เล่าต่อจากตอนที่ 2 ครับ ผมได้ไปดูงานที่สมาคมแพทย์แห่งเมืองฮิเมจิ(Himeji Medical Association) สร้างเป็นอาคารถาวรขนาดใหญ่ สมาคมนี้เกิดจากการรวมตัวกันของแพทย์ในเมืองฮิเมจิโดยการนำของคุณหมอนิชิกาว่า ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 760 ราย จากจำนวนแพทย์ทั้งหมดประมาณ 1,000 คน แบ่งสมาชิกออกเป็น 3 ประเภทคือA มี 388 คน B 360 คนและC 8 คน โดยเป็นเครือข่ายโรงพยาบาล 38 แห่ง คลินิก 339 แห่ง ปัจจุบันมีประธานคือDr. Ota และรองประธานคือ Dr. Izumi (ซึ่งเป็นแกนนำในการต้อนรับทีมดูงานของเรา คุณหมอบอกว่าใช้เวลาศึกษาภาษาอังกฤษประมาณ 6 เดือนเพื่อจะใช้สื่อสารกับพวกเรา ผมเองรู้สึกว่าพูดภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่นง่ายกว่าพูดกับฝรั่งเยอะเลย) คิดค่าสมาชิกขึ้นกับจำนวนเตียงของโรงพยาบาลและขนาดของคลินิก ในการสมัครครั้งแรกจะเสียค่าสมัครประมาณ 3,000,000 เยนในปีแรกโดยเป็นค่าสมัครสมาชิก 1,000,000 เยน และค่าสมาชิกปีแรก 2,000,000 เยน ส่วนค่าสมาชิกปีต่อๆไป 100,000 เยนต่อปี ทั้งนี้จะมากไปบ้างขึ้นกับประเภทสมาชิกและเพิ่มการจ่ายตามการส่งผู้ป่วยและการตรวจชันสูตรต่างๆ  สมาคมเป็นผู้จัดบริการในการตรวจระบบต่างๆเพื่อเป็นการนำทรัพยากรทางการแพทย์มาใช้ร่วมกันทั้งบุคลากร เครื่องมืออุปกรร์ต่างๆที่ช่วยลดการลงทุนซื้อเองหรือค่าบำรุงรักษาไปได้มาก จึงเป็นการลงขันกันเองโดยที่รัฐบาลไม่ได้มาจัดตั้งให้ มีบริการเป็น 2 กลุ่มคือ

1.  Computer center : เป็นการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผลและการจัดส่งผลการตรวจไปตามคลินิกและโรงพยาบาลต่างๆ

2.  Laboratory Center : มีการใช้ระบบBar codeเพื่อป้องกันการส่งผลตรวจผิดพลาดและได้ผลตรวจภายใน 24 ชั่วโมงส่งผลตรงถึงคลินิกที่ส่ง ประเภทของการตรวจแบ่งออกเป็น

-  การตรวจเลือดทางเคมี(Chemistry) แบคทีเรีย(Bacteriology) เซลวิทยา(Cytology) ที่ใช้กล้องจุลทรรศน์แบบดิจิตอล

- Health (Medical) Check up มีการตรวจประมาณ 120,000 คนต่อปี มีรถตรวจเคลื่อนที่ราคาประมาณ 60 ล้านเยนต่อคันที่สามารถทำFluoroscopy, Mammography

- บริการทางรังสีวิทยา ทั้งเอ๊กซ์เรย์ธรรมดา, Sonography, Mammography, Bone density, GI Series

ลักษณะของสมาคมจึงเป็นเสมือนศูนย์บริการทางการแพทย์ขนาดใหญ่ มีเครื่องมือครบครัน น่าทึ่งมาก

                โชคดีของทีมเราที่ได้รู้จักกับคุณหมอแองรี จึงได้ไปดูงานที่โรงพยาบาลเอกชนขนาด 60 เตียง ขนาดเท่ากับโรงพยาบาลบ้านตากพอดีเลย โรงพยาบาลนี้คือHirohata Century Hospital ตั้งโดยคุณปู่ของคุณหมอแองรี ปัจจุบันมี Dr.Ishibashi Ztsuji คุณพ่อของคุณหมอแองรีเป็นผู้อำนวยการ เป็นโรงพยาบาลท่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพของญี่ปุ่นด้วย น่าจะเป็นลักษณะคล้ายHAของไทย มีแพทย์เต็มเวลา 4 คน รวมผู้อำนวยการ มีแพทย์part timeที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง 20 คน อาคารเป็นอาคารหลังเดียวมีพื้นที่นอกอาคารไม่มากนัก อาคารมี 4 ชั้น ชั้นแรกเป็นแผนกผู้ป่วยนอก ห้องตรวจชันสูตรต่างๆ ห้องเอกซ์เรย์ มีเอ๊กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ด้วยชั้นที่สองเป็นหอผู้ป่วย 30 เตียง เป็นห้องรวม 4 เตียง และห้องเดี่ยว 1 เตียง ชั้นที่ 3 เหมือนชั้นที่ 2และชั้นที่สี่เป็นอาคารDay care ผู้สูงอายุ ห้องกายภาพบำบัด ห้องออกกำลังกายผู้สูงอายุ ห้องสำหรับพักผ่อนชาย-หญิง ห้องสำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ ห้องรับประทานอาหารและห้องสำหรับการฝึกอาชีพโดยทำเครื่องปั้นสำหรับชงชาญี่ปุ่น  โรงพยาบาลแห่งนี้แบ่งบริการออกเป็น 2 แบบคือ

1.  Acute phase เป็นบริการการแพทย์เฉพาะทางครบทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน

2.  Chronic stage patient เป็นการดูแลฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุแบบเช้าไปเย็นกลับโดยมีรถไปส่งผู้สูงอายุถึงบ้าน รับทั้งหมด 40 คน และด้านนอกอาคารมีสวนฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุด้วย ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่จะพาผู้สูงอายุมาพักฟื้นที่สวนนี้ทุกวัน

                ซึ่งก่อนไปญี่ปุ่นผมได้พูดกับทีมงานของโรงพยาบาลบ้านตากเรื่องการจัดทำโครงการฟื้นฟูสุขภาพผู้สุงอายุของโรงพยาบาลบ้านตากเนื่องจากเรามีพยาบาลเฉพาะทางด้านการพยาบาลผู้สูงอายุมาทำงาน พอได้ไปดูที่ญี่ปุ่นก็ตรงใจพอดี และได้ไปดูร้านขายอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการด้วย ทำให้เห็นว่าญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุและผู้พิการมาก

            ในตอนต่อไปจะได้เล่าเป็นตอนจบที่จะสรุปประเด็นสำคัญของระบบบริการสุขภาพของญี่ปุ่นที่ได้ไปดูมาเพื่อชี้ให้เห็นสิ่งสำคัญๆ ส่วนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวคงไม่เขียนเล่านะครับ