ดูนกสบายๆ ใกล้บ้านแม่


เรามีความสุขกับชีวิตสบายๆ ในหนึ่งวันที่บ้านแม่ เดิมเราคุ้นกับอากาศดีๆ ผักปลาอุดมสมบูรณ์ วันนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกเพราะมีนกมากมายหลายชนิดให้เฝ้าดู

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2560 ดิฉันมีนัดกับพี่สาวว่าจะไปเดินตลาดเช้าที่ท่าแดงกัน พี่สาวขนเครื่องกรองน้ำตัวใหญ่ไปที่บ้านแม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มกราคม จึงนอนค้างที่นั่นเลย ดิฉันตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีสี่ครึ่งและออกเดินทางจากบ้านที่กรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 05.15 น. เดินทางคนเดียวอีกเช่นเคยเพราะสมาชิกที่บ้านต่างก็มีภารกิจของตัวเอง

การเดินทางสะดวกสบาย การจราจรไม่ติดขัด เมื่อผ่านองครักษ์มุ่งหน้าตัวเมืองนครนายก ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างยามเช้า สวยงาม ไม่กล้าจอดรถบันทึกภาพ ได้แต่มองและเก็บภาพความสวยงามที่เห็นเอาไว้ในใจ เริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่เบิกบาน

ไปถึงดงละครยังไม่เจ็ดโมงเช้า ระหว่างเส้นทางจากดงละครไปบ้านแม่ ดิฉันปิดแอร์และเปิดกระจกขับรถช้าๆ สัมผัสอากาศที่เย็นสบายยามเช้า บางช่วงจะมีกลิ่นฟางเน่าหญ้าเน่าอยู่บ้าง ฟังเสียงนกต่างๆ ส่งเสียงร้อง และแล้วก็ได้ยินเสียงนกหางนาค (Striated Grassbird) ร้องอยู่ไม่ไกล แวะจอดรถมองหา พบว่าเขาเกาะอยู่ที่สายไฟริมถนน ถ่ายภาพเขาได้ไม่ดีเพราะย้อนแสง อยู่นานก็ไม่ได้กลัวว่าตลาดท่าแดงจะวายเสียก่อน

เมื่อถึงบ้านแม่ก็รับพี่สาวออกไปตลาดท่าแดงกันเลย ขับรถไปตามถนนเล็กๆ คดเคี้ยวผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านไปไม่นานก็ออกถนนใหญ่ทางไปปราจีนบุรี ต้องกลับรถและเข้าซอยทางเข้าโรงพักปากพลี ตลาดเช้าวันนี้มีคนและของไม่มากนัก ตั้งใจจะมาซื้อเห็ดฟาง แต่วันนี้แม่ค้าที่ขายเห็ดเยอะๆ ไม่มีเห็ดฟาง ต้องไปซื้ออีกเจ้าหนึ่งที่เห็ดพอใช้ได้ พี่สาวซื้อสะเดาสวยๆ ได้หลายกำ พร้อมผักกาดผักกวางตุ้งต้นเล็กๆ มะเขือ บวบ พริกขี้หนู ที่ชาวบ้านปลูกเองและนำมาขายเป็นจานๆ รวมทั้งปลาช่อนเค็มแดดเดียวที่เคยซื้อเมื่อวันทำบุญร้อยวันให้แม่ ดิฉันซื้อข้าวเหนียวดำนึ่ง 20 บาท พี่สาวไม่ให้ซื้อมากเพราะกลัวจะกินมากเกิน

ขากลับเราใช้เส้นทางที่ผ่านเกาะกาแล้วตรงไปบ้านแม่เลย เพิ่งสังเกตเห็นว่าก่อนถึงบ้านแม่ ริมถนนด้านซ้ายมือมีแอ่งน้ำค่อนข้างใหญ่ มีนกหลายชนิดอยู่ในบริเวณนี้ จึงแวะจอดรถเพื่อถ่ายรูป อากาศดีและลมพัดแรง

วันนี้ได้ใช้กล้องตัวใหม่ที่ตั้งค่าอะไรไม่เป็นหรอก ทดลองใช้ทั้งโหมด Auto, P, A แล้วรู้สึกว่า Auto น่าจะเหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์มากกว่า จำคำอาจารย์ต่าย ผศ.ดร.ปิยะพงค์ โชติพันธุ์ ที่เคยบอกว่าใช้ โหมด Auto หรือ P ไม่ค่อยต่างกัน ตอนที่เตรียมกล้องมาเห็นตั้งอยู่ที่โหมด A เข้าใจว่าเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559 ที่ไปดูนกกับอาจารย์นุช รศ.วีระนุช นิลนนท์ และ รศ.ดร.ชัยรัตน์ นิลนนท์ คงตั้งกล้องไว้ที่ mode นี้ เลยลองใช้ทั้งสามโหมด (ตอนเช็ครูปก็จำไม่ได้ว่ารูปไหนใช้โหมดอะไร)

