อยากเขียนบันทึกนี้เพื่อการเรียนรู้
- หลังจากแม่เราเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559
- ถึงแม่เราจะไม่ได้เขียนพินัยกรรมไว้
- แต่แม่ก็สั่งไว้เป็นบางเรื่อง
เราพี่น้องทั้ง 9 คน ก้มาตกลงกันว่าจะให้ใครเป็นผู้จัดการมรดก
สรุปทุกคนไว้วางใจให้เราเป็น
- ก่อนจะทำหนังสือแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ก็ต้องมาดูว่า แม่เรามีทรัพย์สิน เงินทอง และที่ดินอะไรบ้าง
- พี่น้องมาตกลงกันก่อนว่าทรัพย์สินแต่ละชิ้นจะจัดการอย่างไร พิมพ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และให้ทุกคนเซ็นต์ชื่อไว้
- จะได้ไม่มีปัญหากันในภายหลัง
เมื่อสรุปให้เราเป็น ขั้นตอนรวบรวมเอกสาร
1 เจ้ามรดก สำเนาทะเบียนบ้านประทับตาย สำเนามรณบัตร หนังสือรับรองการตาย สำเนาทะเบียนสมรส
2 คู่สมรสของเจ้ามรดก ถึงจะเสียชีวิตแล้ว ก็ต้องนำหนังสือรับรองการตาย
3 บุตรเจ้าของมรดก สำเนาทะเบียนบ้านของแต่ละคน ใบสำคัญการสมรส ใบหย่า ถ้ามี ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ถ้ามี เซ็นต์สำเนาถูกต้อง
4 ผู้จัดการมรดก สำเนาทะเบียนบ้านของแต่ละคน ใบสำคัญการสมรส ใบหย่า ถ้ามี ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ถ้ามี เซ็นต์สำเนาถูกต้อง
5 เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินมรดก สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาบัญชีเงินฝาก หน้าเลขที่บัญชี ชื่อเจ้าของบัญชีและหน้าแสดงยอดเงินฝากปัจจุบัน สำเนาสัญญาเช่าซื้อ สำเนาทะเบียนอาวุธปืน ถ้ามี
6 บัญชีเครือญาติ ให้ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเซนต์รับรอง
7 หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทายาททุกคนลงชื่อ
เรายื่นไว้ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฏหทมายและการบังคับคดี จังหวัด ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2559 แต่เนื่องจากลูก 9 คนมาได้ไม่พร้อมกัน จึงรอเอกสารให้กลุ่มสองมาเซ็นต์เพิ่มเติม ในวันที่ 28 ตค 59 จ่ายค่าธรรมเนียม 1700บาท
สำนักงานอัยการส่งเอกสารเพื่อนัดหมาย เพื่อแจ้งนัดไต่สวนและให้มาพยพนักงานอัยการ วันที่ 15 พย 59
เพื่อให้เตรียมเอกสารต้นฉบับจริงของ
1 ผู้จัดการมรดก ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบสำคัญการสมรส
2 เจ้ามรดก ทะเบียนบ้าน ใบสำคัญการสมรส ใบมรณบัตร
3 คู่สมรสเจ้ามรดก ใบมรณบัตร
4 ฉโนดที่ดิน
5 บัญชีเงินฝาก
ถึงวันนัด (21 ธันวาคม 2559)
- อัยการจะเตรียมเราเพื่อให้ตอบคำถาม ก่อนไปขึ้นศาลในวันเดียวกัน (21 ธันวาคม 2559)
- อัยการจะถามให้เราตอบและให้เราบอกว่าหากเราได้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว เราจะแบ่งทรัพย์สินด้วยความยุติธรรม
แล้วไปขึ้นศาลเพื่อให้ศาลสั่ง ให้เป็นผู้จัดการมรดก
- ไม่นานนัก พนักงานจะคัดลอกให้เราเสียคาธรรมเนียม 200 บาท ถ้าเราคัดลอกเองเสีย 50 บาท
- เราให้พนักงานคัดลอกให้
- เสร้จก็สำเนาเอกสาร ไปส่งสำนักงานอัยการ ได้รับเงินคืน 500 บาท
- เราสามารถนำเอกสารนั้นมาจัดการที่ดินได้เลย
- เราก็ไปเตรียมเอกสาร ใบมอบฉันทะของพี่น้องไว้ เพื่อทำเอกสารที่ที่ดิน
- ส่วนเรื่องเงินในบัญชีต้องไปรับหนังสือเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกอีก 1 เดือน (24 มกราคม 2560) หากไม่มีผูคัดค้าน
- สามารถเบิกเงินในบัญชีได้ครั้งเดียว โดยให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการ
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- เราต้องจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระเบียบ
- ให้พี่น้องให้เอกสารเราไว้หลายชุด ทั้งสำเนาบัตร สำเนาทะเบียนบ้านและอื่นๆ เซ็นสำเนาถูกต้องไว้หลายชุด เพราะอาจถูกเรียกขอเอกสารหลายครั้ง ทั้งเงินฌกส เงินสหกรณ์ และอื่นๆ
- ผู้จัดการมรดกต้องอารมณ์เยือกเย็น ซื่อสัตย์ อย่าโลภมาก มีความยุติธรรม
- มรดกบางอย่างเช่น ที่ดิน ที่เจ้ามรดกไม่ต้องการให้แบ่ง โดยให้ลูกทุกคนมีชื่อร่วมกัน เราควรมีเงินงบกลางไว้บริหารจัดการ และเก็บไว้เพื่อทำบุญหรือไว้เลี้ยงเมือพี่น้องมาพบกัน หรือไว้จ่ายสำหรับญาติพี่น้องที่จำเป็นต้องดูแลต่อไป
บันทึกไว้ให้จดจำว่า ครั้งหนึ่งเราได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นผู้จัดการมรดกนะคะ
...........................
อุบล จ๋วงพานิช
24 ธค 60
สิ่งที่ได้เรียนรู้
การจัดการแต่ละเรื่อง
เรามีข้อตกลง เราควรทำตาม
แต่บางครั้งพี่น้องคิดใหม่ จะทำแบบใหม่ก็อาจมีปัญหา
การนำชื่อใส่ที่ดิน พี่น้องคนใดที่ไม่มา
สามารถมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรและทะบียนบ้าน
ให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการเซ็นแทนได้
ทำเมื่อ 7กพ60