ใน (นัย) : สิ่งที่ตาเห็น

" ไม่รู้สึกหน่าย ในสิ่งที่อยากทำ "

รู้สึกเป็นอิสระ ทุกครั้งที่สะพายกล้องแล้วออกจากบ้าน....
หมวกปีกสีเทา ผ้าขาวม้าไหมสีสดฝีมือแม่ กับขาตั้งกล้อง
อุปกรณ์คู่กาย สหายคู่ตัว และออกเดินทางไปตามที่อยาก
ไป เจอที่เหมาะก็แวะเก็บบรรยากาศ ............................




" ...จำปาลีลาวดี ล้วนสดสี ความงดงาม
เอมอิ่มทุกชั่วยาม ทั้งบานเบ่ง แลเหี่ยวเฉา
จูมใหม่ไร้เดียงสา ชูช่อมา กลีบบางเบา
แมงไม้เหยียบย่องเบา เคล้าคละดู เป็นคู่กัน.... "






"...เปรียบชีวิต ขึ้น-ลง ไม่คงอยู่
เช่นเช้าตรู่ สู่ค่ำ ย้ำให้เห็น
เกิด-ดับ คู่กัน นั้นเป็น
ธรรมชาติ ไม่เฟ้น เว้นผู้ใด

วันนี้อยู่ พรุ่งนี้ตาย เป็นได้หมด
ไม่อาจหยุด ยับยั้ง รั้งไว้ได้
แตก ดับ ตั้งอยู่ สู่สลาย
เวียนว่าย เป็นวัฏฏะ กระบวนการ..."




นักวาดรูปท่านหนึ่งกล่าวไว้

" เอาชีวิตมาทำเป็นศิลปะ
ยังไง มันก็เป็นศิลปะ.......
จนกว่าจะเอาศิลปะมาเป็นวิถีชีวิต
มันถึงจะเป็นชีวิต และชีวิตจะเป็นคุณค่า..."




อาจเลอะ ที่มีเศษข้าวเศษอาหารวางอยู่ท่ามกลาง
สถานที่ท่องเที่ยว...แต่เอาเถอะ เลอะเทอะที่ว่าได้
ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ส่งความเมตตาของมนุษย์
แก่มวลสัตว์ผู้ร่วมโลกใบนี้ ให้มีชีวิตอยู่รอดไปอีก
หนึ่งวัน ...



เราเป็นแต่เพียงส่วนหนึ่ง ของโลกใบนี้
เช่นกับดอกไม้พฤกษานานาชนิด ที่ให้
ความงามและสีสันแก่โลก

ดอกไม้งาม มนุษย์ก็งาม งามเพราะดี
..งามเพราะชั่ว สองสิ่งสมดุลกันโลกก็
อยู่รอด.......................................





ในที่สุด...

อีกมากมายที่ทำ คือส่วนหนึ่ง
ที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของ
ชีวิตไม่ให้ขาดช่วง ก็เท่านั้น

ความสมบูรณ์อันแท้ของชีวิต
จะถูกมอบแก่เรา ก็คงเป็นวัน
ที่ลมหายใจไม่มีแล้วในตัวเรา

...............บรรณกร............






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บอกเก้า...เล่าสิบ



ความเห็น (0)