นกที่เจอจำนวนหลายตัวก็มีนกพริก (Bronze-winged Jacana) ที่เดินหากินอยู่บนกอผักบุ้ง นกกาน้ำเล็ก (Little Cormorant) ที่เกาะอยู่บนต้นไม้เป็นสิบๆ ตัว นกแซงแซวหางปลา (Black Drongo) นกเอี้ยงทั้งนกเอี้ยงด่าง (Pied Myna) และนกเอี้ยงหงอน (White-vented Myna) ที่ดีใจคือเจอนกอีเสือสีน้ำตาล (Brown Shrike) และอีวาบตั๊กแตน (Plaintive Cuckoo) เลยตั้งใจว่ากินข้าวเช้าแล้วจะกลับมาดูอีก



นกอีเสือสีน้ำตาล



นกอีวาบตั๊กแตน


เราแวะอยู่ครู่ใหญ่จึงเดินทางไปบ้านแม่เพื่อกินอาหารเช้า เอาปลาช่อนแดดเดียวออกผึ่งลมผึ่งแดดไว้อีกครั้ง และเอามาทอดหนึ่งตัวกินกับข้าวเหนียว ข้าวเหนียวดำที่ซื้อมานิ่มอร่อยมาก หลังจากนั้นจึงออกไปดูนกคนเดียว

ดิฉันกลับไปที่แถวชายทุ่งเส้นทางระหว่างบ้านแม่ไปดงละคร นกกลุ่มแรกที่เจอคือกระแตแต้แว๊ด (Red-wattle Lapwing) พวกเขาอยู่รวมกัน 4 ตัว ใช้วิธีการที่อาจารย์นุชบอกคือถ่ายรูปนกจากในรถ ได้ผลดีคือพวกเขาอยู่กับที่ไม่หนี คงจะชินกับรถราที่ผ่านไปมาบ่อยๆ แล้ว มองหานกชายเลนน้ำจืด (Wood Sandpiper) ครู่เดียวก็เจอเขาหากินอยู่ตรงที่มีน้ำ คราวนี้ถ่ายภาพเขาได้ชัดเจน บางภาพมองเห็นตัวแมลงที่อยู่บนผิวน้ำด้วย



นกกระแตแต้แว๊ด



นกชายเลนน้ำจืด


ดิฉันเห็นนกคล้ายนกหัวขวานบินมาเกาะที่ต้นไม้ริมถนน ตัวลายๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นนกหัวขวานเพราะท่าที่เขาเกาะต้นไม้ต่างจากนกชนิดอื่น ถ่ายภาพมาได้ไม่ชัด เพราะไกลและย้อนแสง เขาอยู่แป๊ปเดียวก็จากไป (เป็นหนึ่งเหตุผลที่จะต้องกลับไปเฝ้าดูอีก) มีนกกระสาแดง (Purple Heron) กำลังเดินอยู่ กลางทุ่งไกลๆ มองเห็นฝูงนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) และฝูงนกยางตัวขาวๆ



นกกระสาแดง


เจอนกหางนาค (Striated Grassbird) ที่เป็นเป้าหมาย ทั้งที่เกาะต้นไม้ต้นเดิมและที่สายไฟ แสดงว่าน่าจะมีอย่างน้อยก็สองตัว ยังถ่ายภาพนกหางนาคไม่ได้สวยเสียที เพราะเมื่อเขาอยู่ในตำแหน่งที่สวย เขาก็อยู่ไกลไป เมื่อเขามาเกาะที่สายไฟอยู่ใกล้ก็ไม่สวย (ย้อนแสง) นกที่เจอใหม่ตรงย่านนี้คือนกอ้ายงั่ว (Oriental Darter) เขาเกาะอยู่บนต้นไม้ (เข้าใจว่าเป็นกอโสน) ใกล้กับนกหางนาค แต่พอมาดูรูปที่บ้านแล้วจึงพบว่าเขาคือนกอ้ายงั่ว นกกะเต็นอกขาว (White-throated Kingfisher) ก็อยู่แถวนี้ ตอนที่เขามาใกล้ให้เห็นปีก หลัง และหางสีฟ้าสวยๆ ก็ถ่ายรูปไม่ทัน



นกหางนาค เขาชอบส่งเสียงร้องดังลั่นทุ่ง



ตัวเล็ก ตัวใหญ่ ก็อยู่ร่วมกันได้ นกหางนาคตัวเดิม และนกอ้ายงั่ว



นกกะเต็นอกขาว


ดิฉันเก็บภาพนกกระจาบทอง (Asian Golden Weaver) ก่อนจะขับรถย้อนกลับไปทางบ้านแม่ ระหว่างทางเหลือบเห็นนกตัวเล็กๆ ที่กอไม้ริมถนน เขาคือนกยอดหญ้าหัวดำ (Common Stonechat)



