GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เก็บตกของดีจากโรงเรียนชาวนา 2

ห้วเชื้อจุลินทรีย์ของนักเรียนชาวนา

ลุงสนั่น  และลุงสุทิน  ณรงค์  พร้อมคณะอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ   เล่าให้เราฟังว่า

นักเรียนชาวนาสุพรรณบุรี  เดินทางไปน้ำตกไซเบอร์  ในป่าอุทยานแห่งชาติ  ห้วยขาแข้ง  จ.อุทัยธานี    เพื่อไปเก็บหัวเชื้อจุลินทรีย์

หน้าตาหัวเชื้อจุลินทรีย์  ที่ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร?

ก็อย่างที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ

ถ้าท่านที่เคยเห็นพวกคราบขาวๆ  เขียวๆที่ขึ้นตามต้นไม้ที่ตายแล้ว   นั่นแหละครับ    นักเรียนชาวนาที่สุพรรณเขาไปเก็บเศษไม้ที่คราบพวกนี้ติดอยู่    แต่เขาไม่ได้เก็บุส่มสี่  สุ่มห้านะครับ    เขามีหลักการในการเก็บเหมือนกัน    เขาอธิบายให้ฟังว่า  เขาจะสังเกต  กลิ่น  สี  ความรู้สึกได้  ถึงความชื้น  ขี้ หรือมูลสัตว์ที่ตกอยู่บริเวณนั้น   ไส้เดือน  และสรรพสัตว์เล็กๆ (โดยเฉพาะพวกแมลง)  ที่อยู่ในบริเวณนั้น   เหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกนักเรียนชาวนาได้ว่า   ความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหารมีมากน้อยเพียงใด

เมื่อนำเศษเนื้อไม้ผุๆ  เปื่อยๆ  ที่มีคราบอย่างที่ว่ามาแล้ว   ก็นำมาบีบ  ขยำ ขยี้ ให้ละเอียดมากขึ้น   และเอาไปคลุกกับวัสดุเพาะเชื้อ   ซึ่งนักเรียนชาวนาที่นี่ยืนยันกับเราว่า    เขาทดลองแล้ว   "ใบใผ่แห้ง"  นี่แหละครับ  ดีที่สุด  เท่าที่ลองมาหลายอย่าง    เอากากน้ำตาลผสมน้ำ (จืดธรรมดาที่หาได้แถวๆนั้น  แต่ต้องมั่นใจว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อนมากนัก  เพราะเชื้ออาจจะตายได้  เช่น ลำคลองที่ใกล้กับการเกษตรที่ใช้สารเคมีมากๆ)   คลุกเคล้าให้ทั่ว   แล้วโรย  รำละเอียด   คลุกให้เข้ากันอีก     จากนั้น  ก็หาพลาสติก  มาคลุมไว้     หากเชื้อดี  คืนเดียวเท่านั้นก็จะสังเกตเห็นเชื้อเดิน ขยายได้บ้างแล้ว   หมักทิ้งไว้ 3-5 วัน  แล้วค่อยนำไปทำน้ำหมักครับ

พี่เดชา  ครูใหญ่โรงเรียนชาวนาเล่าว่า  นี่ถือเป็นนวัตกรรมชิ้นหนึ่งของนักเรียนชาวนา    เพราะอะไร?

เพราะว่า   ปกติแล้วเราจะเห็นเชื้อจุลินทรีย์ที่นิยมนำมาใช้กันนั้น (ที่เป็นผงอยู่ในซองนั้น)   มันเป็นเชื้อจุลินทรีย์ตัวใด  ตัวหนึ่งเท่านั้น   โดยเขาแยกออกมาแล้ว    แต่เชื้อจุลินทรีย์ของนักเรียนชาวนาที่นี่   เรียกได้ว่า   เป็นดรีมทีมจุลินทรีย์   ก็แล้วกัน   ทำงานกันเป็นทีม   ซึ่งเหมาะกับสภาพธรรมชาติจริงๆ   เพราะในสภาพจริงนั้น   ผมก็เชื่อว่าจุลินทรีย์  มันก็คงมีสังคม  (แต่ไม่มั่นใจว่ามีสังคมแห่งการเรียนรู้ของจุลินทรีย์บ้างหรือเปล่านะครับ)   หรือ ชุมชนของมันเหมือนกัน   และบูรณาการทำงานได้ดีมาก  จนบางทีคนน่าจะเรียนรู้จากมันบ้างนะ   และที่น่าสังเกต  เชื้อพวกนี้มี  "สัญชาติไทย"   มันเลยเข้าใจสภาพอากาศ  สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเมืองไทยเป็นอย่างดี    ซึ่ง  EM  ของญี่ปุ่นอาจจะไม่รู้ดีเท่ามัน   และที่สำคัญไม่ต้องพึ่งพาการซื้อจุลินทรีย์จากต่างประเทศ    ของไทยนี่แหละ  มันรู้จักจริตของดินไทย  จริตของต้นไม้บ้านเราดีที่สุดแล้ว      อันนี้ได้รับการนั่งยัน (เพราะนั่งพูด) จากเจ้าหน้าบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย)  จำกัด  ที่ได้ลองใช้กับบ่อน้ำเสียที่โรงงานปูนแก่งคอยมาแล้ว   ซึ่ง  EM  ก็เอาไม่อยู่    เขาใช้เพียงไม่กี่ลิตรเท่านั้น   กลิ่นที่ไม่โสภาสถาพร   ก็หายไปเลย 

เห็นไหมครับว่านักเรียนชาวนาสุพรรณบุรี  เขาก็สามารถสร้างนวัตกรรมได้        ผมเลยเดาเอาเองว่า   เพราะนักเรียนชาวนาที่นี่เขาตีโจทย์การจัดการความรู้แตก     เขาเลยจัดการความรู้ซะอยู่หมัด   แบบนี้ที่มีนวัตกรรมเป็นสิ่งสะท้อนและการันตี    ต่างจากเราๆที่พยายามจัดการความรู้   แต่ในที่สุดก็โดนความรู้จัดการเสียนี่   เลยไม่หลุดออกจากวังวนนี้เสียที    แต่อย่าท้อใจนะครับ  มุ่งมั่น  ตั้งใจดีเสียอย่าง   เรียนรู้ไป   เรียนรู้เพราะใจสั่งมา   แล้วเดี๋ยวก็จะดีเอง  ผมเชื่ออย่างนั้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 62265
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

  • เป็นความรู้ใหม่เลยครับคุณThawat
  • ขอบคุณมากครับผม