กิจกรรมบำบัด คือ วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ ฟื้นฟู ส่งเสริมสุขภาวะต่างๆของบุคคลที่มีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ทั้งในการทำกิจวัตรประจำวัน การเรียน การทำงาน การทำกิจกรรมยามว่าง การเข้าสังคม และการนอนหลับพักผ่อน ให้บุคคลสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามความสามารถสูงสุดของตนเองในสภาพแวดล้อมและบริบทของแต่ละบุคคล เพื่อให้บุคคลมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ความพึงพอใจในการดำเนินชีวิต

สุขภาพ คือ สุขภาวะที่สมบูรณ์ ซึ่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ต้องประกอบไปด้วย 4 ด้าน ดังนี้

  1. ด้านร่างกาย การดำรงชีวิตของบุคคลทีมีร่างกายแข็งร่าง
  2. ด้านจิตใจ มีความสงบมีความดีภายในจิตใจ
  3. ด้านสังคม มีสังคมที่แข็งแรง ยุติธรรม
  4. ด้านปัญญา มีปัญญารู้รอบรู้เท่าทันและบรรลุอิสระ

ดังนั้นการที่กิจกรรมบำบัดจะเข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาวะของคนไทยนั้นหมายถึง จะต้องมีความสามารถในการเข้าไปเปลี่ยนแปลง หรือส่งเสริม การทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตต่างๆเพื่อให้บุคคล มีความแข็งแรงและมีความสุขทั้งด้านกาย จิต สังคมและปัญญา

ซึ่งการที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงกิจกรรมการดำเนินชีวิตของบุคคลก็จะทำให้เกิดการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ ซึ่งบุคคลจะมีลำดับขั้นของการเปลี่ยนแปลง(stage of change) ดังนี้

  1. ขั้นตอนแห่งการค้นหา(exploration) บุคคลจะเริ่มเรียนรู้กิจกรรมหรือ บทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นขั้นตอนแห่งการค้นหาความหมายของสิ่งต่างๆ ทั้งในเรื่องความชอบและ การให้คุณค่า เป็นต้น
  2. ขั้นการมีความสามารถ (Competence) เกิดขึ้นเมื่อบุคคลชัดเจนกับวิธีการใหม่ๆ บุคคลจะพยายามในการพัฒนาตนเองและปรับสิ่งแวดล้อมต่างๆ จนเกิดเป็นความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนิดชีวิตของบุคคลนั้นๆ(Occupational competence)
  3. ขั้นความสำเร็จ (achievement) เกิดขึ้นเมื่อบุคคลมีทักษะและทำกิจกรรมต่างๆจนเกิดเป็นนิสัยแล้ว และกิจกกรมเหล่านี้ก็เป็นกิจกรรมที่แสดงเอกลักษณ์ของบุคคล (occupational identity) ในรูปแบบใหม่ซึ่งจะแทนรูปแบบเดิมที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทเพื่อให้เกิดสุขภาวะของบุคคลที่ดีขึ้นกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลง โดยจากงานวิจัยที่ชื่อว่า

Occupational identity, occupational competence and occupational settings (environment): Influences on return to work in men living with HIV/AIDSได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความพยายามในการสร้างบทบาทการทำงานใหม่ให้กับบุคคล 12 คนที่เป็น AIDS กับโปรแกรมการฟื้นฟูการทำงานที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงใน occupational identity, occupational competence and perception of occupational settings (environment) ของบุคคลทั้ง 12 คน ซึ่งผลสรุปของงานวิจัยนี้ก็ได้บอกว่า occupational identity, occupational competence and perception of occupational settings (environment) มีประโยชน์ในการทำให้เข้าใจถึงประสบการณ์และเรื่องราวชีวิตของบุคคลที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงบทบาทใหม่เข้ามาในชีวิต

นอกจากการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมและบทบาทตามความต้องการแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมและบทบาทตามช่วงวัยด้วย เช่น จากเด็กเป็นวัยรุ่น จากวัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่ จากผู้ใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งช่วงวัยและบทบาทที่ต้องทำนั้นก็ส่งผลให้กิจกรรมการดำเนินชีวิตต่างๆเปลี่ยนแปลงไปด้วยหรือที่เรียกว่า Occupational transformation ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ถ้าไม่มีการเตรียมตัวให้ดีหรือไม่มีบุคคลคอยช่วยเหลือก็อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ล้มเหลว เกิดสุขภาวะทั้ง 4 ด้านที่ไม่ดีได้ และจากงานวิจัยที่ชื่อว่า Occupational transformation: Parental influence and social cognition of young adults with autism ก็ได้สรุปว่าโปรแกรมการเรียนรู้เชิงปัญญาทางสังคม(social cognition)เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ใหญ่ตอนต้นที่เป็นออทิสติกสู่การเป็นผู้ใหญ่ จะให้ผลดีขึ้นเมื่อมีผู้ดูแลเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยกระตุ้นด้วย

ดังนั้นการขับเคลื่อนสุขภาวะคนไทยทั้งในและนอกโรงพยาบาลนักกิจกรรมบำบัดควรมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ของบุคคล เช่น การเปลี่ยนแปลงจากการไม่สามารถอาบน้ำด้วยตนเองเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้สามารถอาบน้ำเองได้ การเปลี่ยนบทบาทจากว่างงานเป็นมีงานทำหาเลี้ยงชีพได้ เป็นต้น โดยการเป็นเปลี่ยนแปลงนั้นต้เกิดจากความต้องการของผู้รับบริการ เองและนักกิจกรรมบำบัดต้องดูถึงขีดความสามารถสูงสุด และบริบทสิ่งแวดล้อม ของบุคคลประกอบกันด้วย เพื่อบุคคลจะได้มีสุขภาวะทั้ง กาย จิต สังคมและปํญญาที่ดี



อ้างอิง

http://content.iospress.com/articles/work/wor00569

http://content.iospress.com/articles/work/wor01956

https://www.doctor.or.th/article/detail/5694

http://doi.nrct.go.th/ListDoi/Download/176288/905abad075e84c92fbcf04fe4b056ec6?Resolve_DOI=10.14457/CMU.the.2013.34