​สิ่งที่ได้รับจากการทำ "จิตอาสา"



มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระราชินูปถัมภ์ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ คือที่ที่ดิฉันเลือกไปทำจิตอาสา เนื่องจากทราบมาว่าที่นี่มีเด็กมากมายที่ต้องการความช่วยเหลือ และหน้าที่ของอาสาสมัครคือช่วยเป็นดวงตาแทนน้องๆที่ไม่สามารถมองเห็นได้ จึงได้ตกลงกับเพื่อนว่าจะไปทำที่นี่ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์

เมื่อตกลงแล้วว่าจะไปทำที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยแล้ว จึงได้โทรติดต่อไปที่นั่น ทางมูลนิธิแจ้งว่าสามารถเข้าไปเป็นอาสาสมัครได้โดยไม่ต้องมีเอกสารประกอบใดๆ ยกเว้นต้องมีการถ่ายภาพ ต้องขอใบอนุญาตเพื่อนำไปยื่น โดยสามารถเข้าไปได้ตั้งแต่เวลา 8.00 ถึง 17.00 น.

พวกเราไปถึง ตอนนั้นเป็นเวลา บ่ายสามโมง พี่ที่เป็นคนดูแลแจ้งเราว่า กิจกรรมได้ดำเนินการเป็นสองรอบ คือรอบเช้า 8.00 น. และ รอบบ่ายเมื่อ 13.00 น. ทำให้เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นส่วนมาก มีอาสาสมัครช่วยดูแล้ว แต่เนื่องจากพี่เค้าเห็นว่าเราได้ตั้งใจมาแล้ว จึงช่วยหางานให้ทำ ในตอนแรกนั้น งานที่เราได้มาคือการลอกสมุดให้กับน้องน. เป็นการลอกจากสมุดของเพื่อนที่โรงเรียนของน้องน. ลงสมุดของน้อง ระหว่างลอกสมุดให้น้องนั้นก็ได้สังเกตคนอื่นๆ รอบๆคือน้องที่ตาบอดที่มีอาสาสมัคร คอยสอนทำการบ้านบ้าง อ่านหนังสือให้น้องฟังบ้าง บางคนก็สอนน้องเล่นกีตาร์ น้องทุกคนดูตั้งใจในการรับฟัง รับคำสอนจากอาสาสมัคร มีการพูดคุยกับอาสาสมัครด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม มีการพูดคุยเล่นกับอาสาสมัคร ไม่มีใครที่ดูมีความทุกข์เลย แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถมองเห็น

ขณะกำลังลอกสมุดให้น้องน. ก็มองไปเห็นน้องคนนึง ที่ตอนแรกนั่งฟังพี่อาสาสมัครอ่านหนังสือให้ฟังในตอนแรกนั้น นั่งเหม่ออยู่คนเดียว จึงได้ชวนน้องพูดคุย น้องมีชื่อว่าน้องอ. ได้ทราบว่าพี่ที่อ่านหนังสือให้ฟังก่อนหน้านั้นได้กลับไปแล้ว พวกเราจึงถามว่าอยากทำอะไรอีกรึเปล่า มีไรให้พี่ช่วยรึเปล่า น้องจึงขอให้อ่านหนังสือให้น้องเขาฟัง เพราะใกล้สอบแล้ว ระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยถามน้องอ. น้องพูดคุยกับพวกเราดีมาก และยังมีความตั้งใจเรียน แม้จะมีความลำบากเนื่องจากไม่สามารถมองเห็น แต่เขาก็มีความสุข น้องมีเป้าหมายที่อยากจะทำ และคิดว่าจะทำให้ได้ น่าเสียดายเวลาที่พวกเราใช้กับน้องมีเพียง3ชั่วโมงเท่านั้น แต่3 ชั่วโมงที่ได้ช่วยน้อง ลนั้นเราได้อะไรหลายอย่างมาก ได้เห็นความสุขของน้องๆ เห็นความพยายามของน้อง บางคนที่มีร่างกายที่สมบูรณ์กว่าน้อง ยังไม่สามารถมีจิตใจที่สมบูรณ์ได้เท่าน้องๆที่นี่เลย

การมาครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นความลำบากของคนอื่น ว่าเขาลำบากอย่างไร ได้คิดว่าถ้า หากเป็นเรา เราจะสามารถเข้มแข็งได้เท่าเขาไหม ทำให้เราเกิดความเห็นใจ ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นความตั้งใจ ความพยายามของเขา น้องๆเขาแสดงให้พวกเราเห็นว่าความพิการทางสายตานั้น แม้เป็นอุปสรรค์ในการทำกิจกรรมบางอย่างของเขา แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางการดำเนินชีวิต ความสามารถของเขาได้เลย นอกจากนี้ยังได้เห็นอาสาสมัครอีกหลายคนที่ตั้งใจมา ทำให้เรารู้ว่ามีหลายคนที่มีจิตใจดี มีความตั้งใจทำดีอยู่อีกมาก การมาครั้งนี้เป็นความประทับใจมาก เป็นไปได้ถ้ามีเวลาก็อยากจะมาอีก อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือน้องๆ ให้น้องได้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่น้องต้องการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Pakawadee



ความเห็น (0)