ม.ขอนแก่น จัดประชุมวิชาการเสนอผลงานวิทยานิพนธ์และการศึกษาอิสระระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 9 โดยเปิดรับสมัครถึง 15 พ.ย.49 และได้ขยายเวลารับสมัครจนถึง 24 พ.ย.49 นี้
การรับสมัคร โดยกรอกข้อมูลและพิมพ์จากเวบไซต์ http://gs.kku.ac.th/gradresearch/
เตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บทความวิจัย, สำเนาหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา, ใบสมัคร, และ บันทึกข้อมูลลงแผ่น CD โดยบันทึกเป็น Microsoft word และ PDF ไฟล์
ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ หรือไปส่งด้วยตัวเอง
เมื่อเปรียบเทียบกับเวทีประชุมวิชาการบัณฑิตศึกษาเหมือนกัน รูปแบบการรับสมัครของ มข. ดูยุ่งยากกว่า
ของ ม.มหิดล ให้ผู้สมัครเข้าไปกรอกข้อมูล และ Upload ไฟล์ผ่านทาง เวบไซต์ได้เลย
ของ ม.รังสิต ให้ผู้สมัครส่งบทความโดย write ข้อมูลลง CD พร้อมใบสมัครที่กรอกข้อมูล ส่งทางไปรษณีย์ หรือแนบไฟล์ส่งทางอีเมล์
มหิดลและรังสิต ไม่ต้องส่งสำเนาหนังสือรับรองต่างๆ เปิดช่องทางให้สมัครและส่งข้อมูลทางอินเตอร์เนตได้เลย
ระบบการคัดเลือกผลงาน มหิดล และ ม.รังสิต จะมี Reader ช่วยกันอ่าน และคัดสรรบทความที่ได้รับ พร้อมให้คำแนะนำในการแก้ไขตามมาตรฐานทางวิชาการของสถาบัน
ม.ข. จัดเป็นครั้งที่ 9 แต่ ม.มหิดล และ ม.รังสิต จัดครั้งที่ 1
มข. ขั้นตอนเยอะกว่า คงเพราะต้องการคัดเลือกผลงานที่จะถูกนำเสนอให้มีคุณภาพ แต่ผู้ส่งผลงานหลายคน มีเวลาในการเตรียมตัวจำกัด หลายคนเตรียมเอกสารต่างๆไม่ทัน จึงต้องพลาดโอกาสร่วมนำเสนอผลงาน
แนวคิดของการจัดงาน เพื่อเผยแพร่ผลงาน นำผลงานวิจัยไปใช้ต่อ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลงานวิจัยให้มีคุณภาพต่อไป
มีผู้ให้ข้อสังเกตว่า มข.ตั้งกฏเกณฑ์ในการรับสมัครที่เกินความจำเป็นหรือไม่
ในขณะที่อีก 2 สถาบัน เน้นที่ผลงานวิจัยที่ส่ง ข้อมูลอื่นๆ ให้กรอกในใบสมัคร และผ่านเวบไซต์ แต่ มข.ต้องมีเอกสารมายืนยัน ถึงจะรับพิจารณา
ผ่านจัดการประชุมของ มข. ต้องมีภาระงานเพิ่มขึ้น ในการตรวจสอบและรวบรวมเอกสารการสมัครให้ครบทุกอย่าง ในขณะที่อีก 2 สถาบัน เมื่อได้รับใบสมัคร หรือข้อมูลถูกกรอกในเวบไซต์ บันทึกในฐานข้อมูลแล้ว ผู้จัดการประชุม จะใช้เวลาในการตรวจสอบบทความวิจัยเท่านั้น
ไม่ต้องมาเสียเวลาตรวจนับเอกสาร ซึ่งความจริงแล้วใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันเท่านั้น
แต่เนื้องานที่แท้จริง คือ ผลงานวิจัยต่างหาก เพราะการจัดประชุมวิชาการ ไม่ได้เอาเอกสารหลักฐานมาแปะโชว์พร้อมกับผลงานวิจัยด้วย
เสร็จจากงานประชุม ก็จะมีกองเอกสารการรับสมัครกองใหญ่ เป็นภาระในการจัดเก็บ ขนย้าย เป็นการเพิ่มภาระงานที่ไม่น่าจะเพิ่มด้วยซ้ำ
กองกระดาษ ใบสมัคร หนังสือรับรอง เหล่านั้น เสร็จจากงานก็ไร้ค่า กองเอาไว้ชั่งกิโลขาย
การออกแบบขั้นตอนการดำเนินงาน ที่เห็นดูยุ่งยาก วุ่นวายนั้น บางครั้ง อาจเป็นเพราะใส่ใจในรายละเอียดที่ไม่จำเป็นเกินไปหรือไม่
รายละเอียดบางอย่าง ที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย เมื่อรวมกันมากขึ้น เป็นสิ่งที่เบียดบังเวลาในการทำงานอื่นๆที่จำเป็นหรือไม่
…. นายบอนได้รับฟังข้อสังเกตของเพื่อนๆแล้ว ก็จริงอย่างที่ว่าครับ
จะมีกี่คนที่มีโอกาสได้เห็นรูปแบบการเตรียมงาน การรับสมัครของหลายๆที่ แล้วนำมาเปรียบเทียบ มองหาจุดเด่น จุดด้อยของการเตรียมงานต่างๆ
ถ้าไม่ได้รับฟังข้อสังเกตของเพื่อนแล้ว มองไม่ออกเหมือนกันครับว่า ขั้นตอนการรับสมัครนั้น มีอะไรที่เกินความจำเป็นบ้าง ส่วนไหนที่มาเบียดบังเวลาทำงาน แรงงาน โดยที่หน่วยงานนั้น ไม่รู้ตัวมาก่อน
และทำให้การทำงานดูยุ่ง วุ่นวายอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่สามารถที่จะลดปริมาณงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงรักษาหัวใจสำคัญของตัวงานนั้นไว้ได้
และจะเกิดเนื้องานที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยการทุ่มเทไปที่หัวใจสำคัญของตัวงานนั้น
-
การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็น ของการสมัครเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการเสนอผลงานวิจัยครั้งที่ 9 ที่ มข. 19 ม.ค.2550
การออกแบบขั้นตอนการดำเนินงาน ที่เห็นดูยุ่งยาก วุ่นวายนั้น บางครั้ง อาจเป็นเพราะใส่ใจในรายละเอียดที่ไม่จำเป็นเกินไปหรือไม่
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
bee · 22 พ.ย. 2549
ครูตัวน้อย · 22 พ.ย. 2549
นายบอน@kalasin · 22 พ.ย. 2549
นาย ศราวุธ จ้อน อยู่เกษม · 22 พ.ย. 2549
ครู Eng' ธารทหารครับ · 22 พ.ย. 2549