราะว่า คนที่กำลังมีใจที่เร่าร้อน กลัดกลุ้ม เศร้าหมอง เพราะถูกอาฆาตพยาบาท
เข้าครอบงำในจิตใจ โอกาสที่จะทำผิดพลาดมีมากดังนั้น ต้องทำใจให้เยือกเย็น
สุขุมรอบคอบ ไม่มีความโกรธ จะได้ไม่ทำความชั่ว และไม่ต้องไปนรก

ประการที่สอง ดีใจ ไปสวรรค์ ถ้าเรามีความสุขใจ ใจเยือกเย็น สุขุมรอบคอบ
ไม่มีความโกรธ ความอาฆาตพยาบาทเข้าครอบงำในจิตใจ ใจโล่ง ใจสบาย
ย่อมมีสุข และคนที่มีใจอันบริสุทธิ์ ผ่องใส ไม่มีความทุกข์ในใจ โอกาสที่จะทำความดี
มีมาก เพราะฉะนั้น จึงเชื่อได้ว่าดีใจ ไปสวรรค์นั้นเอง

ประการที่สาม สุขใจไปนิพพาน เพราะถ้าบุคคลที่กำลังมีความสุข
ซึ่งเกิดจากการที่คนคนนั้น ได้เข้าใจสัจธรรมชีวิต รู้จักปล่อยวาง ทำให้ใจสบาย
แม้จะมีสถานการณ์เลวร้ายหรือวิกฤติมาเผชิญ ก็ไม่หวั่นไหว เพราะได้เข้าใจสัจธรรม
อย่างถ่องแท้แล้ว ดังนั้น เขาคนนั้น ไม่มีความทุกข์ความวิตกกังวลใจใดๆ
เสมือนว่าเข้าสู่นิพพาน เพราะไม่มีทุกข์ใจอะไรมาครอบงำนั้นเอง
จีงถือว่า สุขใจ ไปนิพพาน นั้นเอง

สรุป

เสียใจ ไปนรก ดีใจ ไปสวรรค์ สุขใจ ไปนิพพาน ก็มีนัยตามที่กล่าวแล้วข้างต้น


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)