นกกระจาบทอง



นกยอดหญ้าหัวดำ


เมื่อไปถึงบริเวณแอ่งน้ำริมทุ่งเลยบ้านแม่มุ่งหน้าไปทางเกาะกา เจอนกหน้าขาวๆ สองสามตัว น่าจะเป็นนกตีนเทียน (Black-winged Stilt) อยู่ในร่องน้ำเล็กๆ ไม่ทันที่จะถ่ายรูป พอถอยรถให้อยู่ในระยะที่พอเหมาะ พวกเขาก็พากันบินหนีไปอยู่ในที่ที่ไกลเกิน (จะต้องกลับมาเฝ้าดูใหม่) จอดรถแล้วลงเดินมองหานกที่อยู่ตามต้นไม้กิ่งไม้ นกกาน้ำเล็กยังอยู่บนต้นไม้และนกพริกก็ยังเดินหากินอยู่บนกอผักบุ้งในน้ำ

เห็นนกจาบคาหัวเขียว (Blue-tailed Bee-eater) ตัวเดียวบินมาเกาะที่กิ่งไม้ มองหาต่อไปเห็นนกตัวสีน้ำตาลลายๆ เกาะนิ่งอยู่นาน ถ่ายรูปเอามาค้นหาที่บ้านว่าเป็นนกอะไร ก็ไม่เจอ จึงส่งรูปไปถามอาจารย์นุช ได้ความว่าเขาคือนกอีวาบตั๊กแตนวัยเด็ก นับแล้ววันนี้ก็ได้ดูและถ่ายภาพนกเกือบ ชนิด ไม่นับรวมนกเขาที่มีอยู่มากและเหยี่ยวที่บินร่อนหาเหยื่อให้เห็นได้บ่อยๆ



นกจาบคาหัวเขียว



นกอีวาบตั๊กแตนวัยเด็ก


กลับเข้าบ้านแม่เมื่อใกล้เที่ยง ยังอิ่มข้าวเหนียวตอนมื้อเช้าอยู่จึงไม่ได้กินข้าวกลางวัน พี่สาวชวนไปตกปลาที่บ่อในสวน ตั้งใจจะเอาปลามาทำแกงส้มผักรวมที่ซื้อมาจากตลาดท่าแดงเมื่อเช้า และจะทำแกงส้มมะรุมที่พี่สาวเก็บมาจากบ้านตัวเองและปอกเปลือกเตรียมเอาไว้แล้ว ช่วงที่ดิฉันไปดูนกอยู่นั้น พี่สาวก็ตำน้ำพริกแกงส้มเตรียมเอาไว้เรียบร้อย

พี่น้องสามคนช่วยกันตกปลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ได้ปลานิล ปลาหมอ ปลาตะเพียนหลายตัว เอาปลาหมอและปลานิลตัวเล็กมาทำแกงส้มสองหม้อ ปลานิลตัวใหญ่หน่อยและปลาตะเพียนเอามาทอด เป็นกับข้าวที่อร่อยของมื้อกลางวันรวมกับมื้อเย็นวันนั้น เราตักกลับบ้านเผื่อคนที่กรุงเทพฯ ด้วย พี่สาวยังเก็บยอดขี้เหล็กเอามาต้มสำหรับทำแกงได้อีก เราออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อเกือบหกโมงครึ่งแล้ว แม้ถนนจะมีรถเยอะแต่ก็ไม่มีช่วงไหนที่ติดขัดเลย

เรามีความสุขกับชีวิตสบายๆ ในหนึ่งวันที่บ้านแม่ เดิมเราคุ้นกับอากาศดีๆ ผักปลาอุดมสมบูรณ์ วันนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกเพราะมีนกมากมายหลายชนิดให้เฝ้าดู


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2560

หมายเลขบันทึก: 621178เขียนเมื่อ 7 มกราคม 2017 15:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 กรกฎาคม 2017 14:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

สงสารที่นกเหล่านี้ต้องามีชีวิตอยู่ในกรง..นะจ้าคะ. กระเรียนชนิดนี้เคยมีในประเทศไทย..

ขอบคุณคุณยายธีที่แวะมาเยี่ยมนะคะ

นกที่ถูกจับให้อยู่แต่ในกรงน่าสงสารมากๆ เคยเห็นนกแพนกวินในอควาเรียม รู้สึกเศร้ามากๆ ที่เขาไม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ

ฃีวิต ..ธรรมฃาติ.. ความเป็นไป ของทุกชีวิต ฃีวิต ดูเบาบาง และมีความสุขจัง เลย คะอาจารย์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี