เซ็กส์ไม่เซฟ เสี่ยงตับอักเสบบี

โรคตับอักเสบเป็นปัญหาสำคัญของสาธารณสุขทั่วโลก เป็นภาวะที่เซลล์ตับถูกทำลาย เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส

แบ่งเป็นชนิดเอ บี ซี ดี อี และจี ซึ่งแต่ละชนิดจะติดต่อและแพร่เชื้อแตกต่างกัน เช่น ไวรัสตับอักเสบเอและอี สามารถแพร่เชื้อทางอาหาร น้ำดื่ม ผักผลไม้ สัตว์น้ำจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงระบบสุขอนามัยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ จึงควรรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ และล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรมต่างๆ

ไวรัสตับอักเสบบี ซี ดีและจี พบเชื้อในเลือด น้ำเหลือง สารคัดหลั่ง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด น้ำลาย น้ำตา น้ำนม ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อได้หลายทาง เช่น เพศสัมพันธ์ ทางแม่สู่ลูก เป็นต้น ผู้ป่วยต้องรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์เคร่งครัด เพราะก่อให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็งและอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้

โรคตับอักเสบที่คนไทยป่วยกันมากและมีภาวะอักเสบเรื้อรัง คือชนิดบี พบสถิติผู้ป่วยมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ในกระแสเลือดถึงร้อยละ7ของประชากรทั้งหมดหรือประมาณ9ล้านคน

ขณะทั่วโลกพบว่ามีผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดนี้มากกว่า350ล้านคน สิ่งที่น่ากลัวของไวรัสชนิดบีคือ เมื่อเชื้อเข้าร่างกาย จะไม่แสดงอาการใดๆ อาจมีไข้ ปวดเมื่อย ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเพียงไข้หวัด

การป้องกันโรคตับอักเสบเบื้องต้นคือ กินอาหารปรุงสุกใหม่-ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีคุณสมบัติบำรุงตับ เช่น กะหล่ำปลี แครอท ลิ้นจี่ หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆดิบๆ ไขมันสูง ดื่มน้ำสะอาดโดยต้มให้เดือด คุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-บุหรี่

ที่สำคัญใช้ช้อนกลางเวลารับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นและไม่ใช้ของมีคมหรือแปรงสีฟันร่วมกัน สวมทุกยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ เพราะไวรัสตับอักเสบบีติดต่อได้จากสารคัดหลั่ง น้ำอสุจิ

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ2ชนิด คือ เอ และบี ฉีดในผู้ที่ยังไม่เคยรับเชื้อมาก่อน โดยก่อนฉีดจะต้องตรวจร่างกาย เพื่อดูว่าเคยได้รับเชื้อมาก่อนหรือมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ติดเชื้อหรือยังไม่มีภูมิคุ้มกันแพทย์จะให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่อไป...

นายปรัชศร เกตตะพันธ์ ม.4/3 เลขที่ 6

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน kmpprep



ความเห็น (0)